The Cultural Tourism Program in Bangkruay District, …

image, visiting ancient ruins and studying cultures, invitation for fish feeding, information acknowledge ... products, tour guide books, passing rout...

0 downloads 5 Views 7MB Size
รายงานการวิจัย

เรื่อง เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี The Cultural Tourism Program in Bangkruay District, Nonthaburi

โดย ชุมพล รอดแจ่ม Chumpon Rodjam

การวิจัยนี้ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากวิทยาลัยราชพฤกษ์ ปีการศึกษา 2555

รายงานการวิจัย

เรื่อง เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี The Cultural Tourism Program in Bangkruay District, Nonthaburi

โดย ชุมพล รอดแจ่ม Chumpon Rodjam

การวิจัยนี้ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากวิทยาลัยราชพฤกษ์ ปีการศึกษา 2555 ปีที่ทาการวิจัยแล้วเสร็จ 2556



บทคัดย่อ การวิจัยเรื่อง “เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยว ศึกษาค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยวเฉลี่ยต่อคน และเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม งานวิจัย ดังกล่าว เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ในลักษณะการ สารวจ และ สัมภาษณ์นักท่องเที่ยว ในสถานที่ ท่องเที่ยว 7 สถานที่ ๆ ละ 5 คน รวม 35 คน ได้แก่ (1) วัดเพลง ( 2) วัดโพธิ์บางโอ (3) วัดชลอ ( 4) วัดบางขนุน (5) วัดบางไกรใน (6) วัดบางอ้อยช้าง และ(7) ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับบางกรวย (ถนนบางกรวย-จงถนอม) โดยผลการวิจัยทาให้ทราบถึง ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยว ได้แก่ คาบอกเล่า การแสวงหาสถานที่ ทาบุญ การมาไหว้พระ การ ชมโบราณสถาน และศึกษา ศิลปวัฒนธรรม มีคนรู้จักชักชวน มาให้ อาหารปลา ทราบ จากสื่อออนไลน์ ( Internet) เห็นป้าย ประชาสัมพันธ์ตามไหล่ทาง มาซื้อสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น หนังสือแนะนาการท่องเที่ยว เป็นเส้นทางผ่าน การแนะนาจากรายการโทรทัศน์ และตั้งใจมาทานอาหาร ส่วนค่าใช้จ่ายในการ ท่องเที่ยวประกอบด้วย ค่าน้ามันรถยนต์ ค่ารถโดยสาร(กรณีที่ไม่ได้ใช้รถยนต์ส่วนตัว ) เงินทาบุญ ค่าดอกไม้ธูปเทียน ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ซื้อของฝากของที่ระลึก ค่าอาหารปลา ค่าเช่าวัตถุมงคล ค่าต้นไม้ ค่าปุ๋ย ค่าดิน และค่ากระถาง ต้นไม้ สาหรับ ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยวเฉลี่ยทั้ง 7 สถานที่ใช้เวลาทั้งสิ้น 7.40 ชั่วโมง (ไม่รวมการเดินทางระหว่างสถานที่) จานวนสมาชิกที่มา ท่องเที่ยวโดยเฉลี่ยไม่ต่ากว่า 2 คน จานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิมโดยเฉลี่ยคนละ 2 ครั้ง และจากการสอบถามนักท่องเที่ยว 34 คน จาก 35 คน ตอบว่าจะกลับมาท่องเที่ยว อีก ส่วนรูปแบบ การท่องเที่ยวทีน่ ักท่องเที่ยวจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเดินทาง โดยเริ่มต้น ที่วัดบางไกรใน และสิ้นสุดทีว่ ัดบางขนุน โดยมีระยะทางที่ใช้ในการเดินทางทั้ง 7 สถานที่รวมทั้งสิ้น 24 กิโลเมตร ต้นทุนค่าน้ามันประมาณ 96 บาท ระยะเวลาที่ใช้เดินทางทั้ง 7 สถานที่ คือ 1 ชั่วโมง 14 นาที และ ระยะเวลาที่ใช้ท่องเที่ยวในแต่ละสถานที่ใช้ระยะเวลา 7 ชั่วโมง 40 นาที รวมระยะเวลาที่ใช้ในการ เดินทางและท่องเที่ยวทั้ง 7 สถานที่ คือ 8 ชั่วโมง 54 นาที ข้อเสนอแนะจากการศึกษา หน่วยงาน ราชการในระดับท้องถิ่น ควรมีการสารวจความต้องการของชุมชนถึงความพร้อมในการปรับปรุง พัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวในระยะยาวเพื่อการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมเพื่อให้ เกิดการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน หน่วยงานราชการระดับท้องถิ่นหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ควรมีการจัดทา แผนยุทธศาสตร์การพัฒนามีการจัดสรรงบประมาณการพัฒนาและส่งเสริม การท่องเที่ยว ในด้าน การพัฒนาทางกายภาพควรมีการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ เส้นทางการเดินทาง และสาธารณูปโภค ต่าง ๆ ในสถานที่ท่องเที่ยวให้พร้อมสาหรับการบริการนักท่องเที่ยว



Abstract The purpose of this research, "The Cultural Tourism Program in Bang Kruai District, Nonthaburi", was to study the factors that affect the decision on visiting the cultural Bang Kruai District, Nonthaburi and to study routes, average total costs per person and average time spent for the cultural tourism. The study was a qualitative research. A survey was conducted by interviewing 35 visitors from 7 visit sites (five visitors from each visit sites). The seven visit sites were (1) Wat Phleng; (2) Wat Pho Bang O; (3) Wat Chalo; (4) Wat Bang Khanun; (5) Wat Bang Krai Nai; (6) Wat Bang Aoi Charg; and (7) Flower Road (Bang Kruai-Chongthanom Road). The results showed that the factors affecting the decision on visiting the cultural Bang Kruai District, Nonthaburi include words of mouth, seeking a merit, showing respect to Buddha image, visiting ancient ruins and studying cultures, invitation for fish feeding, information acknowledge from the Internet, advertisement from road-side billboard, souvenirs and local products, tour guide books, passing route, promotion on television program, and intention for eating out. The results also showed that the costs for traveling include gasoline, transportation fare (in case not travel with private car), buying flower, incense and candle for Buddha image worship, food and drinks, souvenirs, fish foods, holy objects, tree and fertilizer, plant soil and pots. The average total (excluding traveling between visiting locations) for all seven places was 7 hours and 40 minutes. The average number of visitors at each visiting place was 2 people, the average number of revisiting the same place was 2 times, and 97 percent of the response would revisit these places again. The routing pattern, for the most benefit to visitors, should start at Wat Bang Krai and end at Wat Bang Khanun, with total distance of 24 kilometers. This route yield the average total cost of 96 baht for gasoline, average total traveling time for all seven place of 1 hour and 14 minutes, average total spending time for all seven places of 8 hours and 54 minutes. The study results suggested that related local governmental agencies should survey needs and readiness of the community for long-term development and improvement of tour routes for being sustainable cultural tourism resources. The local government agencies or related stakeholders should also develop a strategic plan, prepare and allocate budget for development and promotion of tourism in terms of physical development, landscape, route of traveling, facilities and various attractions for tourists.



กิตติกรรมประกาศ การศึกษาวิจัยเรื่อง “เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัด นนทบุรี” ฉบับนี้เสร็จสมบูรณ์ได้ด้วยความอนุเคราะห์และความเมตตา จากบุคคลดังต่อไปนี้ ผู้ศึกษาวิจัย ขอขอบพระคุณ ดร.อณาวุฒิ ชูทรัพย์ อธิการบดี วิทยาลัยราชพฤกษ์ แล ะ อาจารย์สันธยา ดารารัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร วิทยาลัยราชพฤกษ์ (ประธานคณะกรรมการ งานวิจัย) ที่ได้ให้โอกาสและทุนสนับสนุนงานวิจัยจากวิทยาลัยราชพฤกษ์ ในปีการศึกษา 2555 ขอขอบพระคุณ ผู้ทรงคุณวุฒิในการพิจารณางานวิจัยทั้งสองท่านที่ได้เมตตาอนุเคราะห์เวลาอันมี ค่าในการประเมินและพิจารณางานวิจัยฉบับนี้ ขอขอบพระคุณรองศาสตราจารย์อติ ไทยานันท์ รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคาแหง ที่รับเป็นที่ปรึกษางานวิจัยที่ให้ คาปรึกษาและแนะนาจนงานวิจัยฉบับนี้เสร็จสมบูรณ์ ขอขอบคุณกลุ่มตัวอย่างผู้รับการสัมภาษณ์ ทั้ง 35 ท่าน ผู้นาชุมชน ผู้ดูแลผู้ประกอบการทั้ง 7 สถานที่ ขอขอบคุณ คุณไปรยา อาสิงสมานันท์ ที่ช่วยตรวจดูความเรียบร้อยของงานวิจัยรวมถึงช่วยเหลือในการค้นคว้าข้อมูลประกอบการวิจัย และตกแต่งภาพถ่ายเพื่อใช้ประกอบงานวิจัย ขอขอบคุณคุณอนุชา พูดเพราะ และคุณภาณุพงษ์ ตรีสกุลพงศ์ นักศึกษาคณะบัญชี วิทยาลัยราชพฤกษ์ ที่รับอาสาเป็นผู้ช่วยนักวิจัยในการเก็บข้อมูล จนงานวิจัยเสร็จสิ้น พร้อมทั้งขอขอบพระคุณ บุคคลท่านอื่น ๆ ที่มิได้กล่าวนามที่มีส่วนทาให้ งานวิจัยฉบับนี้เสร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี สุดท้าย ขอกราบขอบพระคุณ คุณพ่อ คุณแม่ และครูบาอาจารย์ที่ให้โอกาสและอบรม สั่งสอน ถ่ายทอดความรู้ พร้อมทั้งประสิทธิประสาทวิชา ให้แก่ผู้ศึกษาวิจัย และขอขอบพระคุณ ทุกท่านที่อยู่เบื้องหลังความสาเร็จ ที่ไม่ได้ปรากฏนาม ณ ที่นี้ หากผลดีของงานวิจัยฉบับนี้ได้ เกิดขึ้น ผู้ศึกษาวิจัยขอมอบความดีให้แก่ผู้มีพระคุณทุกท่านที่ได้กล่าวมา หากมีข้อบกพร่อง ประการใด ผู้ศึกษาวิจัยขอน้อมรับไว้แต่เพียงผู้เดียว และจะได้เป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไข ต่อไป

ชุมพล รอดแจ่ม ตุลาคม 2556



สารบัญ

บทคัดย่อ .............................................................................................................................. กิตติกรรมประกาศ............................................................................................................... สารบัญตาราง ...................................................................................................................... สารบัญรูป ...........................................................................................................................

หน้า ก ค ช ญ

บทที่ 1 บทนา .....................................................................................................................

1

ความเป็นมาและความสาคัญของปัญหา ........................................................... คาถามการวิจัย .................................................................................................. วัตถุประสงค์ของการวิจัย ................................................................................. ประโยชน์ของงานวิจัย...................................................................................... ขอบเขตการวิจัย................................................................................................ ข้อจากัดของการวิจัย......................................................................................... นิยามศัพท์เฉพาะ ..............................................................................................

1 4 4 4 5 6 7

2

จังหวัดนนทบุรี และอาเภอบางกรวย .....................................................................

8

ประวัติศาสตร์................................................................................................... สัญลักษณ์ประจาจังหวัด................................................................................... ที่ตั้งและอาณาเขตติดต่อ ................................................................................... ลักษณะภูมิประเทศ........................................................................................... การปกครองส่วนภูมิภาค................................................................................... อาเภอบางกรวย ................................................................................................ ประวัติศาสตร์..................................................................................................... ที่ตั้งและอาณาเขต............................................................................................. การปกครองส่วนภูมิภาค .................................................................................. สถานที่ท่องเที่ยวในอาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี .......................................

8 12 13 14 14 15 15 16 17 17



วัดเพลง ............................................................................................................. วัดโพธิ์บางโอ ................................................................................................... วัดชลอ.............................................................................................................. วัดบางขนุน ....................................................................................................... วัดบางไกรใน ................................................................................................... วัดบางอ้อยช้าง .................................................................................................. ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับบางกรวย (ถนนบางกรวย-จงถนอม) ..................... 3

17 29 38 44 47 54 64

แนวคิด ทฤษฎี และวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง............................................................

70

ความสาคัญของศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่น .................................................. แนวคิดเกี่ยวกับวัฒนธรรม................................................................................ แนวคิดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม.................................................................. ประเภทของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม .......................................................... แนวคิดการวางแผนจัดนาเที่ยวในเชิงธุรกิจ....................................................... ทฤษฎีต้นทุนการผลิต ....................................................................................... การประเมินมูลค่าประโยชน์ด้านนันทนาการด้วยวิธีวิเคราะห์มูลค่าด้าน นันทนาการโดยใช้ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ( Travel Cost Method: TCM)…… วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง...................................................................................... กรอบแนวคิดการวิจัย .......................................................................................

70 72 74 77 79 80

4

82 86 93

ระเบียบวิธีการวิจัย.................................................................................................

94

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ............................................................................... เครื่องมือในการวิจัย.......................................................................................... การสร้างเครื่องมือใช้ในการวิจัย....................................................................... การเก็บรวบรวมข้อมูล...................................................................................... การวิเคราะห์ข้อมูล และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล..................................

94 95 95 96 96



5

ผลการศึกษา และการอภิปรายผลการศึกษา...........................................................

สรุปปัจจัยที่ส่งผลต่อการมาท่องเที่ยวและข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา จากนักท่องเที่ยว ............................................................................................... สรุปค่าใช้จ่าย ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยว จานวนสมาชิกที่มาท่องเที่ยว ในสถานที่เดิม และการกลับมาท่องเทีย่ วในสถานที่เดิม เฉลีย่ ต่อคน................ เส้นทางที่เหมาะสมสาหรับการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ....................................................................... แบบจาลองสมการโครงสร้าง โครงสร้างที่กาหนดตัวแปรจากผลการศึกษา วิจยั เชิงคุณภาพสาหรับใช้ในการศึกษาเชิงปริมาณในอนาคต........................... การอภิปรายผลการศึกษา.................................................................................. 6

98

98 105 133 140 142

สรุปผลการศึกษา และข้อเสนอแนะ .......................................................................

146

สรุปผลการศึกษา .............................................................................................. ข้อเสนอแนะ.....................................................................................................

146 150

บรรณานุกรม .......................................................................................................................

154

ภาคผนวก ก. แบบสัมภาษณ์ ........................................................................................................ ข. สรุปผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว ......................................................................... ค. ภาพถ่ายสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างและผู้ที่เกี่ยวข้อง .................................................... ง. สรุปรายชื่อผู้รับการสัมภาษณ์ ................................................................................ จ. ประวัติผู้วิจัย...........................................................................................................

160 170 201 207 210



สารบัญตาราง ตารางที่ 5.1 สรุปปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยว ................................................ 5.2 ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดเพลง จังหวัดนนทบุรี เฉลี่ยต่อคน (หน่วย: บาท)................................................................................. 5.3 ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดเพลง จังหวัดนนทบุรี เฉลี่ยต่อคน (หน่วย : ชั่วโมง)............................................................................. 5.4 ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดโพธิ์บางโอ จังหวัดนนทบุรี เฉลี่ยต่อคน (หน่วย: บาท)................................................................................. 5.5 ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดโพธิ์บางโอ จังหวัดนนทบุรี เฉลี่ยต่อคน (หน่วย : ชั่วโมง)............................................................................. 5.6 ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดชลอ จังหวัดนนทบุรี เฉลี่ยต่อคน (หน่วย: บาท)................................................................................. 5.7 ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดชลอ จังหวัดนนทบุรี เฉลี่ยต่อคน (หน่วย : ชั่วโมง)............................................................................. 5.8 ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดบางขนุน จังหวัดนนทบุรี เฉลี่ยต่อคน (หน่วย: บาท)................................................................................. 5.9 ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดบางขนุน จังหวัดนนทบุรี เฉลี่ยต่อคน (หน่วย : ชั่วโมง)............................................................................. 5.10 ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดบางไกรใน จังหวัดนนทบุรี เฉลี่ยต่อคน (หน่วย: บาท)................................................................................. 5.11 ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดบางไกรใน จังหวัดนนทบุรี เฉลี่ยต่อคน (หน่วย : ชั่วโมง)............................................................................. 5.12 ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดบางอ้อยช้าง จังหวัดนนทบุรี เฉลี่ยต่อคน (หน่วย: บาท)................................................................................. 5.13 ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดบางอ้อยช้าง จังหวัดนนทบุรี เฉลี่ยต่อคน (หน่วย : ชั่วโมง)............................................................................. 5.14 ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการท่องเที่ยวถนนสายไม้ดอกไม้ประดับ (ถนนบางกรวย-จงถนอม) จังหวัดนนทบุรีเฉลี่ยต่อคน (หน่วย: บาท) ..............

หน้า 102 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119



5.15

ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยวถนนสายไม้ดอกไม้ประดับ (ถนนบางกรวย-จงถนอม) จังหวัดนนทบุรีเฉลี่ยต่อคน (หน่วย: ชั่วโมง) .......... 5.16 สรุปค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการท่องเที่ยวเฉลี่ยรวมแต่ละสถานที่ และเฉลีย่ รวมทัง้ 7 สถานที่ (หน่วย: บาท) ........................................................ 5.17 สรุประยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยวแต่ละสถานที่ (หน่วย: ชั่วโมง)………….. 5.18 สรุปจานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง และจานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม ณ วัดเพลง จังหวัดนนทบุรี ............................................................................... 5.19 สรุปจานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง และจานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม ณ วัดโพธิ์บางโอ จังหวัดนนทบุรี ..................................................................... 5.20 สรุปจานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง และจานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม ณ วัดชลอ จังหวัดนนทบุรี ................................................................................ 5.21 สรุปจานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง และจานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม ณ วัดบางขนุน จังหวัดนนทบุรี ......................................................................... 5.22 สรุปจานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง และจานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม ณ วัดบางไกรใน จังหวัดนนทบุรี ...................................................................... 5.23 สรุปจานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง และจานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม ณ วัดบางอ้อยช้าง จังหวัดนนทบุรี .................................................................... 5.24 สรุปจานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง และจานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม ณ ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับ (ถนนบางกรวย-จงถนอม) จังหวัดนนทบุรี ....... 5.25 การกลับมาท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวเดิมของนักท่องเที่ยวที่ได้รับการ สัมภาษณ์จากสถานที่ท่องเที่ยวทั้ง 7 สถานที่ในอาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ................................................................................................. 5.26 จานวนระยะทางในการท่องเที่ยว ค่าน้ามันเชื้อเพลิงที่ใช้ในการเดินทาง และระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยว (กาหนดเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวที่เชื่อม ต่อกันทั้ง 7 สถานที่) ตามรูปแบบที่ 1 ............................................................... 5.27 จานวนระยะทางในการท่องเที่ยว ค่าน้ามันเชื้อเพลิงที่ใช้ในการเดินทาง และระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยว (กาหนดเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวที่เชื่อม ต่อกันทั้ง 7 สถานที่) ตามรูปแบบที่ 2 ...............................................................

120 121 123 124 125 126 127 128 129 130

131

134

136



5.28

จานวนระยะทางในการท่องเที่ยว ค่าน้ามันเชื้อเพลิงที่ใช้ในการเดินทาง และระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยว (กาหนดเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวที่เชื่อม ต่อกันทั้ง 7 สถานที่) ตามรูปแบบที่ 3 ...............................................................

138



สารบัญรูป รูปที่ 2.1 2.2 2.3 2.4 2.5 2.6 2.7 2.8 2.9 2.10 2.11 2.12 2.13 2.14 2.15 2.16 2.17 2.18 2.19 2.20 2.21 2.22 2.23 2.24 2.25 2.26 2.27

ตราประจาจังหวัดนนทบุรี................................................................................ ต้นนนทรี .......................................................................................................... แผนที่จังหวัดนนทบุรี....................................................................................... แผนที่อาเภอบางกรวย ...................................................................................... อุโบสถวัดเพลง (วัดร้าง) ก่อนมีการบูรณะ ....................................................... ป้ายทางเข้าวัดเพลง บริเวณถนนบางกรวย-จงถนอม ........................................ เส้นทางเข้าวัดจากถนนบางกรวย-จงถนอม ...................................................... เส้นทางเดินเท้าเข้าวัด เนื่องจากเส้นทางรถยนต์เข้าไม่ถึงบริเวณวัด.................. ป้ายบอกชื่อวัดบริเวณทางเข้าก่อนถึงวัด........................................................... ภาพวัดเพลงถ่ายจากบริเวณจุดป้ายบอกชื่อบริเวณทางเข้าวัด ........................... บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถวัดเพลงหลังจากได้รับการบูรณะ......................... ป้ายบอกถึงประวัติความเป็นมาของวัดเพลง..................................................... บริเวณด้านหลังพระอุโบสถ ............................................................................. ใบเสมาศิลาแลงของเดิมที่อยู่คู่พระอุโบสถ บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถ......... ใบเสมาศิลาแลงของเดิมที่อยู่คู่พระอุโบสถ บริเวณด้านหลังพระอุโบสถ ......... ซุ้มประตูด้านหน้าพระอุโบสถยังคงมีลวดลายปูนปั้นเดิมหลงเหลือไว้ ............ ซุ้มประตูด้านหลังพระอุโบสถยังคงมีลวดลายปูนปั้นเดิมหลงเหลือไว้............. หอระฆังเดิมอยู่ทางด้านซ้ายของพระอุโบสถ ................................................... ด้านบนซุ้มประตูหน้า มองจากด้านในพระอุโบสถ .......................................... หลวงพ่ออู่ทอง พระประธานในพระอุโบสถ พระพุทธรูปสมัยอยุธยา ............. ด้านหลังพระประธานมีภาพวาด เหนือซุ้มประตูด้านหลัง ................................ บริเวณฐานพระประธานเกิดความชารุด ทรุดเอียง............................................ โบราณวัตถุที่เกิดความชารุดเสียหาย และหลายชิ้นถูกโจรกรรม...................... วัดโพธิ์บางโอก่อนการบูรณะ ........................................................................... ถนนเข้าวัดจากซุ้มประตูทางเข้าวัด................................................................... รูปปั้นตุ๊กตาจีน (ขวา) บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถช่วงการบูรณะพระอุโบสถ รูปปั้นตุ๊กตาจีน (ซ้าย) บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถช่วงการบูรณะพระอุโบสถ

หน้า 12 12 14 16 20 20 21 21 22 22 23 23 24 24 25 25 26 26 27 27 28 28 29 30 31 31 32



2.28 2.29 2.30 2.31 2.32 2.33 2.34 2.35 2.36 2.37 2.38 2.39 2.40 2.41 2.42 2.43 2.44 2.45 2.46 2.47 2.48 2.49 2.50 2.51 2.52 2.53 2.54 2.55 2.56 2.57

หอระฆังบริเวณด้านหน้าพระอุโบสถ .............................................................. ประตูพระอุโบสถมีลายปูนปั้นสมัยอยุธยา ....................................................... ประตูพระอุโบสถมีลายปูนปั้นสมัยอยุธยา ....................................................... พระประธานพระอุโบสถศิลปสมัยอยุธยา ........................................................ ภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถ .............................................................. บริเวณเพดานพระอุโบสถ ................................................................................ พระอุโบสถในช่วงซ่อมแซมโดยกรมศิลปากร................................................. พระพุทธรูปปางป่าเลย์ไลก์ด้านหลังพระอุโบสถ ............................................. เจดีย์รอบมุมพระอุโบสถ .................................................................................. บริเวณศาลาท่าน้า ............................................................................................. บริเวณท่าน้า ..................................................................................................... ทางเดินจากท่าน้ามายังพระอุโบสถ .................................................................. วัดชลอ.............................................................................................................. ป้ายประวัติความเป็นมาของวัดชลอ ................................................................. โบสถ์เรือหงษ์วัดชลอ ....................................................................................... พระอุโบสถบนเรือหงษ์ วัดชลอ ....................................................................... อุโบสถเดิม ถ่ายจากอุโบสถเรือหงษ์ ................................................................. อุโบสถเดิมลักษณะคล้ายเรือสาเภา................................................................... พระประธานในพระอุโบสถหลังเดิม................................................................ บริเวณด้านข้างพระอุโบสถหลังเดิม ................................................................. บริเวณท่าน้ามีบริการอาหารปลา และเป็นจุดให้อาหารปลา ............................. วัดบางขนุน....................................................................................................... หอไตรกลางน้าวัดบางขนุน.............................................................................. ธรรมาสน์ที่วัดบางขนุน.................................................................................... ด้านบนเพดานธรรมาสน์ที่วัดบางขนุน............................................................. ลายแกะสลักธรรมาสน์ที่วัดบางขนุน ............................................................... หลวงพ่อโตอายุกว่า 300 ปี วัดบางไกรใน ........................................................ วัดบางไกรใน ................................................................................................... ทางเข้าวัดบางไกรในจากถนนนครอินทร์ ........................................................ วิหารโบราณสถานศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อพระพุทธไกรมงคล ..............................

32 33 33 34 34 35 35 36 36 37 37 38 40 40 41 41 42 42 43 43 44 45 45 46 46 47 49 49 50 50



2.58 2.59 2.60 2.61 2.62 2.63 2.64 2.65 2.66 2.67 2.68 2.69 2.70 2.71 2.72 2.73 2.74 2.75 2.76 2.77 2.78 2.79 2.80 2.81 2.82 2.83 2.84 2.85 2.86

หลวงพ่อพระพุทธไกรมงคล (หลวงพ่อแหน) พระพุทธรูปสมัยอยุธยาตอนต้น บริเวณท่าน้าวัดบางไกรใน ............................................................................... ศาลนายไกรทอง ............................................................................................... หลวงพ่อโต พระพุทธรูปสมัยอยุธยา ขณะซ่อมแซมพระอุโบสถ ..................... พระอุโบสถประดิษฐานหลวงพ่อโต ขณะซ่อมแซม ........................................ หอระฆังไม้....................................................................................................... บริเวณด้านหน้าวัดถ่ายจากท่าน้าวัด ................................................................. ป้ายวัดบางอ้อยช้างถ่ายจากท่าน้าวัด ................................................................. มณฑปพระพุทธบาทริมน้า............................................................................... รอยพระพุทธบาท ในมณฑปริมน้า .................................................................. ซุ้มประตูวัดเดิมทางเดินจากท่าน้า..................................................................... อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช.......................................................... เรือนนันทศรีวิบูลย์ เรือนไทยพื้นบ้าน .............................................................. แหล่งเรียนรู้ศูนย์วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน .................................................. พิพิธภัณฑ์วัดบางอ้อยช้าง ................................................................................. เครื่องมือเครื่องใช้โบราณที่จัดแสดงไว้ภายในพิพิธภัณฑ์ ................................ ข้าวของโบราณในพิพิธภัณฑ์ ........................................................................... ภายในพิพิธภัณฑ์เก็บรักษาตู้พระธรรมลายรดน้าหลายตู.้ ................................. ลวดลายของตู้ลายรดน้า .................................................................................... หนึ่งในภาพวาดของขรัวอินโข่งที่ถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์......................... พระอุโบสถวัดบางอ้อยช้าง .............................................................................. พระประธานในอุโบสถวัดบางอ้อยช้าง ............................................................ ภาพรอยพระพุทธบาทบนเพดานในศาลาการเปรียญ ....................................... ทางเข้าถนนบางกรวย-จงถนอม จากถนนราชพฤกษ์........................................ บริเวณปากทางเข้าถนนบางกรวย-จงถนอม จากถนนราชพฤกษ์...................... ป้ายถนนบางกรวย-จงถนอม บริเวณทางเข้าจากถนนราชพฤกษ์...................... ถนนบางกรวย-จงถนอม สองฝั่งประกอบด้วยร้านไม้ดอกไม้ประดับ .............. ผู้ประกอบการร้านค้าจาหน่ายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ...................................... บริเวณข้างถนนที่ตั้งของร้านจาหน่ายไม้ดอกไม้ประดับ..................................

51 51 52 52 53 53 56 56 57 57 58 58 59 59 60 60 61 61 62 62 63 63 64 65 65 66 66 67 67



2.87 2.88 2.89 3.1 3.2 5.1 5.2 5.3

ไม้ดอกไม้ประดับมีให้เลือกซื้อหลายพันธุ.์ ....................................................... ไม้ดอกไม้ประดับมีให้เลือกซื้อหลายพันธุ์อีกฝั่งหนึ่งของถนน ........................ บริเวณพื้นที่จาหน่ายพันธุ์ไม้เกิดความเสียหายหลังเกิดเหตุการณ์น้าท่วม......... องค์ประกอบของการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม........................................... กรอบแนวคิดการวิจัย ....................................................................................... เส้นทางการท่องเที่ยวรูปแบบที่ 1 ..................................................................... เส้นทางการท่องเที่ยวรูปแบบที่ 2 ..................................................................... เส้นทางการท่องเที่ยวรูปแบบที่ 3 .....................................................................

68 68 69 77 93 133 135 137

1

บทที่ 1 บทนา ความเป็นมาและความสาคัญของปัญหา ปัจจุบันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้กลายมาเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสาคัญอย่างยิ่งต่อ ระบบเศรษฐกิจโลก และเป็นที่ยอมรับกันเกือบทุกประเทศ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้เจริญเติบโต จนกลายมาเป็นอุตสาหกรรมหลักในระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศอย่างรวดเร็ว ในหลา ย ประเทศ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสาคัญอยู่ในอันดับที่ 1-3 ของประเทศ นั้น ๆ ข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้สอดคล้องกับความเจริญเติบโตของอุตสาหกรรม ท่องเที่ยวไทยซึง่ ใน รอบหลายทศวรรษที่ผา่ นมารายได้จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเ ทศไทยในรอบหลาย ทศวรรษที่ผา่ นมารายได้ จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอ ยู่ในลาดับ แรกเมือ่ เปรียบเทียบ กับรายได้ จากการส่งเสริมสินค้าออกอืน่ ๆ เป็นที่ตระหนักดีว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทยได้ เป็นพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่แสดงบทบาทเด่นชัดตลอดสามถึงสี่ทศวรรษที่ผ่านมา ความสาเร็จโดยรวมมาจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนที่ช่วยกันผลักดันให้อุตสาหกรรมนี้ เคลื่อนไหวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง และแสดงบทบาทนาในการเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการ ขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งนาไปสู่การจ้างงาน สร้างอาชีพ การกระจายรายได้ และการลงทุนใน ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องมากมายหลายร้อยสาขา เป็นการสร้างความมั่งคั่งให้กับประชาชน และ ประเทศชาติอย่างมากมาย และนาไปสู่ความสาเร็จในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ชาวไทย (ฉันทัช วรรณถนอม, 2552: 100) ในยุคปัจจุบัน การแข่งขันของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในตลาดโลกได้ให้ความสาคัญ กับวัฒนธรรมมากโดยนามาเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ หรือบริการเพื่อสร้างความแตกต่างจาก คู่แข่ง ซึ่งสอดคล้องกับกระแสเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ( Creative Economy) โดยมีคาถามว่า การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมคืออะไรการท่องเที่ยวแบบไหนที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม และประเทศ ต่าง ๆ มีนโยบายอย่างไรกับรูปแบบการท่องเที่ยวดังกล่าว การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมนับเป็น อุตสาหกรรมหนึ่งที่ได้นาเอาวัฒนธรรมมาเป็นจุดขาย เพื่อดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวใน ประเทศและนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ที่ให้ความสนใจที่จะเรียนรู้วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และสัมผัสวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่นนั้น ๆ โดยเฉพาะประเทศในแถบ เอเชีย การท่องเที่ยวในลักษณะดังกล่าวเรียกว่า การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

2

ประเทศต่าง ๆ ได้เล็งเห็นความสาคัญของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สามารถสร้าง รายได้ให้กับประเทศของตนอย่างมหาศาล จึงนาวัฒนธรรมมาเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์ของ ประเทศ เช่น ประเทศเกาหลีใต้ได้มีการจัดตั้งหน่วยงานอิสระที่สนับสนุนภาคเอกชนในการ ส่งออกวัฒนธรรม ซึ่งเราจะเห็นการโฆษณาการท่องเที่ยวของเกาหลีที่เน้นการสัมผัสวัฒนธรรม และเทคโนโลยี รวมถึงการโฆษณาแฝงในภาพยนตร์หรือละครต่าง ๆ ของเกาหลี ในขณะที่ ประเทศสิงคโปร์ก็พยายามใช้ความหลากหลายของเชื้อชาติเป็นจุดขายในการท่องเที่ยวเช่นกัน ภายใต้แนวคิดที่ว่า Uniquely Singapore ซึ่งประเทศสิงคโปร์ได้มีการฟื้นฟูแหล่งวัฒนธรรมดั้งเดิม ของคนสิงคโปร์เชื้อชาติจีน อินเดีย และมลายูภายในประเทศให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ส่วนใน ประเทศมาเลเซีย การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจะเน้นความเป็นมุสลิมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่อยาก สัมผัสมิติต่าง ๆ ของมุสลิม นอกจากนี้ยังมีประเทศอื่น ๆ อีกมากมายที่มีการจัดการ การท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมอย่างเป็นระบบ เช่น จีน และประเทศในยุโรป ในขณะที่บางประเทศมีศักยภาพใน การจัดการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แต่ยังมีปัญหาในด้านการเมืองภายในประเทศ หรือยังไม่มี นโยบายที่ส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว เช่น พม่า เวียดนาม ประเทศในแถบแอฟริกา และตะวันออก กลาง เป็นต้น (ไกรฤกษ์ ปิ่นแก้ว, มปป: online) การท่องเที่ยวจึงเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างหนึ่งในเชิงพาณิชย์ การท่องเที่ยวนับเป็น อุตสาหกรรมประเภทหนึ่ง ที่มุ่งเน้นความสนุกสนาน ความเพลิดเพลินที่ได้รับความพอใจจาก ความสวยงามของภูมิทัศน์ที่มนุษย์สร้างขึ้น แหล่งท่องเที่ยวเป็นส่วนประกอบสาคัญทางการค้าใน ลักษณะของตลาดผู้ค้า และสรรพสินค้า เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าซึ่งมีหลากหลาย รูปแบบ ด้วยท้องถิ่นเป็นบ่อเกิดทางวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี ค่านิยม และวิถีประชา ของผู้คนในถิ่นนั้น ๆ (ศรัญญา วรากุลวิทย์, 2546: 2) ในปัจจุบันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และ บริการเป็นธุรกิจที่มีความสาคัญอย่างยิ่ง และเป็นจุดขายที่นารายได้มาสู่ประเทศการท่องเที่ยวจึง ได้รับการพัฒนา และส่งเสริมให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมาก แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ทาง ธรรมชาติได้รับการพัฒนาเพื่อสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว แต่เป็นที่น่าเสียดายเนื่องจาก สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในประเทศภาคเหนือ ภาคอีสาน หรือภาคใต้ จะสนองความ ต้องการของนักท่องเที่ยวได้บางช่วงฤดูกาลเท่านั้น การท่องเที่ยวสถานที่ประเทศไทยจึงให้ ความสาคัญต่อการท่องเที่ยวด้านศิลปะและวัฒนธรรม ที่จะเป็นจุดขายที่สาคัญในการท่องเที่ยว เพื่อศึกษาหาความรู้ เรื่องราวทางด้านประวัติศาสตร์ และประวัติศาสตร์ศิลป์ จึงเป็นสิ่งสาคัญ อย่างยิ่ง แหล่งสาคัญของโบราณสถาน อุทยานประวัติศาสตร์ วัดวาอารามต่าง ๆ ตลอดจน พระราชวัง ดังนั้น วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนในท้องถิ่นจึงเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องการศึกษา ความรู้จากสถานที่ท่องเที่ยว ภูมิปัญญาของท้องถิ่น และต้องการใช้ชีวิตในสิ่งที่แปลกใหม่หรือใช้

3

ชีวิตให้สอดคล้องกับบรรยากาศ และสภาพของท้องถิ่นซึ่งมีความเรียบง่าย เพื่อเปลี่ยนแปลงการ ดาเนินชีวิตที่วุ่นวายในเมือง สู่ความเรียบง่ายและความสงบสุข (สุวรรณี สันต์ธนะวาณิช, 2548: 8-9) ความสาคัญของการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมนั้นยังมีความสาคัญต่อการพัฒนาประเทศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ และสังคมอย่างมาก โดยในแง่เศรษฐกิจนั้น การท่องเที่ยวก่อให้เกิดรายได้ใน รูปเงินตราต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยในการปรับดุลการชาระเงินของประเทศ สร้างความเข้มแข็งทาง เศรษฐกิจ นอกจากนี้การส่งเสริมการท่องเที่ยวในระดับท้องถิ่นก่อให้เกิดการกระจายตัวของ นักท่องเที่ยวไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งนามาสู่การจ้างงานและการสร้างอาชีพทั้งในภาคการท่องเที่ยว โดยตรง และการจ้างงานในภาคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เกิดการกระจายรายได้ไปสู่ชุมชน และท้องถิ่น ซึ่งในภาพรวมแล้วจะนาไปสู่การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และความมีเสถียรภาพทาง เศรษฐกิจของประเทศ สาหรับในด้านสังคมนั้น การพัฒนาด้านการท่องเที่ยวภายใต้แนวคิดการ ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน จะทาให้เกิดการพัฒนาสาธารณูปโภค และสิ่งอานวยความสะดวกต่าง ๆ ใน แหล่งท่องเที่ยวยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นนั้น ๆ ให้ดีขึ้น รวมทั้งช่วยปลูก จิตสานึกให้ประชาชนมีความรู้สึกรักและหวงแหนทรัพยากรการท่องเที่ยวในท้องถิ่นของตน นอกจากนี้การเดินทางท่องเที่ยวยังเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้แก่นักท่องเที่ยวได้นาความรู้ และ ประสบการณ์จากการเดินทางมาปรับใช้ในการพัฒนาชีวิตและสังคมให้ดีขึ้น (ฉันทัช วรรณถนอม, 2552: 101) สาหรับประเทศไทยเป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์ ทางด้านศิลปวัฒนธรรมเป็นของตนเอง และเป็นที่รู้จักของนานาประเทศ โดยในแต่ละจังหวัดของประเทศไทยต่างมีศิลปวัฒนธรรม ท้องถิ่นเป็นของตนเองที่สะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์สังคม วัฒนธรรม ชาติพันธุ์ของตนไว้อย่าง ชัดเจน หากจะกล่าวถึงกลุ่มจังหวัดปริมณฑลที่มีอาณาเขตติดกับกรุงเทพฯ นั้นมีอยู่ด้วยกันหลาย จังหวัด และหนึ่งในนั้นคือ จังหวัด “นนทบุรี” ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของเมืองหลวง เพราะ เป็นเขตเมืองที่มีประชากรอยู่หนาแน่นรอง จากกรุงเทพฯ (วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี , 2556: online) ทั้งยังมีอาณาเขตที่ติดกับกรุงเทพฯ อยู่หลายเขตมีระยะทางการเดินทางที่ไม่ไกล การเดินทาง สะดวก สามารถเลือกเดินทางได้หลายช่องทาง กรอปกับเป็นจังหวัดที่มีประวัติความเป็นมาที่ ยาวนาน และมีศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ จากความเป็นมาและความสาคัญของ ปัญหาข้างต้น จะเห็นได้ถึงความสาคัญของการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม ผู้วิจัยจึงได้เลือก สถานที่ท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมใน อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เนื่องจาก เป็นอาเภอหนึ่ง ที่มีความสาคัญในจังหวัดนนทบุรี มีแหล่งท่องเที่ยว เชิงศิลปวัฒนธรรมอยู่หลายแห่งที่สะท้อนถึง สถาปัตยกรรม โบราณศิลป์ที่มีประวัติ อันยาวนาน สามารถสะท้อนถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบ

4

ไทย การเดินทางสะดวก และสามารถที่จะกาหนดเป็นเส้นทางท่องเที่ยวได้ในหนึ่งวัน แต่เนื่องจาก สถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าวทั้ง 7 สถานที่ตามหนังสือ “ท่องเที่ยวจังหวัดนนทบุรี” จัดทาโดย จังหวัด นนทบุรี ร่วมกับสานักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนนทบุรี ( 2554: 69-76) ยังไม่เป็นที่รู้จัก แพร่หลาย ของนักท่องเที่ยวทั่วไป ผู้วิจัยจึงให้ความสาคัญเพื่อศึกษา “ เส้นทางการท่องเที่ยวเชิง ศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี” เพื่อใช้เป็นแนวทาง ในการประชาสัมพันธ์การ ท่องเที่ยว และศึกษาค่ าใช้จ่าย ระยะเวลาเฉลี่ยในการท่องเที่ยว เพื่อ นามา บริหารจัดการการ ท่องเที่ยวแบบส่วนตัว หรือเป็นกรุ๊ปทัวร์ และเสนอต่อ หน่วยงาน ราชการระดับ ท้องถิ่นสามารถ นาไปศึกษาหรือพัฒนาเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สามารถจัดเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวเชิง ศิลปวัฒนธรรมให้กับ อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี คาถามการวิจัย 1. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัด นนทบุรี ของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างไร 2. การกาหนดเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดควรเป็นอย่างไร วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอ บางกรวย จังหวัดนนทบุรี 2. เพื่อศึกษาถึงค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว และระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยวเฉลี่ยต่อคน 3. เพื่อศึกษาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ประโยชน์ของงานวิจัย 1. สามารถทราบถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอ บางกรวย จังหวัดนนทบุรีเพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว 2. สามารถทราบถึงเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม เพื่อใช้สาหรับการวางแผน การท่องเที่ยวได้

5

3. สามารถนาค่าใช้จ่าย และระยะเวลาเฉลี่ยในการท่องเที่ยวมาคานวณเพื่อการบริหาร จัดการการท่องเที่ยวแบบส่วนตัว หรือเป็นกรุ๊ปทัวร์ได้ 4. เป็นแนวทางในการกาหนดตัวแบบสมการโครงสร้างไว้สาหรับการศึกษาเชิงปริมาณ ในอนาคตได้ 5. หน่วยงาน ราชการระดับ ท้องถิ่นสามารถนาไปศึกษาหรือพัฒนาเพื่อก่อให้เกิด ประโยชน์สามารถจัดเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมให้กับ อาเภอบางกรวย จังหวัด นนทบุรี ขอบเขตการวิจัย การวิจัยเรื่อง “เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี” โดยมีขอบเขตดังนี้ ขอบเขตด้านเนื้อหา การวิจัยเรื่อง “การเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอ บางกรวย จังหวัดนนทบุรี” เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ( Qualitative Research) แบบเชิงสารวจ (Survey Research) โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview-IDI) โดยเบื้องต้นทาการศึกษา และค้นคว้าจากเอกสาร ( Documentary Research) ด้านการวิเคราะห์ต้นทุน การพัฒนาการ ท่องเที่ยว และการจัดการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม จากแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หนังสือ ตารา บทความ เอกสาร วารสาร รายงานการวิจัย วิทยานิพนธ์ เป็นต้น เพื่อเป็นแนวทางในการ จัดทาแบบสอบถามที่ใช้ในการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว ตามกรอบแนวคิดการวิจัยที่กาหนดไว้ ขอบเขตด้านประชากร ข้อมูลที่ใช้การศึกษาเป็นข้อมูลปฐมภูมิที่ได้จากการสัมภาษณ์ นักท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวทั้ง 7 สถานที่ (ตามขอบเขตสถานที่) ได้แก่ ( 1) วัดเพลง ( 2) วัดโพธิ์บางโอ (3) วัดชะลอ (4) วัดบางขนุน (5) วัดบางไกรใน (6) วัดบางอ้อยช้าง (7) ถนนสายไม้ ดอกไม้ประดับบางกรวย (ถนนบางกรวย-จงถนอม) โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบไม่เกี่ยวข้องกับ โอกาสทางสถิติ ( Non-Probability Sampling) คือ ใช้แนวทางการสุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ (Accidental Sampling) เบื้องต้นผู้ศึกษาวิจัยได้ทาการสารวจข้อมูลการสังเกตแบบไม่เข้าไปมีส่วน ร่วม (Non-participant Observation) โดยการสังเกตจานวนนักท่องเที่ยว สอบถามจากชุมชน ผู้ดูแล สถานที่ ผู้ประกอบการ เป็นต้น โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ปรากฏนักท่องเที่ยวที่มา ท่องเที่ยวในรูปแบบนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริงเฉลี่ยสัปดาห์ละ 5 กลุ่ม หลังจากนั้น จึงมากาหนด

6

กลุ่มตัวอย่างที่เหมาะสมที่จะใช้ในการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview-IDI) โดยเลือกวิธีการ สุ่มตัวอย่างตามแนวคิดของ Wimmer and Dominick (2011) Gay (1996) และสุวิมล ว่องวาณิช และนงลักษณ์ วิรัชชัย ( 2546: 142, 183) โดยการสุ่มตัวอย่างแบบไม่เกี่ยวข้องกับโอกาสทางสถิติ (Non-Probability Sampling) สาหรับ การวิจัยเชิงคุณภาพที่ใช้กลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก เนื่องจาก จะต้องใช้เวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลแบบเจาะลึกที่จะได้ข้อมูลใหม่ ๆ มากกว่าการหาข้อมูลมา เปรียบเทียบกันในเชิงปริมาณ และสามารถนาข้อมูลไปอ้างอิงถึงประชากรได้มากที่สุดอย่างน้อย ร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด จากแนวคิดดังกล่าว จึงนามากาหนดกลุ่ม ตัวอย่างสถานที่ละ 5 คน จานวน 7 สถานที่ เป็นตัวแทนกลุ่มรวมทั้งสิ้น 35 คน ขอบเขตด้านระยะเวลา การวิจัยเรื่อง “เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอ บางกรวย จังหวัดนนทบุรี ” ผู้วิจัยได้ใช้ระยะเวลาในการศึกษาจานวน 12 เดือน คือตั้งแต่เดือน มิถุนายน 2555 ถึงเดือนพฤษภาคม 2556 ขอบเขตสถานที่ การวิจัยเรื่อง “เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ” ผู้ศึกษาวิจัยได้กาหนดขอบเขตสถานที่ในการศึกษาวิจัยคือ แหล่งท่องเที่ยวเชิง ศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรีตามหนังสือแนะนาการท่องเที่ยว “ท่องเที่ยว จังหวัดนนทบุรี” จัดทาโดย จังหวัดนนทบุรี ร่วมกับสานักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด นนทบุรี (2554: 69-76) จานวน 7 สถานที่ ได้แก่ (1) วัดเพลง (2) วัดโพธิ์บางโอ (3) วัดชลอ ( 4) วัด บางขนุน (5) วัดบางไกรใน (6) วัดบางอ้อยช้าง และ(7) ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับบางกรวย (ถนน บางกรวย-จงถนอม เฉพาะในพื้นที่ องค์การบริหารส่วนตาบลมหาสวัสดิ์) ข้อจากัดของการวิจัย การวิจัยเรื่อง “เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ” มีข้อตกลงเบื้องต้นในการศึกษาและการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้ 1. ค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวมีความเป็นอิสระต่อกัน ซึ่งหมายความ ว่าในการท่องเที่ยวแต่ละสถานที่อาจจะมีรายการค่าใช้จ่ายที่เหมือนกันหรือแตกต่างกันก็ได้ 2. เนื่องจากระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลมีจากัดไม่ครอบคลุมระยะเวลาตลอดทั้งปี ดังนั้น จานวนนักท่องเที่ยวที่ได้จึงเป็นตัวแทนในช่วงเวลาที่ทาการศึกษา ไม่ใช่ช่วงเวลาตลอดทั้งปี ดังนั้นปริมาณนักท่องเที่ยวอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามระยะเวลาหรือเทศกาลที่เปลี่ยนแปลงไป

7

นิยามศัพท์เฉพาะ การท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม หมายถึง การท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยว เชิงศิลปวัฒนธรรมในอาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ที่สะท้อนถึง ศิลปวัฒนธรรมในด้านต่าง ๆ เช่น ประวัติศาสตร์ โบราณสถาน ศาสนา ประเพณี ขนบธรรมเนียม วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน แหล่งศึกษาวัฒนธรรม รวมถึง สถานที่ที่แสดงหรือจาหน่ายงานฝีมือ สินค้าพื้นบ้าน การท่องเที่ยว และทาบุญในวัดต่าง ๆ การเลือกซื้อไม้ดอกไม้ประดับในท้องถิ่น โดยนักท่องเที่ยวสามารถใช้เป็น แหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม รวมถึงพักผ่อน หรือเลือกซื้อสินค้า เพื่อตอบสนองความต้องการของ ตนได้ ค่าใช้จ่าย หมายถึง ค่าใช้จ่ายผันแปรในการท่องเที่ยวทั้ง 7 สถานที่ (ตามขอบเขต สถานที)่ ที่ได้มาจากการสัมภาษณ์จากสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวทั้ง 7 สถานที่ สถานที่ละ 5 คน ได้แก่ ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการท่องเที่ยว ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยวแต่ ละสถานที่ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม หมายถึง สาเหตุหรือ เหตุผลของการตัดสินใจมาท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมในแต่ละสถานที่ของนักท่องเที่ยวแต่ละคน หรือแต่ละกลุ่ม เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม หมายถึง แผนที่ที่ใช้นาทาง หรือแบบแผนที่ ใช้ในการนาการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ทั้ง 7 สถานที่ (ตาม ขอบเขตสถานที่) ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากการนามาใช้ เช่น สามารถประหยัดค่าใช้จ่าย ในการเดินทาง และประหยัดระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทาง เป็นต้น

8

บทที่ 2 จังหวัดนนทบุรี และอาเภอบางกรวย ในการวิจัย เรื่อง “เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัด นนทบุรี” ในบทที่ 2 ผู้วิจัย จะนาเสนอถึงประวัติความเป็นมาของสถานที่ ซึ่งได้แก่ ประวัติความ เป็นมาของจังหวัดนนทบุรี และอาเภอบางกรวย แหล่งท่องเที่ยวตามขอบเขตสถานที่ที่ใช้ใน การศึกษาจานวน 7 สถานที่ เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นก่อนนาเข้าสู่ในการศึกษาในบทถัดไป จังหวัดนนทบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางของประเทศไทย จัดตั้งโด ยพระราชบัญญัติ จัดตั้งจังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดนครนายก พุทธศักราช 2489 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 ปัจจุบัน จังหวัดนนทบุรีจัดเป็นพื้นที่ในเขตปริมณฑลของกรุงเทพมหานคร มีขนาดเนื้อที่ ใหญ่เป็นอันดับที่ 75 ของประเทศ (รวมกรุงเทพมหานคร) แต่มีประชากรหนาแน่นที่สุดเป็นอันดับ ที่ 2 รองจากกรุงเทพมหานคร (วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี , 2556: online) และมีประวัติความเป็นมา อันยาวนานที่มีความเกี่ยวข้องในแต่ละยุคสมัย ประวัติศาสตร์ สภาพทั่วไปของจังหวัดนนทบุรีเป็นที่ราบลุ่มมีความอุดมสมบูรณ์จึงมีผู้คนมาตั้ง ถิ่นฐานเป็นชุมชนหนาแน่นตามริมแม่น้าเจ้าพระยา ตั้งแต่อดีต เช่น บ้านวัดชลอ บ้านวัดเขมา บ้านบางม่วง บ้านตลาดขวัญ และบ้านบางขนุน เป็นต้น (วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี, 2556: online) สมัยอยุธยา หลักฐานการตั้งถิ่นฐานที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดนนทบุรีปรากฏที่วัดปรางค์หลวง ตั้งอยู่ใน ตาบลบางม่วง อาเภอบางใหญ่ เป็นวัดที่มีพระปรางค์ลักษณะย่อมุมไม้ยี่สิบขนาดใหญ่ สันนิษฐาน ว่าสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นหลักแก่ชุมชน ชาวเมืองอู่ทองที่อพยพหนีโรคระบาดมาตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณนี้ก่อนจะมีการสถาปนากรุงศรี อยุธยาเป็นราชธานี ชุมชนแห่งนี้ได้ขยายตัวและกระจัดกระจายออกไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ในบริเวณนี้ โดยมีชุมชนสาคัญอีกแห่งหนึ่งคือ บ้านตลาดขวัญ ตั้งอยู่ริมแม่น้าเจ้าพระยา แ ละท้องที่จังหวัด นนทบุรีทั้งหมดในสมัยนั้นยังคงเป็นส่วนหนึ่งของกรุงศรีอยุธยา

9

จนกระทั่งปี พ.ศ. 2091 สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ โปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองลัดแม่น้า เจ้าพระยา จากเหนือวัดชลอไปทะลุใกล้วัดมูลเหล็ก (ปัจจุบันคือวัดสุวรรณคีรี เขตบางกอกน้อย) เพื่อใช้เป็นเส้นทางลัดในการเดินทางและเพื่อเพิ่มปริมาณแหล่งน้าสาหรับการเกษตรในพื้นที่ ในปีเดียวกันนั้น พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ กษัตริย์พม่าได้ยกกองทัพเข้าตีกรุงศรีอยุธยา ผลจาก สงครามทาให้สมเด็จพระสุริโยทัยสิ้นพระชนม์บนคอช้าง เมื่อพม่ายกทัพกลับไป และ กรุงศรีอยุธยาได้จัดการพระศพสมเด็จพระสุริโยทัยเรียบร้อยแล้ว สมเด็จพระมหาจักรพรรดิจึงทรง ปรับปรุงกิจการทหารให้มั่นคงกว่าเดิม พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเมืองใหม่ขึ้นอีกหลายเมือง รวมทั้งให้ยกฐานะหมู่บ้านตลาดขวัญขึ้นเป็น เมืองนนทบุรี ในปี พ.ศ. 2092 เนื่องจากมีราษฎร จานวนมากหนีภัยสงครามครั้งนั้นไปอยู่ตามป่าเขาและไม่ยอมกลับพระนคร หากตั้งเมืองใหม่ขึ้น จะเป็นประโยชน์ต่อการเกณฑ์ไพร่พลเมื่อเกิดสงคราม นอกจากนี้ยังสามารถ ใช้ เป็นเมืองท่า และเมืองหน้าด่านของกรุงศรีอยุธยาได้อีกด้วย ที่ตั้งของเมืองนนทบุรีในครั้งแรกนี้ตั้งอยู่ทางฝั่ง ตะวันออกของแม่น้าเจ้าพระยา มีวัดหัวเมืองเป็นเขตเหนือ (ปัจจุบันคือโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า) และมีวัดท้ายเมืองเป็นเขตใต้ ต่อมาในปี พ.ศ. 2179 รัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองโปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองลัดตัด ส่วนโค้งของแม่น้าเจ้าพระยาตั้งแต่ใต้วัดท้ายเมืองไปทะลุออกหน้าวัดเขมา (เดิมแม่น้าเจ้าพระยาไห ลวกเข้าไปทางบางกรวยและบางใหญ่) ซึ่งทาให้กระแสน้าเปลี่ยนทางเดินไหลเข้าคลองที่ขุดใหม่ กลายเป็นแนวแม่น้าเจ้าพระยาหน้าศาลากลางจังหวัดหลังเก่าในปัจจุบัน ส่วนแม่น้าเดิมก็ตื้นเขินลง เป็นคลองอ้อม คลองบางกอกน้อย และคลองบางกรวยตามที่ปรากฏในปัจจุบัน ในปี พ.ศ. 2208 สมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีพระราชดาริว่า แนวแม่น้าเจ้าพระยาที่สั้นลง จะทาให้ข้าศึกเข้าสู่กรุงศรีอยุธยาได้ง่ายขึ้น จึงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองนนทบุรีจากบ้านตลาดขวัญ ไปตั้งบริเวณปากคลองอ้อม บ้านบางศรีเมือง (ที่ตั้งเมืองอยู่บริเวณนี้จนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุง รัตนโกสินทร์) และให้สร้างกาแพงเมืองรวมทั้งป้อมปราการขึ้น 2 ป้อม คือ "ป้อมแก้ว" ตั้งอยู่ที่ บ้านตลาดแก้ว (สันนิษฐานว่าอยู่ที่วัดปากน้าในปัจจุบัน) และ "ป้อมทับทิม" ตั้งอยู่บริเวณวัดเฉลิม พระเกียรติในปัจจุบัน (ปัจจุบันกาแพงและป้อมถูกรื้อไปหมดแล้ว) ในช่วงนี้สภาพเศรษฐกิจของ เมืองนนทบุรีมีความมั่นคงมาก ทั้งการค้าขายและการทาสวนผลไม้ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2264 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ โปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองลัดเกร็ดขึ้น ตัดความโค้งของแม่น้าเจ้าพระยาช่วงที่ไหลวกอ้อมไปทางบางบัวทอง ต่อมากระแสน้าเปลี่ยนทิศ ทางการไหล ชายฝั่งทั้งสองข้างของคลองลัดเกร็ดถูกกัดเซาะให้ห่างออกจากกันมากขึ้น พื้นที่ตรง กลางที่มีน้าล้อมรอบจึงกลายเป็นเกาะ เรียกว่า "เกาะเกร็ด"

10

ปี พ.ศ. 2307 ก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่าเล็กน้อย พระเจ้ามังระ กษัตริย์พม่า โปรดเกล้าฯ ให้มังมหานรธาเป็นแม่ทัพเข้าตีกรุงศรีอยุธยาจากทางทิศใต้ ตีหัวเมืองรายทางเรื่อยมาจนถึงเมือง ธนบุรีและเมืองนนทบุรี ก็เข้ายึดเมืองทั้งสองได้เช่นกัน พม่าแบ่งกาลังบางส่วนขึ้นมาตั้งค่ายอยู่ บริเวณวัดเขมา ขณะนั้นมีเรือกาปั่นอังกฤษซึ่งมาค้าขายอยู่ที่เมืองธนบุรีได้อาสาช่วยรบโดยยิงปืน เข้าใส่ค่ายพม่าในเวลากลางคืน แต่ก็สู้กองทัพพม่าไม่ได้ จึงล่องเรือหนีไป จากนั้นกองทัพพม่าจึงบุกขึ้นไปทางทิศเหนือ เข้าล้อมกรุงศรีอยุธยาไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2309 และเข้ายึดได้ในปี พ.ศ. 2310 ตลอดการสู้รบได้ส่งผลให้บ้านเมือง วัดวาอารามต่าง ๆ ถูกทาลาย และทิ้งร้าง ชาวเมืองนนทบุรีต้องอพยพจากถิ่นที่อยู่เดิม ข้ามแม่น้าไปหลบซ่อนในสวนบางกรวย และบางใหญ่เพื่อหนีภัยสงคราม สมัยรัตนโกสินทร์ เมื่อบ้านเมืองได้รับการฟื้นฟูกลับสู่สภาพปกติในสมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ ชาวเมืองจึงค่อย ๆ ย้ายกลับสู่ถิ่นฐานเดิม พร้อมทั้งมีผู้คนจากถิ่นอื่นเข้ามาในพื้นที่ด้วย ได้แก่ ชาวมอญที่อพยพเข้ามาในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งถิ่นฐานที่ปาก เกร็ด และอีกครั้งหนึ่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งถิ่น ฐานอยู่ที่เมืองนนทบุรี เมืองปทุมธานี และเมืองนครเขื่อนขันธ์ นอกจากนี้ยังมีชาวไทยมุสลิมเมือง ปัตตานีที่ถูกกวาดต้อนเข้ามาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และชาว ไทยมุสลิมเมืองไทรบุรีที่เข้ามาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งสองพระองค์ โปรดเกล้าฯ ให้ชาวไทยมุสลิมเหล่านี้ตั้งถิ่นฐานที่บ้านท่าอิฐ (ปัจจุบันอยู่ในเขตอาเภอปากเกร็ด) และบ้านบางบัวทอง ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยน สร้อยชื่อเมืองจากเดิมคือ เมืองนนทบุรีศรีมหาสมุทร เป็น เมืองนนทบุรีศรีมหาอุทยาน และต่อมา เปลี่ยนเป็น เมืองนนทบุรีศรีเกษตราราม ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นนี้ เมืองนนทบุรีมีฐานะเป็น หัวเมืองชายทะเล สังกัดกรมท่า ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงปฏิรูปการปกครอง หัวเมืองต่าง ๆ เป็นการปกครองส่วนภูมิภาค เมืองนนทบุรี จึงจัดอยู่ในมณฑลกรุงเทพ แบ่งเขตการ ปกครองออกเป็น 4 อาเภอ ได้แก่ อาเภอตลาดขวัญ อาเภอบางใหญ่ อาเภอบางบัวทอง และอาเภอ ปากเกร็ดส่วนศาลากลางเมืองนนทบุรีนั้นโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายจากปากคลองอ้อม บ้านบางศรีเมือง มาตั้งอยู่ที่ปากคลองบางซื่อใกล้วัดท้ายเมือง จนกระทั่งปี พ.ศ. 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎ

11

เกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนคาว่าเมืองเป็น "จังหวัด" เมืองนนทบุรีจึงเปลี่ยนชื่อเรียกเป็น จังหวัดนนทบุรี นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2471 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายศาลา กลางจังหวัดนนทบุรีมาตั้งที่โรงเรียนราชวิทยาลัย ศาลากลางจังหวัดแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากที่ทา การเมืองและศาลากลางจังหวัดนนทบุรีในอดีตลงมาทางทิศใต้ ปัจจุบันก็คือศาลากลางจังหวัดหลัง เก่าบริเวณท่าน้านนทบุรีนั่นเอง สมัยปัจจุบัน ในปี พ.ศ. 2474 ทางราชการได้ตัดถนนประชาราษฎร์ ขึ้นเป็นเส้นทางเชื่อมการคมนาคม ระหว่างจังหวัดนนทบุรีกับจังหวัดพระนครสายแรก และต่อมาจึงตัดถนนพิบูลสงครามเลียบแม่น้า เจ้าพระยาขึ้นเป็นสายที่สองในท้องที่ตาบลสวนใหญ่ เมื่อปี พ.ศ. 2486 เกิดสภาวะเศรษฐกิจตกต่าหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทางราชการจึงยุบ จังหวัดนนทบุรีลงเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ โดยโอนอาเภอเมืองนนทบุรีและอาเภอ ปากเกร็ดไปขึ้นกับจังหวัดพระนคร และโอนอาเภอบางกรวย อาเภอบางใหญ่ และอาเภอบางบัว ทองไปขึ้นกับจังหวัดธนบุรี จนกระทั่งนนทบุรีได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัดอีกครั้งในปี พ.ศ. 2489 อาเภอต่าง ๆ จึงกลับมาอยู่ในเขตการปกครองของทางจังหวัดตามเดิม ปี พ.ศ. 2499 กระทรวงมหาดไทยได้ยกกิ่งอาเภอไทรน้อยซึ่งแยกพื้นที่ปกครองจากอาเภอ บางบัวทองมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2491 ให้มีฐานะเป็นอาเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี จึงมีเขตการ ปกครองรวม 6 อาเภอจนถึงปัจจุบัน ในปี พ.ศ. 2535 กระทรวงมหาดไทยย้ายศาลากลางจังหวัดนนทบุรีและหน่วยงานราชการ อื่น ๆ ไปตั้งอยู่ที่ศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี ถนนรัตนาธิเบศร์ ตาบลบางกระสอ และใช้เป็น ที่ทาการมาจนถึงทุกวันนี้

12

สัญลักษณ์ประจาจังหวัด

รูปที่ 2.1 ตราประจาจังหวัดนนทบุรี ที่มา: วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (2556: Online)

รูปที่ 2.2 ต้นนนทรี ที่มา: แหล่งเรียนรู้ออนไลน์ด้านศิลปวัฒนธรรม สานักการศึกษาต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (2556: Online)

13

จากรูปที่ 2.1 ตราประจาจังหวัดนนทบุรี คือ รูป "หม้อน้าลายวิจิตร" หมายถึง ชาวจังหวัด นนทบุรีมีอาชีพทาเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งยึดถือเป็นอาชีพและมีชื่อเสียงมาช้านาน จากรูปที่ 2.2 ต้นไม้ประจาจังหวัดนนทบุรี คือ ต้นนนทรีบ้าน ( Peltophorum pterocarpum (DC.) Backer ex K.Heyne วงศ์ Leguminosae) ส่วนดอกไม้ประจาจังหวัดนนทบุรี คือ ดอกนนทรี คาขวัญประจาจังหวัด พระตาหนักสง่างาม ลือนามสวนสมเด็จ เกาะเกร็ดแหล่งดินเผา วัดเก่านามระบือ เลื่องลือทุเรียนนนท์ งามน่ายลศูนย์ราชการ ตัวอักษรย่อ จังหวัดนนทบุรีใช้อักษรย่อ "นบ” ที่ตั้งและอาณาเขตติดต่อ จังหวัดนนทบุรีตั้งอยู่ในเขตที่ราบลุ่มแม่น้าเจ้าพระยาตอนล่าง ห่างจากกรุงเทพมหานครไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือค่อนทางเหนือ 20 กิโลเมตร มีพื้นที่ปกครองทั้งหมด 622.303 ตาราง กิโลเมตร หรือประมาณ 388,939.375 ไร่ โดยมีพิกัดภูมิศาสตร์อยู่ละติจูดที่ 13 องศา 47 ลิปดาเหนือ ถึงละติจูดที่ 14 องศา 04 ลิปดาเหนือ และลองจิจูดที่ 100 องศา 15 ลิปดาตะวันออก ถึงลองจิจูดที่ 100 องศา 34 ลิปดาตะวันออก และมีอาณาเขตจรดอาเภอและจังหวัดข้างเคียงเรียงตามเข็มนาฬิกา ดังนี้ ทิศเหนือ มีอาณาเขตติดต่อกับอาเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อาเภอ ลาดหลุมแก้ว และอาเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ทิศตะวันออก มีอาณาเขตติดต่อกับเขตดอนเมือง เขตหลักสี่ เขตจตุจักร และเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร (ฝั่งพระนคร) ทิศใต้ มีอาณาเขตติดต่อกับเขตบางพลัด เขตตลิ่งชัน และเขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร (ฝั่งธนบุรี) ทิศตะวันตก มีอาณาเขตติดต่อกับอาเภอพุทธมณฑลและอาเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม

14

อ.บางบัวทอง อ.ปากเกร็ด

อ.ไทรน้อย

อ.เมือง

อ.บางใหญ่ อ.บางกรวย

รูปที่ 2.3 แผนที่จังหวัดนนทบุรี ที่มา: แผนที่เขตศักยภาพการผลิตข้าวนนทบุรี กรมการข้าว (2556: online) ลักษณะภูมิประเทศ จังหวัดนนทบุรีเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีแม่น้าไหลผ่าน จึงแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง คือ ฝั่งตะวันตก มีพื้นที่ 3 ใน 4 ของจังหวัด พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มมีน้าท่วมถึง มีคูคลองขนาดต่าง ๆ เชื่อมโยง กันหลายสายเหมือนใยแมงมุม มีการทาเรือกสวนไร่นา และฝั่งตะวันออกมีพื้นที่ 1 ใน 3 ของ จังหวัด ได้แก่ พื้นที่ในเขตเทศบาลนครนนทบุรีและเทศบาลนครปากเกร็ด เป็นเขตเมืองมี ประชากรอยู่อย่างหนาแน่น อาจถือได้ว่าส่วนนี้เป็นส่วนหนึ่งของเมืองหลวง เพราะเขตแดน ระหว่างนนทบุรีกับกรุงเทพมหานครนั้นแทบจะไม่เป็นที่รู้จัก การปกครองส่วนภูมิภาค จังหวัดนนทบุรีแบ่งเขตการปกครองส่วนภูมิภาค (ตามกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่) ออกเป็น 6 อาเภอ 52 ตาบล 433 หมู่บ้าน แต่หากไม่นับรวมหน่วยการปกครองในเขตเทศบาลเมือง และเทศบาลนครซึ่งยุบเลิกตาแหน่งกานันและผู้ใหญ่บ้านแล้ว จะมีทั้งหมด 34 ตาบล 328 หมู่บ้าน โดยอาเภอทั้ง 6 อาเภอของจังหวัดนนทบุรี มีรายชื่อและข้อมูลทั่วไปดังนี้

15

อาเภอบางกรวย อาเภอบางกรวย เป็นอาเภอที่มีขนาดพื้นที่เล็กที่สุดของจังหวัดนนทบุรี และเป็นอาเภอหนึ่ง ที่อยู่ติดกับกรุงเทพมหานคร แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ยังคงวิถีชีวิตแบบเกษตรกรรมเอาไว้อย่างชัดเจน (วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี, 2556: online) ประวัติศาสตร์ อาเภอบางกรวยเดิมเป็นส่วนหนึ่งของ อาเภอบางใหญ่ เนื่องจากอาเภอบางใหญ่ ได้รับการ จัดตั้งเป็นอาเภอเมื่อปี พ.ศ. 2447 ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดนนทบุรี มีเนื้อที่ กว้างขวางมาก ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชการดูแลไม่ทั่วถึง จึงได้แบ่งเขตการปกครองตาบลบางใหญ่ และบางม่วงทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือไปตั้งเป็นกิ่งอาเภอบางแม่นางในปี พ.ศ. 2460 ขึ้นอยู่กับ อาเภอบางใหญ่จนถึงปี พ.ศ. 2464 จึงได้ยกฐานะเป็นอาเภอ ต่อมาอาเภอบางใหญ่ซึ่งกลายเป็นอาเภอทางใต้สุดของจังหวัดนนทบุรีหลังจากการแบ่งเขต แล้วมีรูปพื้นที่คล้ายกรวยยื่นออกไปทางแม่น้าเจ้าพระยา คนส่วนใหญ่จึงเรียกว่า "หัวแหลมบาง กรวย" กระทรวงมหาดไทยจึงได้ประกาศเปลี่ยนชื่ออาเภอตามบริเวณที่ตั้งอาเภอและตามการเรียก ของคนสมัยนั้นเป็น อาเภอบางกรวย เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2473 พร้อม ๆ กับที่อาเภอบางแม่ นางได้เปลี่ยนชื่อเป็น "อาเภอบางใหญ่" แทน ครั้นในปี พ.ศ. 2486 จังหวัดนนทบุรีถูกยุบลงเนื่องจากขณะนั้นเกิดปัญหาสภาวะเศรษฐกิจ ตกต่า อาเภอบางกรวยถูกโอนไปเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดธนบุรี แต่ภายหลังก็ได้กลับมาอยู่ในการ ปกครองของจังหวัดนนทบุรีซึ่งได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัดอีกครั้งในปี พ.ศ. 2489 ในวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2490 ได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทยเปลี่ยนแปลงเขตตาบล เดิมและตั้งตาบลใหม่ โดยแยกพื้นที่บางส่วนของตาบลบางกรวยจัดตั้งเป็นตาบลวัดชลอ แยกพื้นที่ บางส่วนของตาบลมหาสวัสดิ์จัดตั้งเป็นตาบลบางขนุน และแยกพื้นที่บางส่วนของตาบลศาลากลาง จัดตั้งเป็นตาบลปลายบาง มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ปีเดียวกันท้องที่อาเภอบางกรวยจึง ประกอบด้วย 9 ตาบลจนถึงปัจจุบัน

16

รูปที่ 2.4 แผนที่อาเภอบางกรวย ที่มา: วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (2556: online) ที่ตั้งและอาณาเขต อาเภอบางกรวยตั้งอยู่ทางใต้สุดของจังหวัด ห่างจากตัวจังหวัด 16.86 กิโลเมตร มีอาณาเขต ติดต่อดังนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับอาเภอบางใหญ่ และอาเภอเมืองนนทบุรี มีคลองขุดใหม่ คลองจีนบ่าย ถนนบางม่วง-บางคูลัด คลองหัวคูใน (วัดพระเงิน) คลองบางนา คลองนาคเกี้ยว คลองบางค้อ คลองบางกอกน้อย คลองวัดแดง แนวรั้วหมู่บ้านเยาวพรรณ ถนนบางศรีเมือง 1 คลองวัดสนาม คลองบางสีทอง ซอยบางกรวย-ไทรน้อย 30 (วัดรวกบางสีทอง) ซอยบางไผ่ ซอย 3 (วัดรวกบางสีทอง) ถนนบางไผ่พัฒนา คลองธรรมบาล และคลองบางกรวยเป็นเส้นแบ่งเขต ทิศตะวันออก ติดต่อกับอาเภอเมืองนนทบุรีและเขตบางซื่อ (กรุงเทพมหานคร) มีแนว กึ่งกลางแม่น้าเจ้าพระยาเป็นเส้นแบ่งเขต ทิศใต้ ติดต่อกับเขตบางพลัด เขตตลิ่งชัน และเขตทวีวัฒนา (กรุงเทพมหานคร) มีทางรถไฟ สายใต้ คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์เป็นเส้นแบ่งเขต ทิศตะวันตก ติดต่อกับอาเภอพุทธมณฑล (จังหวัดนครปฐม) มีคลองนราภิรมย์เป็นเส้น แบ่งเขต

17

การปกครองส่วนภูมิภาค อาเภอบางกรวยแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 9 ตาบล แต่ละตาบลแบ่งออกเป็นหมู่บ้าน รวม 60 หมู่บ้าน (หรือ 41 หมู่บ้าน หากไม่นับรวมในเขตเทศบาลเมืองบางกรวยซึ่งไม่มีตาแหน่ง กานันและผู้ใหญ่บ้านแล้ว) ได้แก่ 1. วัดชลอ 10 หมู่บ้าน 2. บางกรวย 9 หมู่บ้าน 3. บางสีทอง 5 หมู่บ้าน 4. บางขนุน 5 หมู่บ้าน 5. บางขุนกอง 6 หมู่บ้าน 6. บางคูเวียง 7 หมู่บ้าน 7. มหาสวัสดิ์ 7 หมู่บ้าน 8. ปลายบาง 5 หมู่บ้าน 9. ศาลากลาง 6 หมู่บ้าน สถานที่ท่องเที่ยวในอาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี จากหนังสือแนะนาการท่องเที่ยว “ท่องเที่ยวจังหวัดนนทบุรี” จัดทาโดย จังหวัดนนทบุรี ร่วมกับ สานักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนนทบุรี (2554: 69-76) ได้อธิบาย และระบุสถานที่ ท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมในอาเภอบางกรวยไว้ดังนี้ “วัดวาอารามมากมาย สร้างขึ้นในยุคสมัยที่ ต่างกันแต่ก็ล้วนเป็นภาพสะท้อนเคียงคู่ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชาติทั้งสิ้นที่ถนนบางกรวยจงถนอม ตําบลมหาสวัสดิ์ ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สําคัญ อุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ไม้ ดอกไม้หอม และไม้ผล” พร้อมทั้งได้กล่าวถึงสถานที่ท่องเที่ยวในอาเภอบางกรวยรวม 7 แห่ง ดังนี้ วัดเพลง วัดเพลง เป็นวัดร้างตั้งอยู่อาเภอบางขนุน ริมคลองวัดสักใหญ่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราชมีอุโบสถหลังใหญ่เดิมมีสภาพชารุดทรุดโทรม เหลือเพียงฝาผนังทั้ง สี่ด้าน ไม่มีหลังคา บานประตู หน้าต่าง มีต้นไทรปกคลุมทั้งด้านหน้า และด้านหลัง รากไทรได้ยึด

18

ฝาผนังไว้ไม่ให้พังลงมา ดูแปลกตาคล้ายปราสาทขอม ปัจจุบันมีการปรับปรุงซ่อมแซม ในอุโบสถ ประดิษฐานหลวงพ่อโต วัดเพลงร้างนั้นเดิมมีชื่อว่า วัดทองเพลงหรือวัดเพลง สร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. 2200 ถึง ปี พ.ศ. 2233 ประมาณสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา โดยมีผู้เฒ่าผู้แก่ในแถบ นั้น เล่าต่อกันมาว่า “วัดทองเพลงต้มเหล้ากินเอง หนึ่งปีรับกฐินสองไตร” วัดทองเพลงเป็น วัดหลวง มีความสาคัญในแถบนี้มาก ในหนึ่งปีทางกรุงศรีอยุธยา หรือคนเมืองนนทบุรีในสมัยนั้น เรียกว่า เมืองบน ได้จัดส่งขบวนกฐินทางเรือชลมารคมาติดต่อทางวัดถึงปีละ 2 ชุด นับเป็นวัดที่มี คุณสมบัติพิเศษมาก ซึ่งจัดตามประเพณีทางพุทธศาสนา ปีหนึ่งวัดแต่ละวัด จะได้รับกฐินเพียงครั้ง เดียวเท่านั้น ต่อมาเมื่อเกิดศึกสงครามไทยกับพม่า และเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ( เดือน 10 พ.ศ. 2310) มังมหานรธา แม่ทัพพม่านาทัพย้อนมาจากทางใต้ขึ้นมาตามลาน้าและได้ตั้งค่ายตามริมสอง ฝั่งแม่นาเจ้าพระยา ชาวบ้านในพื้นที่นี้เกิดความกลัวจึงได้นิมนต์พระสงฆ์ที่จาวัดอยู่ในวัดนี้ออก จากวัดไป ส่วนคนอื่นที่อาศัยอยู่บริเวณแถบนี้ก็ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารเพื่อรบกับพม่าบ้าง บ้างก็ทิ้ง บ้านเรือนพาครอบครัวหนี ทางวัดก็ขาดการเอาใจใส่จากชาวบ้าน ต่อมาไม่นานวัดก็ถูกทิ้งร้าง จึง ได้เป็นวัดร้างมาจนถึงปัจจุบัน และในนิราศสุพรรณได้กล่าวถึงวัดแห่งนี้ว่า “ มาถึงหน้าวัดเพลง วังเวงจิต นั่งพินิจศาลาที่อาศัย มีตะพานลูกกรงลงบันได จึงจําได้แน่จิตไม่ผิดเพี้ยน แต่ก่อนพระวัด นี้ท่านดีมาก ชื่อขรัวนาคช่างฉลาดข้างวาดเขียน มีคนจําแบบอย่างมาวางเรียน จนช่างเขียน ประเดี๋ยวนี้ก็ดีจริง ทุกวันนี้ฝีมือเขาลือมาก แต่ฝีปากอับชื่อไม่ลือถึง ไม่มีใครยอยกเหมือนตกบึง ต้องนอนขึงคิดอ่านสงสารตัว ฯ” จากนิราศดังกล่าวแสดงว่าแต่เดิมมาที่นี่คงเคยเป็นที่พานักของเจ้า ขรัวนาค แห่งวัดทองเพลง ซึ่งมีชื่อเสียงในการเขียนจิตรกรรมภาพฝาผนังสมัยต้นรัตนโกสินทร์ สิ่ง สาคัญและโบราณวัตถุภายในวัด ได้แก่ (วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี, 2556: online) พระอุโบสถ เป็นพระอุโบสถหลังใหญ่มาก ขนาด 6 ห้อง ตรงมุมย่อมุมไม้สิบสอง มีซุ้ม ประตูทางเข้าด้านหน้ามีลายปูนปั้นรูปลายกนกงดงาม คานไม้ปิดทองรูปกนกเปลวเพลิง ส่วนซุ้ม ประตูด้านในมีลายกนกรูปเทพนมสวยงามทีเดียว แต่ทั้งหมดลบเลือนมากแล้วหน้าบันของโบสถ์ หลังนี้มีลายปูนปั้นเช่นกัน แต่ถูกรากไม้หุ้มรัดจนเต็ม ด้านล่างของพระอุโบสถนั้นมีเศษกระเบื้อง ดินเผาถมจนสามารถเดินเข้าออกทางหน้าต่างได้ภายในมีภาพเขียนสีเป็นรูปใบไม้ร่วงบนพื้นสีแดง แต่ลบเลือนมากแล้ว สภาพพระอุโบสถโดยรวมชารุดมากแล้ว เหลือเพียงฝาผนังทั้งสี่ด้านไม่มี หลังคา บานประตูหน้าต่างมีต้นไทรปกคลุมทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รากไทรได้ยึดฝาผนังไว้ ไม่ให้พังลงมามองดูคล้ายปราสาทของขอม หลวงพ่อโต เป็นพระโบราณสร้างจากหินทรายแดงข้างใน หุ้มปูนลงรักปิดทอง หน้าตัก กว้าง 3ใน 4 ของความกว้างพระอุโบสถ พระพุทธลักษณะของพระพักตร์ พระโอษฐ์ และพระเกศ

19

เป็นพระพุทธรูปศิลปะสมัยอู่ทอง แต่เดิมปิดทองไว้อย่างสวยงามตลอดทั้งองค์ แต่เนื่องจากเป็นวัด ร้างจึงถูกลอกเอาไปโดยถูกไฟสุม (แต่ในปัจจุบันได้ทาการลงรักปิดทองขึ้นมาใหม่) ที่ฐานของ หลวงพ่อโต เป็นลายปูนปั้นรูปสิงห์ขาโหย่ง แต่ถูกกะเทาะผุพังไปบ้าง ด้านหน้านั้นมีพระปูนปั้น สาวก 2 องค์ จะเป็นพระสารีบุตรกับพระโมคคัลลานะ หันหน้าเข้าหาพระประธาน เนื่องจากวัดนี้ สร้างขึ้นโดยมีพระประธานและพระสาวก ซึ่งแตกต่างกับธรรมเนียมสมัยอยุธยาที่นิยมสร้างพระ หมู่ หลวงพ่อโตนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพศรัทธาของผู้คนในชุมชน ใบเสมาวัดเพลงนี้มีขนาดใหญ่ ทาด้วยหินทรายแดง ตั้งอยู่ตามมุมพระอุโบสถ เหลือเพียง แท่นฐานตั้งอยู่บนฐานขาสิงห์โหย่ง 4 ฐาน ตามประวัติเมื่อฐานของใบเสมาผุพังตามกาลเวลาเพราะ ก่ออิฐถือปูน ใบเสมาจึงทลายลงมากองกันอยู่ ชาวบ้านจึงขนย้ายมาอยู่ที่วัดสักใหญ่ (ซึ่งเป็นวัดอยู่ ใกล้เคียงกัน) แต่เมื่อขนมาถึงจะทาการยกขึ้นประดิษฐานจะตั้งรายรอบพระอุโบสถหลังใหม่นั้น ยกขึ้นไม่ได้เนื่องจากมีน้าหนักมากจึงกองกันอยู่กับพื้นที่พระอุโบสถวัดสักใหญ่มาจนถึงปัจจุบันนี้ ใบเสมาบางอันยังมีสภาพสมบูรณ์เป็นรูปลายเครือเถา เห็นลวดลายชัดเจนและอีกหลายอันแตก ออกเป็นชิ้น ซุ้มหอระฆัง เป็นซุ้มหอระฆังเล็กๆ ก่ออิฐถือปูน ตั้งอยู่ทางขวาของพระอุโบสถ หอระฆังนี้ มีรูปแบบศิลปกรรม ด้านล่างเป็นซุ้มมีลายปูนปั้น (สร้างตามแบบนิยมสมัยอยุธยาตอนกลาง) มีเสา สี่เสา มีบันไดขึ้น ผู้เฒ่าในแถบนั้นเล่าว่าแต่เดิมมีบันไดทางขึ้น และมียอดด้วย ปัจจุบันหักพังลงมา หมดแล้ว

20

รูปที่ 2.5 อุโบสถวัดเพลง (วัดร้าง) ก่อนมีการบูรณะ ที่มา: วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (2552: online)

รูปที่ 2.6 ป้ายทางเข้าวัดเพลง บริเวณถนนบางกรวย-จงถนอม ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

21

รูปที่ 2.7 เส้นทางเข้าวัดจากถนนบางกรวย-จงถนอม ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

รูปที่ 2.8 เส้นทางเดินเท้าเข้าวัด เนื่องจากเส้นทางรถยนต์เข้าไม่ถึงบริเวณวัด ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

22

รูปที่ 2.9 ป้ายบอกชื่อวัดบริเวณทางเข้าก่อนถึงวัด ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

รูปที่ 2.10 ภาพวัดเพลงถ่ายจากบริเวณจุดป้ายบอกชื่อบริเวณทางเข้าวัด ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

23

รูปที่ 2.11 บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถวัดเพลงหลังจากได้รับการบูรณะ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

รูปที่ 2.12 ป้ายบอกถึงประวัติความเป็นมาของวัดเพลง ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

24

รูปที่ 2.13 บริเวณด้านหลังพระอุโบสถ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

รูปที่ 2.14 ใบเสมาศิลาแลงของเดิมที่อยู่คู่กับพระอุโบสถ บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

25

รูปที่ 2.15 ใบเสมาศิลาแลงของเดิมที่อยู่คู่กับพระอุโบสถ บริเวณด้านหลังพระอุโบสถ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

รูปที่ 2.16 ซุ้มประตูด้านหน้าพระอุโบสถยังคงมีลวดลายปูนปั้นเดิมหลงเหลือไว้ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

26

รูปที่ 2.17 ซุ้มประตูด้านหลังพระอุโบสถยังคงมีลวดลายปูนปั้นเดิมหลงเหลือไว้ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

รูปที่ 2.18 หอระฆังเดิมอยู่ทางด้านซ้ายของพระอุโบสถ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

27

รูปที่ 2.19 ด้านบนซุ้มประตูหน้า มองจากด้านในพระอุโบสถ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

รูปที่ 2.20 หลวงพ่ออู่ทอง พระประธานในพระอุโบสถ พระพุทธรูปสมัยอยุธยา ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

28

รูปที่ 2.21 ด้านหลังพระประธานมีภาพวาด เหนือซุ้มประตูด้านหลัง ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

รูปที่ 2.22 บริเวณฐานพระประธานเกิดความชารุด ทรุดเอียง ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

29

รูปที่ 2.23 โบราณวัตถุที่เกิดความชารุดเสียหาย และหลายชิ้นถูกโจรกรรม ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556 วัดโพธิ์บางโอ วัดโพธิ์บางโอ ตั้งอยู่ในถนนเส้นบางกรวย-ไทรน้อย ตาบลวัดชลอ หรือ หากไปทางน้า ต้องเดินจากท่าเรือเข้าไปประมาณ 200 เมตร เป็นวัดเก่าในสมัยอยุธยา ได้รับการบูรณะในสมัย รัชกาลที่ 3 โดยกรมหลวงเสนีบริรักษ์ (ต้นสกุล เสนีวงศ์) พระโอรสในกรมพระราชวังหลัง สิ่งสาคัญและโบราณวัตถุภายในวัด ได้แก่ (Holiday Thai.com, 2556: online) พระอุโบสถ ทาชายหลังคาของพาไลรอบพระอุโบสถแบบวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หน้าบันสลักไม้รูปนารายณ์ ทรงครุฑลายกนกขมวดเกี่ยวพันกัน เบื้องหลังมีเทพพนมและ ยักษ์พนม ซุ้มประตูทางเข้าวัดทาเป็นหัวเม็ด เป็นเสาสี่เหลี่ยมย่อมุม 12 สูงขึ้นและเอนเข้าหากัน เพื่อเป็นการรับน้าหนักของตัวอาคาร เสาใกล้จะถึงส่วนหลังกาแพงแก้วมีบัวหงายรองรับอีกต่อ หนึ่งแปลกตากว่าที่อื่น เป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย ลักษณะศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย สังเกตได้จากซุ้มเสมาทรงกลมตลอด ฐานของซุ้มก็ทรงกลม ตัวซุ้มแหวะ เป็นช่องหน้าต่างสาม ช่อง ทรงยอดโค้งคล้ายซุ้มจระนา (ซุ้มคูหาเล็ก ๆ ที่มีหลังคาครอบ ทายื่นออกมาจากอาคารติดผนัง องค์เจดีย์หรือท้ายโบสถ์วิหาร เพื่อตั้งพระพุทธรูป) หันหลังชนกันสามทิศ ข้างบนมียอดเล็ก ๆ ปั้นปูนลวดลายงดงาม รับกับบัวยอดซุ้มและแข้งสิงห์เบื้องล่าง ศิลปะรูปปั้นงามนี้เป็นศิลปะสมัย อยุธยาตอนปลายลักษณะลวดลายบ่งชัดว่าเป็นฝีมือช่างสมัยพระบรมโกศ ใบเสมาเป็นหินทราย ทารูปหัวนาคออกสองข้างเอวเสมาเหมือนกันแต่ทรงด้านบนอวบอ้วน ใบเสมาแบบนี้อายุเก่ากว่า

30

ใบเสมาสมัยพระเจ้าเอกทัศน์ ใบเสมาช่วงหลังจะทรงเพรียวกว่า มีเจดีย์ทิศล้อมรอบตัวพระอุโบสถ ทั้งสี่ด้าน ซุ้มบันแถลงประดับกรอบประตูหน้าต่างทาจากปูนน้าอ้อย บานประตูพระอุโบสถ ทั้ง หน้าและหลังมีด้านละสองบาน ปั้นปูนซุ้มประตูเป็นรูปฤาษีพนมและบางซุ้มก็ทารูปเทวดาราอยู่ กลางซุ้ม เข้าใจว่าเป็นฝีมือปฏิสังขรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 3 บานประตูเขียนลายทองรูปกนกใบเทศ ลายละเอียดมาก บนหน้าต่างก็เขียนลายทอง คือเป็นลายรดน้าเช่นเดียวกับประตู ภายในพระ อุโบสถมีภาพจิตรกรรมแป้งสาคูเปียกฝีมือช่างสกุลนนทบุรี ปัจจุบันชารุดทรุดโทรมไป แต่กรม ศิลปากรกาลังบูรณะอยู่ ภาพระหว่างช่องหน้าต่างเขียนรูปปริศนาธรรม ผนังด้านซ้ายพระประธาน เขียนรูปพระปลงกัมมัฏฐานในลักษณะหลายแบบหลายวิธี ผนังด้านหน้าเขียนรูปพุทธประวัติ แสดงถึงพระราชกรณีกิจต่างๆ ของพระพุทธองค์ พระพุทธรูปในพระอุโบสถ ปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ ในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่หน้าพระอุโบสถยังมีรูปสลักหินทาจากเมืองจีน คล้ายเป็นรูปยักษ์รักษาวัด ตน หนึ่งหน้าดุอีกตนหนึ่งหน้ายิ้ม มือถือกระบองด้วยกันทั้งคู่เป็นศิลปะอันงดงามเป็นของประจาวัด ซึ่งตามวัดในอาณาบริเวณแถบนี้ไม่มีภาพสลักชนิดนี้ หอระฆังวัดโพธิ์บางโอมณฑปยอดเจดีย์ เป็นแบบผสมกันระหว่างหอสูงรูปสี่เหลี่ยมและ เจดีย์ย่อมุม เป็นสกุลช่างเมืองนนทบุรีทั้งหมด เนื่องจาก พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชชนนีเป็นคนในสกุลฝ่ายเมืองนนทบุรี จึงทรงอุปการะการสร้างวัดในเขตนนทบุรี

รูปที่ 2.24 วัดโพธิ์บางโอก่อนการบูรณะ ที่มา: สานักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี (2556: online)

31

รูปที่ 2.25 ถนนเข้าวัดจากซุ้มประตูทางเข้าวัด ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

รูปที่ 2.26 รูปปั้นตุ๊กตาจีน (ขวา) บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถช่วงการบูรณะพระอุโบสถ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

32

รูปที่ 2.27 รูปปั้นตุ๊กตาจีน (ซ้าย) บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถช่วงการบูรณะพระอุโบสถ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

รูปที่ 2.28 หอระฆังบริเวณด้านหน้าพระอุโบสถ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

33

รูปที่ 2.29 ประตูพระอุโบสถมีลายปูนปั้นสมัยอยุธยา ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

รูปที่ 2.30 ประตูพระอุโบสถมีลายปูนปั้นสมัยอยุธยา ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

34

รูปที่ 2.31 พระประธานพระอุโบสถศิลปสมัยอยุธยา ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

รูปที่ 2.32 ภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

35

รูปที่ 2.33 บริเวณเพดานพระอุโบสถ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

รูปที่ 2.34 พระอุโบสถในช่วงซ่อมแซมโดยกรมศิลปากร ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

36

รูปที่ 2.35 พระพุทธรูปปางป่าเลย์ไลก์ด้านหลังพระอุโบสถ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

รูปที่ 2.36 เจดีย์รอบมุมพระอุโบสถ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

37

รูปที่ 2.37 บริเวณศาลาท่าน้า ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

รูปที่ 2.38 บริเวณท่าน้า ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556

38

รูปที่ 2.39 ทางเดินจากท่าน้ามายังพระอุโบสถ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 9 มิถุนายน 2556 วัดชลอ วัดชลอ สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น กรมศิลปกรได้วิเคราะห์ อายุ อุโบสถหลัง เก่า ว่า มีอายุประมาณ 600 กว่าปี สมัย ในสมัยพระเจ้าอู่ทอง (สมเด็จพระบรมราชาธิบดีที่ 1) ในบริเวณนี้ไพร่พลของพระองค์ได้มาพักรอรับการเสด็จบาเพ็ญพระราชกุศลที่วัดชลอนี้ และได้ จัดสร้างกระโจมตั้งเสาสาหรับตั้งที่ประทับ ณ บริเวณนี้ ซึ่งในขณะนั้นเป็นลานกว้าง ประมาณ 50 ไร่ ซึ่งอยู่ห่างจากวัดชลอไป ทางทิศตะวันออกประมาณ 700 เมตร นอกจากนี้ คลองบางสีทอง ซึ่ง เป็นคลองเก่าแก่อยู่ไม่ไกลจากวัดชลอ เล่ากันว่าได้รับพระราชทานนามจากพระเจ้าอู่ทอง ที่ได้ เสด็จผ่านบริเวณดังกล่าวประดุจดังหนึ่งเป็นสีทองเกิดขึ้นในบริเวณนั้น เล่ากันว่า ในระยะเวลา ดังกล่าว วัดชลอมีความเจริญรุ่งมาก มีอีกตานานหนึ่งเล่ากันว่า เมื่อประมาณพุทธศักราช 2021 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บรมโกศ เสด็จ ทางชลมารคมาตามลาน้าเจ้าพระยา ผ่านจังหวัดนนทบุรี เรื่อยมาทางคลอง “ลัด” (ปัจจุบันเรียกว่า “คลองบางกรวย”) ทรงทอดพระเนตร 2 ฟากคลองซึ่งในเวลานั้นยังไม่มีถนน หนทางเหมือนปัจจุบัน ทรงดาริว่า “ที่ตรงนี้น่าจะสร้างวัดสักวัดหนึ่ง ชาวบ้านจะได้มีที่ยึดเหนี่ยว จิตใจ” บรรดาเหล่าเสนาอามาตย์น้อยใหญ่ได้ฟังต่างพากันตกใจกลัว จึงได้ตรัสถามว่ากลัวอะไร

39

ก็ได้ทรงรับคากราบบังคมทูลว่า “ที่ตรงนี้มีอาถรรพ์ ในอดีตกาลเคยมีเรือสาเภามาจากเมืองจีนมา เมืองไทย เมื่อมาถึงนี้ได้เกิดอับปางลงด้วยแรงพายุจัด มีคนตายเป็นอันมาก ที่บริเวณดังกล่าว ทามา ค้าขายไม่ขึ้น แถมยังก่อให้เกิดหายนะแก่บริเวณนี้” เหล่าเสนาอามาตย์พากันทูลถวายเรื่องราวใน อดีตให้พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศทรงทราบ แทนที่จะทรงเห็นด้วยตามอามาตย์กราบบังคมทูล พระ เจ้าอยู่บรมโกศ ทรงมีรับสั่งว่าสร้างเสียตรงนี้แหละดี เรื่องร้าย ๆ จะได้ไม่เกิดขึ้น ชาวบ้านจะได้มีที่ ทากินเพิ่มขึ้น การสร้างวัดบริเวณดังกล่าว เป็นไปอย่างยากลาบาก มีอุปสรรคนานับปการจนทหารที่มา ช่วยกันก่อสร้างท้อถอยหมดกาลังใจ บางคนหนีกลับกรุงศรีอยุธยาไปเลยก็มี ในที่สุดการสร้าง วัดดังกล่าวก็ได้สาเร็จลง แต่เรื่องราวลึกลับยังไม่จบสิ้นง่าย ๆ เพราะในคืนนั้นได้เกิดเหตุอาเพศ ฝนตกหนัก ฟ้าผ่าลงกลางโบสถ์นับเป็นเรื่องอัศจรรย์ใจไม่น้อย พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศทรง ประกอบพิธีเสี่ยงสัตยาธิษฐานกับเทพยดาฟ้าดินว่า มาตรแม้พระองค์มีบุญญาภินิหารจริงขอให้ บอกเหตุการณ์แก้เคล็ดด้วย และในคืนนั้นเองพระองค์ทรงสุบินนิมิตไปว่า มีชายชาวจีนชรามาก กราบทูลขอให้พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ทรงปลดปล่อยพวกตนซึ่งเป็นผีตายโหงเพราะเรือล่ม พระองค์ได้ทรงตรัสไปว่า จะทาอย่างไรขอให้บอก ชายชราชาวจีนได้กราบบังคมทูลว่า อยากให้ พระองค์สร้างวัดที่ตรงนี้อีก แต่ทุกอย่างต้องเป็นตามเคล็ดนั่นคือสร้างโบสถ์เป็นรูปเรือสาเภา หาก สร้างเป็นอื่นกลัวโดนฟ้าผ่าอีกแน่นอน เมื่อทรงตื่นจากบรรทม ก็ทรงเชื่อว่าความฝันนั้น เปรียบเสมือนลางบอกเหตุ เป็นการเตือนจากวิญญาณของภูตผีปีศาจที่สิ่งสถิตอยู่ ณ ที่นี้ ในที่สุด วัดที่มีโบสถ์เป็นรูปเรือสาเภาก็ได้สร้างแล้วเสร็จโดยไม่มีเหตุอาเพศใด ๆ เกิดขึ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศได้ทรงพระราชทานนามวัดว่า “วัดชะลอ” ซึ่งเป็น วัดที่ต้องคาสาป เพราะหลังจากนั้นเป็นต้นมา วัดชลอก็ถูกปล่อยให้รกร้างว่างเปล่าโดยตลอดมา เพิ่งจะมีพระภิกษุมาจาพรรษา ในสมัยรัชกาลที่ 3 หรือรัชกาลที่ 4 นั่นเอง ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงมีรับสั่งให้ขุดคลองติดต่อกับวัดชลอ ปัจจุบันคือคลองบางกอกน้อย คลองมหาสวัสดิ์ (น่าจะเป็นคลองบางกรวยกับวัดชลอมากกว่า เพราะคลองบางกอกน้อยส่วนที่เรียกว่า คลองวัดชะลอ ขุดใน พ.ศ. 2100 สมัยสมเด็จพระมหา จักรพรรดิ และคลองมหาสวัสดิ์ขุดในสมัยรัชกาลที่ 4) ในสมัยนั้นน้าในคลองทั้งสองแห่งไหลเชี่ยว มากเป็นคลองสองแยก เรือพ่ายผ่านไปมาเกิดอุบัติเหตุทางน้าชนกันบ่อย จึงได้เขียนป้ายบอกไว้ “ช้ารอ” จึงกลายมาเป็นที่มาของวัดว่า “ชะลอ” ในปัจจุบัน ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เล่ากันว่า พระองค์ทรงเสด็จฯ มาตาม คลองบางกอกน้อยผ่าน “วัดไก่เตี้ย วัดน้อย วัดพิกุลทอง วัดชะลอ” ทั้งนี้เพราะวัดชะลอตั้งอยู่ริมน้า มีเจดีย์สวยงามสถานที่ร่มรื่น นอกจากนี้แล้วสมเด็จพระนางสุนันทากุมาร นารีรัตน์ยังทรงเคย

40

เสด็จประพาสทางน้ามาจอดเรือที่วัดชลอและได้ถวายธรรมมาสน์บุษบกและธรรมมาสน์สวดไว้ 1 ชุด (จักรพันธ์ บุญกาญจน์, 2555: online)

รูปที่ 2.40 วัดชลอ ที่มา: ซิตี้ เยลโล่เพจเจส (2556: online)

รูปที่ 2.41 ป้ายประวัติความเป็นมาของวัดชลอ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 18 พฤษภาคม 2556

41

รูปที่ 2.42 โบสถ์เรือหงษ์วัดชลอ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 18 พฤษภาคม 2556

รูปที่ 2.43 พระอุโบสถบนเรือหงษ์ วัดชลอ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 18 พฤษภาคม 2556

42

รูปที่ 2.44 อุโบสถเดิม ถ่ายจากบนอุโบสถเรือหงษ์ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 18 พฤษภาคม 2556

รูปที่ 2.45 อุโบสถเดิมลักษณะคล้ายเรือสาเภา ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 18 พฤษภาคม 2556

43

รูปที่ 2.46 พระประธานในพระอุโบสถหลังเดิม ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 18 พฤษภาคม 2556

รูปที่ 2.47 บริเวณด้านข้างพระอุโบสถหลังเดิม ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 18 พฤษภาคม 2556

44

รูปที่ 2.48 บริเวณท่าน้ามีบริการอาหารปลา และเป็นจุดให้อาหารปลา ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 18 พฤษภาคม 2556 วัดบางขนุน วัดบางขนุน ตั้งอยู่ที่บ้านบางขุนกอง ตาบลบางขนุน ที่วัดบางขนุนมีสิ่งที่น่าสนใจคือ “หินบดยา” ที่เอาไว้บดยาแผนโบราณนั่นเอง หน้าตาของหินบดยา จะมีทั้งหมด 3 ชุด ชุดหนึ่งมี อุปกรณ์ 3 ชิ้น คือ แท่งหินบด แท่นหินรองบด และไม้สาหรับวางแท่นหินบด แท่งหินบดทามาจาก ทรายสีแดงเป็นก้อนสี่เหลี่ยมยาวประมาณ 1 ฟุต หนา 1 คืบ ไม้สาหรับวางแท่นหินบดรูปร่างคล้าย กับตั่งนั่ง เป็นไม้เนื้อแข็ง สันนิษฐานว่าจะเป็นไม้สักเพราะมีน้าหนักเบาตัวมอดไม่กิน ไม่ผุกร่อน ยังมีสภาพสมบูรณ์ใช้การได้ดี วิธีการบดใช้แรงงานคน เมื่อบดให้ละเอียดแล้วจึงนาไปผสมเป็นตัว ยาใช้รักษาโรคภัยไข้เจ็บตามที่ต้องการ ประมาณปี พ.ศ. 2531 เจ้าอาวาสบางขนุน (ปัจจุบันมรณภาพไปแล้ว) มีความรู้เรื่องยา แผนโบราณเพราะที่วัดมี “สมุดไทย” (สมุดข่อย) ที่เป็นตาราแพทย์โบราณ ซึ่งที่วัดมีอยู่หลายฉบับ เช่น ตาราเจ็ดคัมภีร์ และภาพทศชาติ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 ตาราแพทย์โบราณ ตารากฎหมาย และตาราโหราศาสตร์สร้างขึ้นประมาณสมัยรัชกาลที่ 6–7 ปัจจุบันยังคงเหลือเป็นบางฉบับเท่านั้น และฉบับที่นับว่าสาคัญคือ ตาราเจ็ดคัมภีร์ และภาพทศชาติ นอกจากนี้ที่วัดยังมี “ธรรมาสน์” หรือ ที่นั่งเดี่ยวสาหรับพระสงฆ์นั่งเทศนาในสมัยอยุธยาตอนปลาย ที่มีสีสันสวยงาม และแกะสลัก ลวดลายดอกไม้ที่ละเอียดหาชมได้ยาก (ชุบชีวา, 2555: online)

45

รูปที่ 2.49 วัดบางขนุน ที่มา: เยลโล่เพจเจส (2556: online)

รูปที่ 2.50 หอไตรกลางน้าวัดบางขนุน ที่มา: ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม (2555: online)

46

รูปที่ 2.51 ธรรมาสน์ที่วัดบางขนุน ที่มา: ปลาทองสยองเมือง (2554: online)

รูปที่ 2.52 ด้านบนเพดานธรรมาสน์ที่วัดบางขนุน ที่มา: ปลาทองสยองเมือง (2554: online)

47

รูปที่ 2.53 ลายแกะสลักธรรมาสน์ที่วัดบางขนุน ที่มา: ปลาทองสยองเมือง (2554: online) วัดบางไกรใน วัดบางไกรในตั้งอยู่ริมคลองบางไกรนอก ตาบลบางขุนกอง อาเภอบางกรวย จังหวัด นนทบุรี ขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 118 ตอนพิเศษ 127 วันที่ 21 ธันวาคม 2544 วัดบางไกรใน สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เดิมชื่อ วัดนายไกร เพื่อเป็น อนุสรณ์แก่นายไกรทอง โบราณสถานสาคัญภายในวัดบางไกรใน ได้แก่ อุโบสถ ซึ่งก่ออิฐฉาบปูน เรียบ มีมุขพาไล โครงสร้างไม้ทั้งหน้าและหลัง หน้าบันเป็นไม้สักฉลุลวดลาย บานประตูด้านหน้า มีภาพเขียนสีรูปทวารบาลถืออาวุธด้ามยาว ฉากหลังเขียนภาพช่อดอกพุดตานใบเทศ ภายใน ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิมีพระอัครสาวกซ้าย-ขวาและพระพุทธรูปปาง มารวิชัย ข้างละองค์ ภายในโบสถ์ของวัดบางไกรใน ยังมีองค์หลวงพ่อโต อายุ 300 ปี ภายในพระอุโบสถยังมีองค์พระพุทธรูปองค์ขนาดกลางหลายองค์รายล้อมองค์ หลวงพ่อโต บริเวณภายนอกวัดบางไกรในยังมีศาลเก่าแก่ ศาลแห่งนี้ชื่อว่า “ศาลนายไกรทอง ผู้ปราบจระเข้ชาลาวัน บรรพบุรุษชาวบางนายไกร ถิ่นฐานบ้านนายไกรทอง” ภายในศาลนี้จะมีรูป ปั้นของนายไกรทอง กับชาลาวัน ซึ่งศาลแห่งนี้สร้างขึ้นมาเพื่อเชิดชูนาย ไกรทอง ที่สามารถปราบ พญาชาลาวัน

48

ภายในบริเวณวัดบางไกรในมี วิหารหลังเขียว (หลังเก่า) มีพระพุทธรูปหลวงพ่ออู่ทองหรือ หลวงพ่อแหนซึ่งตามประวัติเดิมหลวงพ่ออู่ทอง ถูกสร้างในสมัยพระเจ้าอู่ทอง ครั้งที่มาตั้งทัพไป รบเมืองราชบุรี หลวงพ่ออู่ทองเดิมย้ายมาจากวัดร้าง จากการคานวณของกองโบราณคดี กรมศิลปกร และปูชนียวัตถุต่าง ๆ ภายในวัดวัดนี้สร้าง ครั้งสมัยกรุศรีอยุธยา และในช่วงรัตนโกสินทร์ปลายสมัยรัชกาลที่ 2 พ.ศ. 2340 ซึ่งของบางอย่าง ของทางวัดบางไกรใน อาทิ ธรรมมาสน์ บุษบก มีความอ่อนช้อยงดงามมาก ซึ่งทางกรมศิลปกรได้ ขอนาไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถาวรวัตถุต่าง ๆ ภายในวัด ได้มีการก่อสร้าง เปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมในสมัยเจ้าอาวาสองค์ก่อน ๆ เรื่อยมา แต่ยังมีของเก่าที่หลงเหลืออยู่ คือ อุโบสถ สร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา กว้าง 7 เมตร ยาว 22 เมตร ก่อด้วยอิฐแผ่นใหญ่ ฉาบด้วยปูนขาว เปลือกหอยผสมน้าอ้อย ส่วนกาแพงแก้วรอบอุโบสถ ซึ่งมีเจดีย์มุมละ 3 องค์ ลวดลายงดงามมาก ซึ่งหาดูได้ยาก เมื่อ พ.ศ. 2513 ได้ขุดพบพระทองคา และพระเครื่องต่าง ๆ และพระพุทธรูปบูชา แบบแกะสลัก และพระบรมสารีริกธาตุบนยอดพระเจดีย์ และในวิหารหลังเก่าอีก 1 หลัง ซึ่งได้ถูก รื้อถอนไปแล้วเหลือเพียงพระประธาน ( nonthailand, 2555: online) สิ่งสาคัญและโบราณวัตถุ ภายในวัด ได้แก่ 1. หลวงพ่อพุทธไกรมงคล หรือ ที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า หลวงพ่อแหนด้วยเหตุว่า ตอน ไปอัญเชิญหลวงพ่อแหนจากอุโบสถหลังเก่า วัดนาฬิเก (ร้าง) ซึ่งอยู่ในสวนลึกชาวบ้านได้ทาพิธี บวงสรวงอาราธนาใส่เรือชะล่าขนาดใหญ่ หรือ เรือขุด ใส่องค์หลวงพ่อมา และเรือได้จมลง ดอกแหนติดองค์หลวงพ่อเต็มไปหมด เมื่อชาวบ้านอัญเชิญขึ้นมาแล้ว เลยเรียกชื่อหลวงพ่อแหน ติดปากมากระทั่งทุกวันนี้ เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ประจาหมู่บ้าน และข้างเคียง ชาวบ้านนับถือ มาก ซึ่งหลวงพ่อแหนนี้ตามประวัติสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา อายุประมาณ 400 ปีเศษ ทางวัด ได้อัญเชิญมาประดิษฐานภายในวิหารหลังใหม่ ซึ่งสร้างเมื่อ พ.ศ. 2517 องค์หลวงพ่อสร้างด้วยศิลา ทรายแดงทั้งองค์ ปางสมาธิ ลงรักปิดทอง หน้าตักกว้าง 3 ศอก 1 คืบ 2 นิ้ว บูรณะลงรักปิดทองใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2547 2. พระพุทธรูปหล่อทรงเครื่อง เนื้อโลหะ สูงเท่าคน ปางห้ามสมุทร ปางราพึง และปางป่า เลไลย์ เป็นพระพุทธรูปโบราณ อายุประมาณ 200 ปี 3. พระพุทธรูปทรงเครื่องปางต่าง ๆ ปางพระพุทธเจ้าเปิดโลก พระมาลัยโปรดนรก สวรรค์ และพระแกะสลักลวดลายต่าง ๆ งดงามมาก 4. พระพุทธรูป สมัยอยุธยา 4 องค์ ซึ่งถูกตัดเศียรเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2542 เป็นเนื้อศิลา ทรายแดง ปัจจุบันได้บูรณะต่อเศียรเสร็จเรียบร้อยแล้ว 5. ศาลนายไกรทอง อยู่ข้างวิหารพุทธไกรมงคล

49

รูปที่ 2.54 หลวงพ่อโตอายุกว่า 300 ปี วัดบางไกรใน ที่มา: nonthailand (2555: online)

รูปที่ 2.55 วัดบางไกรใน ที่มา: สังฆทานดอทคอม (2556: online)

50

รูปที่ 2.56 ทางเข้าวัดบางไกรในจากถนนนครอินทร์ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 30 มิถุนายน 2556

รูปที่ 2.57 วิหารโบราณสถานศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อพระพุทธไกรมงคล ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 30 มิถุนายน 2556

51

รูปที่ 2.58 หลวงพ่อพระพุทธไกรมงคล (หลวงพ่อแหน) พระพุทธรูปสมัยอยุธยาตอนต้น ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 30 มิถุนายน 2556

รูปที่ 2.59 บริเวณท่าน้าของวัดบางไกรใน ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 30 มิถุนายน 2556

52

รูปที่ 2.60 ศาลนายไกรทอง ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 30 มิถุนายน 2556

รูปที่ 2.61 หลวงพ่อโต พระพุทธรูปสมัยอยุธยา ขณะซ่อมแซมพระอุโบสถ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 30 มิถุนายน 2556

53

รูปที่ 2.62 พระอุโบสถประดิษฐานหลวงพ่อโต ขณะซ่อมแซม ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 30 มิถุนายน 2556

รูปที่ 2.63 หอระฆังไม้ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 30 มิถุนายน 2556

54

วัดบางอ้อยช้าง วัดบางอ้อยช้าง ตั้งอยู่ที่ 79 บ้านบางอ้อยช้าง คลองบางกอกน้อย หมู่ 2 ซ.บางกรวยไทร น้อย 29 ถ.บางกรวย-ไทรน้อย ต.บางสีทอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เดิมเรียกชุมชนบางอ้อยช้างว่า “บ้านส่วยช้าง” ต่อมาในสมัยอยุธยาตอนปลาย ราวพ.ศ.2304 ชาวบ้านก็ได้ร่วมใจกันสร้างวัดขึ้นใน บริเวณชุมชนและเรียกกันว่า “วัดบางอ้อยช้าง” ประวัติยังเล่าว่า บ้านบางอ้อยช้างเป็นหนึ่งในสาม ชุมชนที่รวบรวมเสบียงเวลาเกิดศึกสงครามร่วมกับทัพหลวง รวมถึงส่งชายฉกรรจ์ในพื้นที่ไปร่วม รับใช้ชาติร่วมกับกองทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินในการกู้แผ่นดิน ทาให้มีการสร้าง "อนุสาวรีย์ พระเจ้าตากสิน" เพื่อเป็นอนุสรณ์ไว้ที่วัดแห่งนี้ด้วย อีกทั้งพื้นที่ชุมชนบางอ้อยช้างนี้ ยังเป็นที่ รักษาพยาบาลทั้งคนและสัตว์ที่ใช้เป็นพาหนะในสมัยนั้น (ธันสิตา จินากุล, 2554: online) “บางอ้อยช้างโอ้ช้างที่ร้างโขลง มาอยู่โรงรักป่าน้ําตาไหล พี่คลาดแคล้วแก้วตาให้ อาลัย เหมือนอกไอยราร้างฝูงนางพังฯ” ......โดยสุนทรภู่ กลอนบทนี้กล่าวถึงสมัยอยุธยา ชุมชน “บางอ้อยช้าง” แห่งนี้เคยมีต้นอ้อยช้างอยู่มาก โดยต้นอ้อยช้างไม่เหมือนกับต้นอ้อยธรรมดา แต่เป็น ต้นไม้ยืนต้นมีใบคล้ายใบโพธิ์ มีกิ่งเป็นชั้นๆ เป็นไม้เนื้ออ่อนคล้ายต้นงิ้ว มีรสหวานเจือรสฝาด เป็นที่ชื่นชอบของช้าง ซึ่งช้างจะกินเป็นอาหารและเป็นยารักษาโรค อีกทั้งต้นอ้อยช้างนี้ยังใช้เป็นที่ รองพระที่นั่งบนหลังช้าง เวลาออกทัพไกล ๆ อีกด้วย ชุมชนนี้จึงมีหน้าที่ส่งส่วยอ้อยขึ้นไปเลี้ยง ช้างหลวงที่กรุงศรีอยุธยา สาหรับสิ่งที่น่าสนใจในวัดบางอ้อยช้างนั้นมีอยู่มากมาย ซึ่งมี “พิพิธภัณฑ์วัดบางอ้อยช้าง” ที่ทางวัดรวบรวมของเก่าแก่ ของสาคัญในชุมชนมาจัดแสดงไว้ให้เป็นมรดกล้าค่าของชุมชน โดย พิพิธภัณฑ์วัดบางอ้อยช้างแห่งนี้ เปิดอย่างเป็นทางการราวปี พ.ศ.2541-2542 ซึ่งได้ใช้พื้นที่เดิมของ หอฉันที่เป็นเรือนไม้เก่าแก่อายุกว่า 100 ปี มาดัดแปลงทาเป็นพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงสมบัติอันมีค่า เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา เช่น ตาลปัตรพระราชทานของ รัชกาลที่ 5 ที่มีสัญลักษณ์นารายณ์ ทรงครุฑตามศิลปะของรัชกาลที่ 5 ตะลุ่มหรือพานแว่นฟ้า เป็นศิลปหัตถกรรมชั้นสูงของไทย โบราณ อยู่ในกลุ่มช่างรักงานประดับมุกซึ่งโดยปกติแล้วชาวบ้านจะไม่ค่อยมีใช้กัน ส่วนใหญ่จะมี ในสานักพระราชวังเท่านั้น นอกจากพิพิธภัณฑ์แล้ว วัดบางอ้อยช้างยังมีโบราณวัตถุและปูชนียสถานที่สาคัญอีก มากมาย เช่น พระประธานภายใน “อุโบสถ” ซึ่งองค์พระประธานนี้เป็นพระพุทธรูปสลักด้วย ศิลาแลงสมัยสุโขทัย และถอดได้เป็นท่อนๆ อายุประมาณ 600 ปี สันนิษฐานว่านาแบบมาจากลังกา แต่เดิมประดิษฐานในอุโบสถหลังเก่าที่มีลักษณะเป็นแบบมหาอุตม์จนถึง พ.ศ. 2495 อุโบสถหลัง เก่านี้ได้ทรุดโทรมตามกาลเวลา จึงได้อัญเชิญพระประธานไปประดิษฐานยังอุโบสถหลังใหม่

55

ภายในพระอุโบสถยังมีจิตรกรรมฝาผนังที่แม้จะเป็นงานเขียนที่เขียนขึ้นมาใหม่ในปี พ.ศ.2549 ด้วยสีอะคริลิก แต่ก็มีความวิจิตรสวยงาม ลักษณะของภาพแบ่งเป็น 4 ผนัง คือ ผนังด้าน ที่ 1 ตอนมหาสุบินนิมิต ตอนประสูติ ตอนตรัสรู้ ผนังด้านที่ 2 ตอนเสด็จโปรดปัญจวัคคีย์ ตอน แสดงปาฏิหาริย์ ตอนเสด็จลงจากดาวดึงส์ ตอนปรินิพพาน ผนังด้านที่ 3 (ผนังหุ้มกลองหลังพระ ประธาน) วาดเรื่องไตรภูมิ และผนังด้านสุดท้าย (ผนังหุ้มกลองด้านหน้าพระประธาน) วาดเป็น ตอนมารผจญ โดยภาพจิตรกรรมเหล่านี้จะวาดสอดแทรกประวัติศาสตร์ของวัดบางอ้อยช้างเข้าไป ด้วย ได้แก่ ภาพวาดตอน ร.5 เสด็จมาบาเพ็ญพระราชกุศลทางชลมารค เป็นต้น นอกจากนี้ และยังมีรอยพระพุทธบาทหล่อด้วยทองสาริด ขนาด 54 นิ้ว กว้าง 19 นิ้วครึ่ง เป็นโบราณวัตถุทางศาสนาที่มีอายุเก่าแก่กว่า 200 ปี เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สาคัญเป็นที่เคารพสักการะ ของชาวบ้านบางอ้อยช้าง รอยพระพุทธบาทนี้สันนิษฐานว่าพระอธิธรรมทองอยู่ อดีตเจ้าอาวาส องค์แรกท่านได้ธุดงค์ขึ้นไปทางภาคเหนือ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อไปหาไม้มาสร้างวัดบางอ้อยช้าง และได้ไปพบรอยพระพุทธบาทและพระศรีรัตนศาสดาพร้อมกัน ท่านเห็นว่าโบราณวัตถุทั้ง 2 อย่างนี้เป็นสิ่งล้าค่าและสวยงามมาก ทั้งขาดการบารุงรักษา ท่านจึงได้อาราธนาลงแพไม้มาและ นามาประดิษฐานไว้ ณ วัดบางอ้อยช้าง ในปี พ.ศ. 2535 พระมหาวิบูลย์ ธมมโชโต เจ้าอาวาสองค์ ปัจจุบัน ได้จัดสร้างพระมณฑปเพื่อเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท จากความร่วมมือทั้งกาลัง ทรัพย์ กาลังกาย และกาลังความคิดจากประชาชน เป็นพระมณฑปที่สวยงาม ตกแต่งด้วย ศิลปวัฒนธรรมแบบไทยเดิมบรรจงสร้างอย่างวิจิตรบรรจง มีคุณค่าเหมาะสมที่จะเป็นที่ ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท (ธันสิตา จินากุล, 2554: online)

56

รูปที่ 2.64 บริเวณด้านหน้าวัดถ่ายจากท่าน้าวัด ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 30 มิถุนายน 2556

รูปที่ 2.65 ป้ายวัดบางอ้อยช้างถ่ายจากท่าน้าวัด ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 30 มิถุนายน 2556

57

รูปที่ 2.66 มณฑปพระพุทธบาทริมน้า ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 30 มิถุนายน 2556

รูปที่ 2.67 รอยพระพุทธบาท ในมณฑปริมน้า ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์ (2553: online)

58

รูปที่ 2.68 ซุ้มประตูวัดเดิมทางเดินจากท่าน้า ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 30 มิถุนายน 2556

รูปที่ 2.69 อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 30 มิถุนายน 2556

59

รูปที่ 2.70 เรือนนันทศรีวิบูลย์ เรือนไทยพื้นบ้าน ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 30 มิถุนายน 2556

รูปที่ 2.71 แหล่งเรียนรู้ศูนย์วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 30 มิถุนายน 2556

60

รูปที่ 2.72 พิพิธภัณฑ์วัดบางอ้อยช้าง ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 30 มิถุนายน 2556

รูปที่ 2.73 เครื่องมือเครื่องใช้โบราณที่จัดแสดงไว้ภายในพิพิธภัณฑ์ ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์ (2553: online)

61

รูปที่ 2.74 ข้าวของโบราณในพิพิธภัณฑ์ ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์ (2553: online)

รูปที่ 2.75 ภายในพิพิธภัณฑ์เก็บรักษาตู้พระธรรมลายรดน้าหลายตู้ ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์ (2553: online)

62

รูปที่ 2.76 ลวดลายของตู้ลายรดน้า ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์ (2553: online)

รูปที่ 2.77 หนึ่งในภาพวาดของขรัวอินโข่งที่ถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์ (2553: online)

63

รูปที่ 2.78 พระอุโบสถวัดบางอ้อยช้าง ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 30 มิถุนายน 2556

รูปที่ 2.79 พระประธานในอุโบสถวัดบางอ้อยช้าง ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์ (2553: online)

64

รูปที่ 2.80 ภาพรอยพระพุทธบาทบนเพดานในศาลาการเปรียญ ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์ (2553: online) ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับบางกรวย (ถนนบางกรวย-จงถนอม) บริเวณถนนสายบางกรวย-จงถนอม ศูนย์รวมพันธ์ไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด เป็นทั้งแหล่งผลิตและจาหน่ายตลอดสองข้างทาง ระยะทาง 17 กิโลเมตร (ถนนสายไม้ ดอกไม้ประดับบางกรวย (ถนนบางกรวย-จงถนอม) อยู่ในท้องที่ องค์การบริหารส่วนตาบลมหา สวัสดิ์ และเทศบาลตาบลปลายบาง ) ประกอบด้วยไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้หอม ไม้ผลนานา ชนิด (สานักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดนนทบุรี, 2556: online) เช่น เข็มสี กุหลาบ กล้วยพัด ฟิโลเดนดรอน ไม้ดัด และไม้แคระ เป็นต้น ตั้งอยู่ทั้งสองฝั่งถนน จาหน่ายทั้ง ราคาปลีก และราคาส่งให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจให้เลือกซื้อมากมาย

65

รูปที่ 2.81 ทางเข้าถนนบางกรวย-จงถนอม จากถนนราชพฤกษ์ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 16 สิงหาคม 2556

รูปที่ 2.82 บริเวณปากทางเข้าถนนบางกรวย-จงถนอม จากถนนราชพฤกษ์ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 16 สิงหาคม 2556

66

รูปที่ 2.83 ป้ายถนนบางกรวย-จงถนอม บริเวณทางเข้าจากถนนราชพฤกษ์ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 16 สิงหาคม 2556

รูปที่ 2.84 ถนนบางกรวย-จงถนอม สองฝั่งประกอบด้วยร้านไม้ดอกไม้ประดับ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 16 สิงหาคม 2556

67

รูปที่ 2.85 ผู้ประกอบการร้านค้าจาหน่ายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 16 สิงหาคม 2556

รูปที่ 2.86 บริเวณข้างถนนที่ตั้งของร้านจาหน่ายไม้ดอกไม้ประดับ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 16 สิงหาคม 2556

68

รูปที่ 2.87 ไม้ดอกไม้ประดับมีให้เลือกซื้อหลายพันธุ์ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 16 สิงหาคม 2556

รูปที่ 2.88 ไม้ดอกไม้ประดับมีให้เลือกซื้อหลายพันธุ์อีกฝั่งหนึ่งของถนน ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 16 สิงหาคม 2556

69

รูปที่ 2.89 บริเวณพื้นที่จาหน่ายพันธุ์ไม้เกิดความเสียหายหลังเกิดเหตุการณ์น้าท่วม ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อ 16 สิงหาคม 2556

70

บทที่ 3 แนวคิด ทฤษฎี และวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง การวิจัยเรื่อง “เส๎นทางการทํองเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัด นนทบุรี” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่สํงผลตํอการตัดสินใจมาทํองเที่ยว คําใช๎จําย ระยะเวลาที่ ใช๎ในการทํองเที่ยวเฉลี่ยตํอคน และเส๎นทางการทํองเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี การวิจัยในหัวข๎อดังกลําว มีแนวคิด ทฤษฎี วรรณกรรม ที่เกี่ยวข๎องกับการอธิบาย ความหมายของศิลปวัฒนธรรมท๎องถิ่น การวิเคราะห์ต๎นทุน และการจัดการทํองเที่ยวเชิง ศิลปวัฒนธรรม ซึ่งจากการศึกษาแนวคิด ดังนี้ 1. ความสาคัญของศิลปะและวัฒนธรรมท๎องถิ่น 2. แนวคิดเกี่ยวกับวัฒนธรรม 3. แนวคิดการทํองเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และนักทํองเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 4. ประเภทของการทํองเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 5. แนวคิดการวางแผนจัดนาเที่ยว และการวางแผนการทํองเที่ยวในเชิงธุรกิจ 6. ทฤษฎีต๎นทุนการผลิต 7. การประเมินมูลคําประโยชน์ด๎านนันทนาการด๎วยวิธีวิเคราะห์มูลคําด๎านนันทนาการ โดยใช๎คําใช๎จํายในการเดินทาง (Travel Cost Method: TCM) 8. วรรณกรรมที่เกี่ยวข๎อง 9. กรอบแนวคิดในการวิจัย ความสาคัญของศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่น สังคมมนุษย์ที่ได๎พัฒนาสืบเนื่องมาในระยะเวลาที่ยาวนาน มีปัจจัยในการดาเนินชีวิตที่ สาคัญหลายประการ ที่นอกเหนือไปจากการทามาหากินแล๎ว มนุษย์ยังได๎สร๎างสรรค์สิ่งตําง ๆ ขึ้นอยํางมากมาย เพื่อเป็นการสนองความต๎องการของตนเอง โดยเฉพาะอยํางยิ่ง การสร๎างผลงาน ทางด๎านศิลปะมีจุดมุํงหมายหลายประการ (สุวรรณี สันต์ธนะวาณิช, 2548: 3) ศิลปะ ที่สร๎างขึ้นจากความรู๎สึกพึงพอใจ ประทับใจในสิ่งที่พบเห็น หรือจากการลาดับ ประสบการณ์คุณคําความงามจากธรรมชาติที่เป็นประสบการณ์พื้นฐานของมนุษย์ สร๎างสรรค์ เป็นผลงานที่สนองความต๎องการทางด๎านจิตใจ และเพื่อประโยชน์ใช๎สอย

71

ศิลปะ ที่สร๎างขึ้นเป็นรูปสัญลักษณ์ รูปเคารพบูชา ตามความเชื่อถือศรัทธาหรือสร๎างขึ้น เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ และปกป้องคุ๎มครอง หรือเป็นพลังแหํงการดาเนินชีวิตที่ถือเป็นแนวทางใน การปฏิบัติรํวมกันในสังคมมนุษย์ ในรูปแบบของศิลปะ และวัฒนธรรมที่มีความแตกตํางกัน ออกไปตามลักษณะของชุมชน และสังคม เชํน ศิลปะและวัฒนธรรมเมือง ศิลปะและวัฒนธรรม ท๎องถิ่น เป็นต๎น ศิลปะจึงหมายถึง การแสดงออกเกี่ยวกับความศรัทธาเชื่อถือของแตํละสมัย ในรูปลักษณ์ ตําง ๆ ให๎ปรากฏซึ่งสุนทรียภาพ ความประทับใจหรือความสะเทือนอารมณ์ตามอัจฉริยภาพ พุทธปัญญา ประสบการณ์ รสนิยม และทักษะของแตํละคน เพื่อความพอใจ ความรื่นรมย์ ขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี หรือความเชื่อในลัทธิ ศาสนา (ทวีเกียรติ ไชยยงยศ, 2538: 16) ความสาคัญของวัฒนธรรม สมศักดิ์ ศรีสันติสุข ( 2536) ได๎ให๎ความหมายของวัฒนธรรมไว๎วํา วิถีแหํงการดารงชีพ ที่มนุษย์สร๎างขึ้น ตามที่มนุษย์มีความสัมพันธ์ระหวํางมนุษย์กับมนุษย์ มนุษย์กับสังคม และมนุษย์ กับสิ่งแวดล๎อม ซึ่งเป็นทั้งระบบความรู๎ ความคิด หรือความเชื่อจนมีการยอมรับปฏิบัติกันมา เป็นวิธีการหรือแบบแผน และมีการอบรมและถํายทอดไปสูํสมาชิกรุํนตํอมา ตลอดจนถึง การ เปลี่ยนแปลงให๎เข๎ากับสภาพแวดล๎อมของมนุษย์ วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่มนุษย์สร๎างขึ้นเป็นนามธรรมกาหนดขึ้นเป็นกฎหมาย ธรรมเนียม และประเพณี ถือเป็นแนวทางการปฏิบัติรํวมกัน มีการเรียนรู๎สืบตํอกันมาหลายยุคหลายสมัย วัฒนธรรมจึงเป็นสิ่งที่ไมํหยุดนิ่ง และมีการเปลี่ยนแปลงอยูํตลอดเวลา วัฒนธรรมจึงหมายถึง สิ่งที่มนุษย์สร๎างขึ้น กาหนดขึ้น มิใช๎สิ่งที่มนุษย์ทาตามสัญชาตญาณ อาจเป็นสิ่งประดิษฐ์วัตถุสิ่งของขึ้นใช๎ หรืออาจเป็นการกาหนดพฤติกรรม และหรือความคิด ตลอดจนวิธีการหรือระบบการทางาน ฉะนั้นวัฒนธรรมก็คือ ระบบในสังคมมนุษย์ที่มนุษย์สร๎าง ขึ้นมิใชํระบบที่เกิดขึ้นโดยสัญชาตญาณ ศิลปะและวัฒนธรรม จึงมีความเกี่ยวข๎องกันอยํางแยกกันไมํออก เพราะทั้งศิลปะ และ วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่แสดงให๎เห็นถึงลักษณะเชื้อชาติ ศาสนา ขนบธรรมเนียม และจารีตประเพณี การสร๎างสรรค์ศิลปะ และวัฒนธรรมของมนุษย์ ยังแยกออกได๎ตามสภาพชีวิตความเป็นอยูํของ กลุํมคนในสังคมแตํละสังคม ดังเชํน กลุํมคนในสังคมเมือง และกลุํมคนในสังคมชนบท หรือ ท๎องถิ่นที่อยูํหํางไกลเมืองจะมีแนวทางของความเชื่อที่แตกตํางกันออกไปตามพื้นฐานทางด๎าน ความรู๎ และความเจริญรุํงเรืองที่แตกตํางกัน ลักษณะของศิลปะ และวัฒนธรรมเมืองจึงมีความ แตกตํางไปจากศิลปะ และวัฒนธรรมท๎องถิ่น (สุวรรณี สันต์ธนะวาณิช, 2548: 5-7)

72

ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น สภาพชีวิตความเป็นอยูํ เศรษฐกิจ และสังคม โดยเฉพาะอยํางยิ่งความเชื่อของกลุํมชนใน ท๎องถิ่น เป็นแรงบันดาลใจให๎เกิดการสร๎างสรรค์ผลงานทางด๎านศิลปะ โดยมีวัสดุท๎องถิ่นเป็น สื่อในการสร๎างสรรค์ศิลปะและวัฒนธรรมท๎องถิ่นเกิดจาก จิตวิญญาณ และกฎเกณฑ์ของความ เชื่อถือศรัทธาทางศาสนา และสิ่งเร๎นลับตําง ๆ ที่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยว และเป็นพลังแหํงการดาเนิน ชีวิตลักษณะรูปแบบทางด๎านศิลปะมีความเรียบงําย เหมาะสมกับท๎องถิ่น แสดงให๎เห็นถึงการ แก๎ปัญหา การใช๎ภูมิปัญญาในการสร๎างสรรค์ รูปแบบทางด๎านศิลปะและวัฒนธรรมท๎องถิ่น จึงมีลักษณะเฉพาะ แสดงให๎เห็นถึงเอกลักษณ์ของท๎องถิ่นที่แตกตํางกันออกไป (สุวรรณี สันต์ธนะวาณิช, 2548: 8) แนวคิดเกี่ยวกับวัฒนธรรม สุพัตรา สุภาพ ( 2536) ได๎สรุปไว๎วําวัฒนธรรมมีความหมายครอบคลุมถึงทุกสิ่งทุกอยําง อันเป็นแบบแผนในความคิด และการกระทาที่แสดงออกถึงวิถีชีวิตของมนุษย์ในสังคมกลุํมใดกลุํม หนึ่งหรือสังคมใดสังคมหนึ่ง มนุษย์ได๎คิดสร๎างระเบียบกฎเกณฑ์วิธีการในการป ฏิ บัติการจัด ระเบียบตลอดจนระบบความเชื่อ ความนิยม ความรู๎ และเทคโนโลยีตําง ๆ ในการควบคุม และใช๎ ประโยชน์จากธรรมชาติ และได๎แบํงองค์ประกอบของวัฒนธรรมไว๎ 4 ประการคือ (1) องค์วัตถุ (Industrial and Symbolic Objects) คือวัฒนธรรมที่สามารถสัมผัสจับได๎และ มีรูปรําง เชํน เครื่องมือเครื่องใช๎ ภาพเขียน เครื่องจักร โบสถ์ วิหาร และสํวนที่ไมํมีรูปรําง เชํน ภาษา สัญลักษณ์ในการติดตํอสื่อความหมาย และตัวเลข เป็นต๎น (2) องค์การ ( Association or Organization) หมายถึง กลุํมที่มีการจัดระเบียบหรือมี โครงสร๎างอยํางเป็นทางการ มีการวางกฎเกณฑ์ระเบียบข๎อบังคับและวัตถุประสงค์ไว๎อยํางแนํนอน เป็นกลุํมที่มีความสาคัญที่สุดในสังคมที่ซับซ๎อน เชํน ครอบครัว วัด และสหประชาชาติ เป็นต๎น (3) องค์พิธีการ ( Usage) เป็นขนบธรรมเนียมประเพณีที่ยอมรับกันโดยทั่วไป เชํน พิธีกรรมตําง ๆ ตั้งแตํเรื่องการเกิด แตํงงาน บวชนาค และตาย ซึ่งศาสนาก็เข๎ามามีอิทธิพลอยูํบ๎าง รวมถึงพิธีการแตํงกาย และการรับประทานอาหาร (4) องค์มติ (Concepts) หมายถึง ความเข๎าใจ ความเชื่อ ความคิดเห็น ตลอดจนอุดมการณ์ ตําง ๆ เชํน การยอมรับวําสิ่งใดถูกหรือผิดสมควรหรือไมํ เป็นต๎น ยศ สันตสมบัติ ( 2540) ได๎สรุปลักษณะพื้นฐานที่สาคัญของวัฒนธรรมไว๎ 6 ประการ ด๎วยกัน คือ

73

(1) วัฒนธรรมเป็นความคิดริเริ่ม และคํานิยมทางสังคมที่เป็นตัวกาหนดมาตรฐานของ พฤติกรรม (2) วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่มนุษย์เรียนรู๎ ได๎รับการถํายทอดจากคนรุํนหนึ่งไปสูํคนอีกรุํน หนึ่ง โดยผํานกระบวนการถํายทอดทางวัฒนธรรม หรือกระบวนการเรียนรู๎ทางวัฒนธรรม (3) วัฒนธรรมมีพื้นฐานมาจากการใช๎สัญลักษณ์ พฤติกรรมของมนุษย์มีต๎นกาเนิดมาจาก การใช๎สัญลักษณ์ ไมํวําจะเป็นเงินตรา รวมถึงภาษาซึ่งเครื่องมือสื่อความหมายทั้งหมดนี้สามารถ ถํายทอดความรู๎นั้นไปยังคนรุํนหลังตํอไปได๎ (4) วัฒนธรรมเป็นองค์รวมของความรู๎และภูมิปัญญา ในลักษณะนี้วัฒนธรรมมีหน๎าที่ ตอบสนองความต๎องการพื้นฐานของมนุษย์ เชํน สอนให๎มนุษย์หาอาหาร และวางกฎเกณฑ์ให๎ มนุษย์ดาเนินชีวิตอยํางมีระเบียบแบบแผนเพื่อให๎สังคมทางานอยํางเป็นระบบ เป็นต๎น (5) วัฒนธรรม คือ กระบวนการที่มนุษย์กาหนดนิยามความหมายให๎กับสิ่งมีชีวิตและ สิ่งตําง ๆ ที่อยูํรอบตัว ซึ่งอาจแสดงออกได๎ในรูปแบบของศาสนา พิธีกรรม แนวคิดพื้นฐานของ ระบบการเมือง กํอให๎เกิดสถาบัน (6) วัฒนธรรมเป็นสิ่งไมํหยุดนิ่ง หากแตํมีการเปลี่ยนแปลงปรับตัวอยูํตลอดเวลา อาจมี สาเหตุมาจากความคิดและคํานิยมที่มีมาจากวัฒนธรรมอื่น งามพิศ สัตย์สงวน (2543) ได๎กลําววําวัฒนธรรมคือ พฤติกรรมของมนุษย์ที่เกิดจากการ เรียนรู๎ รวมทั้งผลิตผลที่เกิดจากการเรียนรู๎ และนักมานุษยวิทยาใช๎เป็นเครื่องมือเพื่อทาความเข๎าใจ ประเพณีและวัฒนธรรมที่แตกตํางกันของมนุษย์ในสังคมตําง ๆ ทั่วโลก รวมทั้งเข๎าใจตัวเองและ สังคม โดยแบํงประเภทของวัฒนธรรมออกเป็น 2 ประเภทใหญํ ๆ คือ (1) วัฒนธรรมทางวัตถุ หมายถึง สํวนของวัฒนธรรมที่จับต๎องสัมผัสได๎ มีรูปรํางขนาด และน้าหนักแตกตํางกันไปตั้งแตํ จอบ เสียม มีด หม๎อ บ๎าน รถยนต์ ไปจนถึงเครื่องจักรกลประเภท ตําง ๆ (2) วัฒนธรรมที่ไมํใช๎วัตถุ หมายถึง สํวนของวัฒนธรรมที่จับต๎องสัมผัสไมํได๎ เพราะไมํ มีรูปรําง ขนาด หรือน้าหนัก แตํมีอิทธิพลตํอชีวิตและมนุษย์มาก วัฒนธรรมประเภทนี้แบํงออกเป็น 5 ประเภทคือ (2.1) สถาบันสังคม (2.2) วัฒนธรรม โดยแบํงออกเป็น 5 ประเภทยํอย ได๎แกํ ศาสนา ความเชื่อทางสังคม คํานิยม ประเพณี และกฎหมาย (2.3) ศิลปะ (2.4) ภาษา และ(2.5) พิธีกรรม

74

แนวคิดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ศิริ ฮามสุโพธิ์ (2543: 63-65) ได๎อธิบายถึง การทํองเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และนักทํองเที่ยว เชิงวัฒนธรรม ดังนี้ การทํองเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เป็นการเดินทางเพื่อสัมผัส และการเข๎ารํวมใช๎ วิถีชีวิตแบบเกํา ๆ ที่กาลังจะสูญหายไปในบางท๎องถิ่น เพื่อให๎มีความเข๎าใจอยํางลึกซึ้งถึงประวัติ ความเป็นมา การดาเนินชีวิตที่แตกตํางไปจากวัฒนธรรมของตน เชํน การแสดงศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และงานเทศกาลตําง ๆ การประกอบอาชีพเกษตรกรรม เป็นชาวสวน และชาวนา เป็นต๎น สิ่งเหลํานี้ ถือเป็นทรัพยากรทํองเที่ยวที่สาคัญ ทาให๎นักทํองเที่ยวอยากเข๎าไปชมศิลปวัฒนธรรม ประเพณีท๎องถิ่น เพื่อศึกษาหาความรู๎ และพักผํอนหยํอนใจ สํวนนักทํองเที่ยวเชิงวัฒนธรรม หรือพฤติกรรมของนักทํองเที่ยวที่แสดงออกมาด๎วย ความสนใจ คือ ชอบเที่ยวชมเมืองโบราณ อาจจะเดินชมเมือง หรือนั่งรถเที่ยวชมตามเส๎นทาง สัญจร และผํานบริเวณสาคัญของเมือง เชํน ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และวิถีชีวิตการเป็นอยูํ ของคน การประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทานา ทาสวน หรือการเข๎าไปชมการละเลํนพื้นเมือง ไป ชมกระบวนแหํงานเทศกาล อาจจะเป็นการจัดแบบถาวรหรือจัดเป็นครั้งคราวเป็นสิ่งที่สร๎างความ สนใจให๎นักทํองเที่ยวอยากเข๎าไปชม บุญเลิศ จิตตั้งวัฒนา ( 2551: 168-169) ได๎กลําวถึง หลักการของการทํองเที่ยวเชิง ศิลปวัฒนธรรมไว๎ ประกอบด๎วย 4 ประการคือ (1) เป็นการทํองเที่ยวที่มีการศึกษารวบรวมข๎อมูลเกี่ยวกับความสาคัญ คุณคํา ประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของทรัพยากรวัฒนธรรมในแหลํงทํองเที่ยวนั้น เพื่อเป็นข๎อมูลให๎แกํ นักทํองเที่ยวในการเพิ่มคุณคําของประสบการณ์ในการเข๎าชม ในขณะเดียวกันก็จะกํอให๎เกิดความ ภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชนท๎องถิ่น (2) เป็นการทํองเที่ยวที่มีการปลูกฝังจิตสานึกของคนในชุมชนท๎องถิ่นให๎เกิดความรัก หวงแหน รักษา และดึงชุมชนท๎องถิ่นเข๎ามามีสํวนรํวมในการบริหารจัดการทรัพยากรของตน และ ได๎รับประโยชน์ตอบแทนจากการทํองเที่ยวในรูปแบบตําง ๆ เชํน การจ๎างงาน การบริการนาเที่ยว การให๎บริการขนสํง การให๎บริการที่พัก และการขายสินค๎าที่ระลึก เป็นต๎น (3) เป็นการทํองเที่ยวที่มีการให๎ความรู๎แกํนักทํองเที่ยว เพื่อให๎เกิดความเข๎าใจใน วัฒนธรรม และได๎รับความเพลิดเพลิน พร๎อมทั้งสร๎างจิตสานึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรทํองเที่ยว ทางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล๎อม (4) เป็นการทํองเที่ยวที่มีการเคารพวัฒนธรรมของเพื่อนบ๎าน หรือของชุมชนอื่น รวมทั้ง เคารพในวัฒนธรรม ศักดิ์ศรี และผู๎คนของตนเองด๎วย

75

นอกจากนี้ยังได๎กลําวถึงลักษณะการทํองเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สาคัญอยูํ 9 ประการคือ (1) การทํองเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจะต๎องเป็นการทํองเที่ยวในลักษณะ ที่ให๎ความสาคัญกับ ประวัติศาสตร์ โบราณสถาน ศิลปวัฒนธรรมและประเพณี โดยยึดหลักที่วําต๎องอนุรักษ์ทรัพยากร ทํองเที่ยวทางวัฒนธรรมไว๎ให๎ดีที่สุด เพื่อให๎สามารถสืบตํอถึงอนุชนรุํนหลัง (2) การทํองเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจะต๎องเป็นการทํองเที่ยวในลักษณะ ที่มีการจัดการอยําง ยั่งยืนทั้งเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล๎อม โดยยึดหลักที่วําด๎วยไมํให๎เกิดผลกระทบตํอ สิ่งแวดล๎อมหรือให๎กระทบน๎อยที่สุด (3) การทํองเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจะต๎องเป็นการทํองเที่ยวในลักษณะที่ให๎คงไว๎ซึ่งวิถีชีวิต ของท๎องถิ่นในแงํสังคมและวัฒนธรรม โดยยึดหลักที่วําต๎องให๎เป็นจุดดึงดูดนักทํองเที่ยวต๎องการ ศึกษาความแตกตํางทางด๎านสังคมและวัฒนธรรมอันหลากหลาย (4) การทํองเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจะต๎องเป็นการทํองเที่ยวในลักษณะที่ให๎ความรู๎แกํ ผู๎เกี่ยวข๎องทุกฝ่ายทั้งนักทํองเที่ยว ผู๎ดูแลแหลํงทํองเที่ยว ผู๎ประกอบธุรกิจทํองเที่ยวและประชาชน ในท๎องถิ่น โดยยึดหลักที่วําต๎องให๎ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข๎องได๎รับความรู๎และประสบการณ์จากการ ทํองเที่ยว พร๎อมทั้งมีจิตสานึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรทํองเที่ยวทางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล๎อม (5) การทํองเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจะต๎องเป็นการทํองเที่ยวในลักษณะที่ให๎ชุมชนท๎องถิ่นมี สํวนรํวมและได๎รับประโยชน์ โดยยึดหลักที่วําต๎องให๎ชุมชนท๎องถิ่นมีสํวนรํวมในการจัดการ ทํองเที่ยวและได๎รับประโยชน์จากการทํองเที่ยว อันเป็นการกระจายรายได๎สูํชุมชนท๎องถิ่น (6) การทํองเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจะต๎องเป็นการทํองเที่ยวในลักษณะที่มีการตลาดของ บริการทํองเที่ยวครบตามเกณฑ์แหํงการอนุรักษ์อยํางแท๎จริง โดยยึดหลักที่วําจะต๎องให๎ธุรกิจ ทํองเที่ยวเน๎นในเรื่องอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล๎อม (7) การทํองเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจะต๎องเป็นการทํองเที่ยวในลักษณะที่ให๎นักทํองเที่ยวเกิด ความพึงพอใจ เพิ่มคุณคําของประสบการณ์ที่ได๎รับ ทาให๎ต๎องการกลับมาทํองเที่ยวซ้าอีกโดยยึด หลักที่วําต๎องมีกิจกรรมทํองเที่ยวตรงตามความคาดหวังของนักทํองเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (8) การทํองเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจะต๎องเป็นการทํองเที่ยวในลักษณะที่คานึงถึงขีด ความสามารถการรองรับของพื้นที่ และความสะอาดของพื้นที่ โดยยึดหลักที่วําต๎องไมํเกินขีด ความสามารถรองรับของพื้นที่ในทุก ๆ ด๎าน และต๎องดูแลรักษาความสะอาดของแหลํงทํองเที่ยว อยูํเสมอ (9) การทํองเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจะต๎องเป็นการทํองเที่ยวในลักษณะที่คานึงถึงความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักทํองเที่ยว โดยยึดหลักที่วําต๎องป้องกัน รักษาความปลอดภัย แกํนักทํองเที่ยวอยํางเข๎มงวด เพื่อให๎นักทํองเที่ยวอบอุํนใจ

76

สํวนองค์ประกอบของการทํองเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมที่สาคัญ 6 ด๎านที่สํงผลตํอการ ตัดสินใจมาทํองเที่ยวของนักทํองเที่ยว มีดังนี้ 1. องค์ประกอบด๎านแหลํงทํองเที่ยวทางวัฒนธรรม เป็นการทํองเที่ยวในแหลํงทํองเที่ยว ทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น อันประกอบด๎วยสิ่งดึงดูดใจ 10 ประการ ได๎แกํ ( 1) ประวัติศาสตร์และ รํองรอยทางประวัติศาสตร์ที่ยังปรากฏให๎เห็น ( 2) โบราณคดี และพิพิธภัณฑ์ สถานตําง ๆ (3) งานสถาปัตยกรรมเกําแกํดั้งเดิมในท๎องถิ่นและสิ่งปลูกสร๎าง ผังเมือง รวมทั้งซาก ปรักหักพัง ( 4) ศิลปะ หัตถกรรม ประติมากรรม ภาพวาด รูปปั้น และงานแกะสลัก ( 5) ศาสนา รวมถึงพิธีกรรมตําง ๆ ทางศาสนา (6) ดนตรี การแสดง มหรสพตําง ๆ ( 7) ภาษาและวรรณกรรม (8) วิถีชีวิต เสื้อผ๎าเครื่องแตํงกาย การทาอาหาร ธรรมเนียมการรับประทานอาหาร ( 9) ประเพณี วัฒนธรรมพื้นบ๎าน ขนบธรรมเนียม และเทศกาลตําง ๆ และ( 10) ลักษณะงานหรือเทคโนโลยี ตําง ๆ ที่นาเข๎ามาใช๎ในการประชาสัมพันธ์แนะนาเพื่อจูงใจ ที่นามาใช๎เฉพาะท๎องถิ่น 2. องค์ประกอบด๎านกระบวนการศึกษาสิ่งแวดล๎อม เป็นการทํองเที่ยวที่มีกระบวนการ ศึกษาสิ่งแวดล๎อม โดยมีการศึกษาเรียนรู๎สภาพแวดล๎อมและระบบนิเวศน์ในแหลํงทํองเที่ยวทาง วัฒนธรรม เพื่อปลูกจิตสานึกที่ถูกต๎องในการอนุรักษ์สภาพแวดล๎อมให๎แกํผู๎เกี่ยวข๎องกับการ ทํองเที่ยว 3. องค์ประกอบด๎านธุรกิจทํองเที่ยว เป็นการทํองเที่ยวที่มีการให๎บริการทางการทํองเที่ยว โดยผู๎ประกอบธุรกิจทํองเที่ยว เพื่ออานวยความสะดวกแกํนักทํองเที่ยว และได๎ผลตอบแทนใน กาไรสูํธุรกิจทํองเที่ยว ซึ่งเป็นผู๎ประกอบธุรกิจทํองเที่ยวจะต๎องมีความรู๎เกี่ยวกับสิ่งแวดล๎อม เพื่อที่จะได๎ชํวยในการอนุรักษ์ทรัพยากรทํองเที่ยวทางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล๎อม 4. องค์ประกอบด๎านการตลาดทํองเที่ยว เป็นการทํองเที่ยวที่มีการคานึงถึงการตลาด ทํองเที่ยวคุณภาพ โดยแสวงหานักทํองเที่ยวคุณภาพให๎เดินทางเข๎ามาทํองเที่ยวยังแหลํงทํองเที่ยว ทางวัฒนธรรม เพื่อให๎นักทํองเที่ยวคุณภาพได๎รับรู๎และประสบการณ์จากการทํองเที่ยว เชิงวัฒนธรรมอยํางพึงพอใจ อีกทั้งชํวยอนุรักษ์ทรัพยากรทํองเที่ยวทางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล๎อม 5. องค์ประกอบด๎านการมีสํวนรํวมของชุมชนท๎องถิ่น เป็นการทํองเที่ยวที่มีการคานึงถึง การมีสํวนรํวมของชุมชน โดยให๎ชุมชนท๎องถิ่นในแหลํงทํองเที่ยวทางวัฒนธรรมนั้นมีสํวนรํวมใน การพัฒนาหรือจัดการทํองเที่ยวอยํางเต็มรูปแบบ และได๎รับผลประโยชน์ตอบแทน เพื่อกระจาย รายได๎สูํท๎องถิ่น และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนท๎องถิ่น 6. องค์ประกอบด๎านการสร๎างจิตสานึกแกํผู๎เกี่ยวข๎องกับการทํองเที่ยวเป็นการทํองเที่ยวที่ ต๎องคานึงถึงการปลูกฝังจิตสานึกที่ถูกต๎องทางการทํองเที่ยวแกํผู๎เกี่ยวข๎องทุกฝ่ายโดยมีการให๎

77

ความรู๎และสื่อความหมายในการอนุรักษ์ทรัพยากรทํองเที่ยวทางวัฒนธรรม และสิ่งแวดล๎อม เพื่อให๎ทุกฝ่ายเกิดความรักความหวงแหนทรัพยากรทํองเที่ยวทางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล๎อม จากองค์ประกอบของการทํองเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมทั้ง 6 ด๎านข๎างต๎น สามารถนามา สร๎างเป็นแผนภาพสรุปได๎ดังรูปภาพที่ 3.1 องค์ประกอบด้าน แหล่งท่องเที่ยวทาง วัฒนธรรม องค์ประกอบด้านการ

องค์ประกอบด้าน

มีส่วนร่วมของชุมชน

กระบวนการศึกษา

ท้องถิ่นทางการ

สิ่งแวดล้อม

ท่องเที่ยว

องค์ประกอบของ การท่องเที่ยวเชิง ศิลปวัฒนธรรม องค์ประกอบด้านการ

องค์ประกอบด้าน

สร้างจิตสานึกแก่

ธุรกิจท่องเที่ยว

ผู้เกี่ยวข้องกับการ ท่องเที่ยว

องค์ประกอบด้าน ตลาดท่องเที่ยว

รูปที่ 3.1 องค์ประกอบของการทํองเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม ที่มา: พัฒนาและปรับปรุงจาก บุญเลิศ จิตตั้งวัฒนา (2551: 172) ประเภทของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การทํองเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นการเดินทางทํองเที่ยวชมโบราณสถาน ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีของท๎องถิ่นตําง ๆ เพื่อได๎รับความสนุกสนานเพลิดเพลิน อีกทั้งศึกษาความเชื่อ พิธีกรรม ตําง ๆ และมีความเข๎าใจวัฒนธรรมใหมํ ๆ เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันก็มีจิตสานึกตํอการรักษา

78

สภาพแวดล๎อมและวัฒนธรรม โดยให๎ชุมชนในท๎องถิ่นมีสํวนรํวมตํอการจัดการทํองเที่ยวด๎วย เรา อาจแบํงการทํองเที่ยวเชิงวัฒนธรรมออกเป็นประเภทยํอยได๎ 5 ประเภทคือ (1) การทํองเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ (Historical Tourism) หมายถึงการเดินทางทํองเที่ยว ไปยังแหลํงทํองเที่ยวทางโบราณคดี และประวัติศาสตร์ เพื่อชื่นชมและเพลิดเพลินในสถานที่ ทํองเที่ยว โดยได๎รับความรู๎ความเข๎าใจตํอประวัติศาสตร์และโบราณคดีในท๎องถิ่นบนพื้นฐานของ ความรับผิดชอบและมีจิตสานึกตํอการรักษามรดกทางวัฒนธรรมและคุณคําของสภาพแวดล๎อม โดยชุมชนท๎องถิ่นมีสํวนรํวมในการจัดการทํองเที่ยว (บุญเลิศ ตั้งวัฒนา, 254: 8292-293) (2) การทํองเที่ยวงานวัฒนธรรมและประเพณี ( Cultural and Traditional Tourism) หมายถึง การเดินทางทํองเที่ยวเพื่อชมงานศิลปวัฒนธรรมประเพณีตําง ๆ ที่ชาวบ๎านในท๎องถิ่น นั้น ๆ จัดขึ้น เพื่อให๎ได๎รับความเพลิดเพลินตื่นตาตื่นใจในสุนทรีศิลป์และศึกษาความเชื่อการ ยอมรับนับถือ การเคารพพิธีกรรมตําง ๆ อีกทั้งได๎รับความรู๎ความเข๎าใจตํอสภาพสังคมและ วัฒนธรรม มีประสบการณ์ใหมํ ๆ เพิ่มขึ้น บนพื้นฐานของความรับผิดชอบและมีจิตสานึกตํอการ รักษามรดกทางวัฒนธรรมและคุณคําของสภาพแวดล๎อม โดยชุมชนท๎องถิ่นมีสํวนรํวมในการ จัดการการทํองเที่ยว (3) การทํองเที่ยวเชิงวิถีชีวิตชนบท ( Rural Tourism/Village Tourism) หมายถึง การ เดินทางทํองเที่ยวในหมูํบ๎านชนบทที่มีลักษณะวิถีชีวิต และผลงานสร๎างสรรค์ที่มีเอกลักษณ์พิเศษ โดดเดํน เพื่อให๎ได๎รับความเพลิดเพลิน ได๎ความรู๎ ดูผลงานสร๎างสรรค์ และภูมิปัญญาพื้นบ๎าน อีก ทั้งมีความเข๎าใจในวัฒนธรรมท๎องถิ่น บนพื้นฐานของความรับผิดชอบและมีจิตสานึกตํอการรักษา มรดกทางวัฒนธรรม และคุณคําของสภาพแวดล๎อม โดยชุมชนท๎องถิ่นมีสํวนรํวมในการจัดการ การทํองเที่ยว (4) การทํองเที่ยวเชิงกีฬา ( Sport Tourism) หมายถึงการเดินทางทํองเที่ยวไปยังสถานที่ ออกกาลังกายหรือเลํนกีฬาหรือแขํงขันกีฬา โดยมีกิจกรรมการทํองเที่ยวในรูปแบบของการจัด รายการกีฬาตามเส๎นทางที่มีแหลํงทํองเที่ยวที่นําสนใจ เพื่อให๎ผู๎เข๎ารํวมกิจกรรมกีฬาได๎สนุกสนาน เพลิดเพลินกับการออกกาลังกายหรือเลํนกีฬาหรือแขํงขันกีฬา ในขณะเดียวกันก็ได๎ไปทํองเที่ยวยัง แหลํงทํองเที่ยวตามเส๎นทางการจัดรายการกีฬา ทาให๎ได๎รับความรู๎ความเข๎าใจและประสบการณ์ ใหมํ ๆ เพิ่มขึ้น บนพื้นฐานของความรับผิดชอบและมีจิตสานึกตํอการรักษามรดกทางวัฒนธรรม และคุณคําทางสภาพแวดล๎อม โดยชุมชนท๎องถิ่นมีสํวนรํวมในการจัดการการทํองเที่ยว (5) การทํองเที่ยวเชิงสุขภาพทางวัฒนธรรม ( Cultural Health Tourism) หมายถึง การ เดินทางทํองเที่ยวไปเยี่ยมชมแหลํงทํองเที่ยวทางวัฒนธรรม โดยมีกิจกรรมสํงเสริมสุขภาพหรือ ฟื้นฟูสุขภาพทางวัฒนธรรม เชํน การนวดตัว การนวดฝ่าเท๎า การอบสมุนไพร การประคบ

79

สมุนไพร การฝึกกายบริหาร และการฝึกสมาธิ เป็นต๎น เพื่อเสริมสร๎างสุขภาพและคุณภาพชีวิตของ นักทํองเที่ยวบนพื้นฐานของความรับผิดชอบอยํางมีจิตสานึกตํอการรักษามรดกทางวัฒนธรรม และคุณคําของสิ่งแวดล๎อม โดยชุมชนท๎องถิ่นมีสํวนรํวมในการจัดการการทํองเที่ยว แนวคิดการวางแผนจัดนาเที่ยวในเชิงธุรกิจ การวางแผนจัดนาเที่ยว หมายถึง การวางแผนและตัดสินใจในการเลือกองค์ประกอบใน การจัดนาเที่ยวที่ดีที่สุด เหมาะสมที่สุด จากสถานประกอบการที่เกี่ยวข๎องในแตํละด๎าน เชํน การวางแผนเลือกโรงแรมที่ดี เลือกแหลํงทํองเที่ยวที่นําสนใจ เลือกร๎านอาหารที่มีรสชาติอรํอย เลือกยานพาหนะที่เหมาะสมมีความปลอดภัย และเลือกแหลํงซื้อของที่ดีมีคุณภาพ เป็นต๎น โดยการ เลือกจะต๎องคานึงถึงความเหมาะสมในเรื่องของราคา ศักยภาพในการซื้อของลูกค๎า ความพึงพอใจ ของลูกค๎าหรือนักทํองเที่ยว ความเป็นไปได๎ในเรื่องของการบริหารเวลากิจกรรม ฤดูกาลทํองเที่ยว ความสามารถในการป้องกันความผิดพลาด ตําง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้การวางแผนจัดนาเที่ยวควร จะต๎องมีผลกาไรตามสมควรเพื่อนามาบริหารและพัฒนาองค์กรตํอไป (ฉันทัช วรรณถนอม, 2552: 23-27) การวางแผนทํองเที่ยวในเชิงธุรกิจ คือ การวางแผนจัดนาเที่ยวซึ่งจะทาโดยบริษัทจัดนา เที่ยวโดยทั่วไปจะมีหลักการวางแผนคล๎ายกับการวางแผนทํองเที่ยวสาหรับคนทั่วไปที่จัดการ เดินทางทํองเที่ยวด๎วยตัวเอง จะตํางกันตรงที่ถ๎าเป็นการจัดนาเที่ยวในเชิงธุรกิจ ก็จะต๎องมีการ แสวงหากาไร ผู๎ประกอบธุรกิจต๎องมีความรู๎ประสบการณ์ในการเดินทางทํองเที่ยว รู๎เกี่ยวกับสถาน ประกอบการตําง ๆ ที่เกี่ยวข๎องในการจัดนาเที่ยว จากนั้นจะต๎องมีรูปแบบกระบวนการในเรื่องการ เตรียมความพร๎อมเพื่อรองรับการทํองเที่ยวมาเป็นอยํางดี มีการประสานกับสถานประกอบการที่ เกี่ยวข๎องเพื่อขอให๎บริการ ให๎ความสาคัญในเรื่องความปลอดภัย มีการจัดทาเป็นโปรแกรมที่ นําสนใจ นําเชื่อถือ ราคาเหมาะสมกับความเป็นจริง ต๎องมีกระบวนการทางการตลาดเพื่อสื่อให๎ เข๎าถึงกลุํมเป้าหมาย ฯลฯ สิ่งเหลํานี้จะต๎องมีความชัดเจนเพื่อสร๎างความเชื่อมั่นให๎เกิดขึ้นตํอลูกค๎า ที่จะมาใช๎บริการ ต๎องสามารถทาการจัดนาเที่ยวให๎เป็นเชิงธุรกิจสินค๎าบริการที่สามารถสร๎างความ ประทับใจ ดังนั้นการเรียนรู๎ถึงความสาคัญของการวางแผนจัดนาเที่ยวในเชิงธุรกิจจึงเป็นสิ่งจาเป็น สาหรับผู๎เกี่ยวข๎องกับการจัดนาเที่ยว ซึ่งจะต๎องคานึงถึง ต๎นทุน คําใช๎จําย และผลประโยชน์ในการ วางแผนการนาเที่ยวตํอไป

80

ทฤษฎีต้นทุนการผลิต การผลิตสินค๎าหรือบริการใด ๆ ก็ตาม จาเป็นต๎องใช๎ทรัพยากรตําง ๆ มาเป็นปัจจัยสาหรับ การผลิต ด๎วยเหตุนี้ กิจกรรมการผลิตจึงกํอให๎เกิดต๎นทุนจากการใช๎ทรัพยากรเหลํานั้น ในแงํของ ผู๎ผลิตนั้น เมื่อต๎องการขยายขนาดของการผลิต เขาต๎องใช๎ปัจจัยแรงงานและปัจจัยทุนในปริมาณที่ เพิ่มขึ้น ผลที่ตามมาก็คือ การเผชิญกับการเพิ่มขึ้นของต๎นทุน การขยายการผลิตหรือไมํ ขึ้นอยูํกับวํา เมื่อขยายการผลิตแล๎ว รายรับเพิ่มขึ้นสูงกวําต๎นทุนที่เพิ่มขึ้นหรือไมํ ต๎นทุนในการผลิตจึงเป็นปัจจัย สาคัญประการหนึ่งในการตัดสินใจของผู๎ผลิต เมื่อใดก็ตามที่ผู๎ผลิตสามารถปรับการใช๎ปัจจัยการ ผลิตตําง ๆ ได๎ ผู๎ผลิตจะต๎องเลือกสํวนผสมของปัจจัยที่ทาให๎เสียต๎นทุนต่าสุดเสมอ ในหัวข๎อการ ผลิตนี้ จึงจะต๎องทาการศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของต๎นทุนกับกระบวนการผลิต โดยเริ่มจาก ความหมายของต๎นทุนประเภทตําง ๆ ตํอจากนั้น ก็จะพิจารณาลักษณะของต๎นทุนการผลิตชนิด ตําง ๆ ทั้งในระยะสั้น และในระยะยาวตํอไป (สถาบันพัฒนาความรู๎ตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์ แหํงประเทศไทย, 2550: 141) ต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์ และต้นทุนทางบัญชี เสาวลักษณ์ ปโกฏิประภา (2548: 174-175) ได๎อธิบายถึงความหมาย และข๎อแตกตํางของ ต๎นทุนทางเศรษฐศาสตร์ และต๎นทุนทางบัญชีไว๎ดังนี้ ต๎นทุนทางเศรษฐศาสตร์ คือ คําเสียโอกาส ( Opportunity Cost) ซึ่งหมายถึง มูลคําของ ทางเลือกที่ดีที่สุดในการใช๎ทรัพยากร หรือปัจจัยการผลิตชนิดหนึ่งนั้นเอง ต๎นทุนทางเศรษฐศาสตร์ หรือคําเสียโอกาสจะรวมทั้งต๎นทุนที่จํายจริง และต๎นทุนที่ไมํต๎องจํายจริง สํวนต๎นทุนทางบัญชี จะคิดเฉพาะต๎นทุนที่ต๎องจํายจริง ( Explicit Cost) เทํานั้น ซึ่งสามารถ บันทึกตัวเลขในทางบัญชีได๎ เชํน คําจ๎างที่จํายให๎กับคนงาน ดอกเบี้ยที่จํายให๎สถาบันการเงิน และ คําเสื่อมราคา (Depreciation) ของสินค๎าประเภททุน ดังนั้น การคานวณต๎นทุนทางเศรษฐศาสตร์แตกตํางจาก การคานวณต๎นทุนทางบัญชี กาไร เป็นผลตํางของรายรับรวมและต๎นทุนรวม จึงตํางกันด๎วย รายรับรวม คือ ผลคูณของราคาสินค๎ากับ ปริมาณสินค๎าที่ขายได๎ ต๎นทุนในทางเศรษฐศาสตร์ คือ ผลรวมต๎นทุนที่ต๎องจํายจริงและต๎นทุนที่ไมํ ต๎องจํายจริง ดังนั้น กาไรในทางเศรษฐศาสตร์จึงมีคําดังนี้ กาไรทางเศรษฐศาสตร์ = รายรับรวม – (ต๎นทุนที่จํายจริง + ต๎นทุนที่ไมํต๎องจํายจริง)

81

หรือสามารถเขียนได๎ใหมํดังนี้ กาไรทางเศรษฐศาสตร์ = รายรับรวม – คําเสียโอกาส แตํกาไรในทางบัญชีสามารถคานวณได๎จาก กาไรทางบัญชี = รายรับรวม – ต๎นทุนที่จํายจริง – คําเสื่อมราคา ต้นทุนในระยะสั้น เนื่องจากการผลิตในระยะสั้น ผู๎ผลิตไมํสามารถเปลี่ยนแปลงปัจจัยการผลิตบางชนิดให๎ เป็นปัจจัยแปรผันได๎ เชํน ไมํสามารถขยายที่ดิน ขยายขนาดของอาคาร โรงงาน หรือเพิ่มจานวน เครื่องจักร กลําวอีกนัยหนึ่ง ในระยะสั้นผู๎ผลิตไมํสามารถขยายขนาดของโรงงานได๎ สิ่งที่ทาได๎ คือการเปลี่ยนแปลงระดับการใช๎แรงงาน และวัตถุดิบซึ่งเป็นปัจจัยแปรผัน การผลิตในระยะสั้นจึง ยังคงมีการใช๎ปัจจัยคงที่และปัจจัยแปรผัน ดังนั้น ต๎นทุนของผู๎ผลิตในระยะสั้นอาจประกอบด๎วย ต๎นทุนชนิดตําง ๆ ดังนี้ (สถาบันพัฒนาความรู๎ตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แหํงประเทศไทย, 2550: 143-147) ต๎นทุนคงที่รวม ( Total Fixed Cost: TFC) หมายถึง จานวนคําใช๎จํายที่เกิดขึ้นจากการ ใช๎ปัจจัยคงที่ชนิดตําง ๆ รวมกัน ต๎นทุนชนิดนี้เป็นต๎นทุนที่ไมํขึ้นอยูํกับปริมาณของผลผลิต กลําวคือไมํวําจะผลิตมาก หรือผลผลิตน๎อย หรือหยุดทาการผลิตชั่วคราว ต๎นทุนสํวนนี้จะยังคงเดิม ต๎นทุนแปรผันรวม (Total Variable Cost: TVC) คือ จานวนคําใช๎จํายที่เกิดขึ้นจากการใช๎ ปัจจัยแปรผันชนิดตําง ๆ รวมกัน ต๎นทุนชนิดนี้เป็นต๎นทุนที่ผันแปรตามปริมาณผลผลิต กลําวคือ ถ๎าผลิตสินค๎ามากขึ้น ต๎นทุนแปรผันรวมจะมากขึ้นด๎วย แตํถ๎าไมํผลิตสินค๎าเลย (ปริมาณผลผลิต เป็นศูนย์) ต๎นทุนแปรผันรวมจะเทํากับศูนย์ ต๎นทุนรวม ( Total Cost: TC) คือ ต๎นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการผลิตสินค๎าจานวน หนึ่ง ๆ ต๎นทุนรวม ก็คือ ผลผลิตรวมของต๎นทุนคงที่รวมกับต๎นทุนแปรผันรวม หรือเขียนเป็น สมการจะได๎ดังนี้ TC = TFC + TVC…………………………..……………(1)

82

การประเมินมูลค่าประโยชน์ด้านนันทนาการด้วยวิธีวิเคราะห์มูลค่าด้านนันทนาการโดยใช้ ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง (Travel Cost Method: TCM) ความพยายามที่จะประเมินมูลคําประโยชน์ของพื้นที่นันทนาการซึ่งไมํปรากฏในรูป ตัวเงินอยํางชัดเจน ได๎เริ่มต๎นขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อประมาณ ค.ศ.1940 เป็นการประเมิน มูลคําของอุทยานแหํงชาติในประเทศสหรัฐอเมริกา แตํวิธีการที่ใช๎ในขณะนั้นยังไมํเป็นที่ยอมรับ และไมํแพรํหลาย แตํความต๎องการที่จะประเมินมูลคําพื้นที่นันทนาการยังคงมีอยูํ และเพิ่มขึ้น เรื่อย ๆ ด๎วยเหตุผลที่วํามูลคําของพื้นที่ซึ่งประเมินจากคําผํานประตู ซึ่งบางสถานที่ก็ไมํเก็บ คําผํานประตูนั้น ไมํสามารถแสดงให๎เห็นถึงมูลคําของพื้นที่นันทนาการนั้นได๎ อาจมีสํวนเกิน ผู๎บริโภคหรือประโยชน์บางสํวนที่ถูกมองข๎ามไป Harold Hotelling (1949) เป็นนักเศรษฐศาสตร์คนแรกที่เสนอวิธีประเมินมูลคําของแหลํง นันทนาการจากการประมาณคําเส๎นอุปสงค์ของพื้นที่นันทนาการ โดยมีใจความสาคัญคือ แบํง พื้นที่รอบพื้นที่นันทนาการออกเป็นรูปวงแหวน ผู๎ใช๎บริการอยูํในเขตใดก็จะมีคําใช๎จํายในการ เดินทางเทํากับผู๎ใช๎บริการคนอื่นซึ่งอยูํในเขตเดียวกัน คําใช๎จํายในการเดินทางเป็นคําประมาณและ คงที่ ผู๎ใช๎บริการที่มาจากเขตที่ตํางกันก็จะมีคําใช๎จํายในการเดินทางที่ตํางกันออกไปตามระยะทาง จากพื้นที่นันทนาการด๎วย จึงมีผลทาให๎อัตราในการเดินทางไปใช๎บริการของพื้นที่นันทนาการนั้น แปรผกผันกับคําใช๎จําย โดยมีข๎อสมมุติเบื้องต๎นวํา ผู๎ที่มาใช๎บริการของพื้นที่นั้นจะต๎องได๎รับความ พอใจหรือประโยชน์เทํากันทุกคนไมํวําจะอยูํในเขตใดก็ตาม ดังนั้น สํวนเกินของผู๎บริโภคแตํละ เขตจึงแตกตํางกันตามคําใช๎จํายในการเดินทางเทํานั้น ตํอมา Trice and Wood (1958) ได๎ใช๎ข๎อมูล ชุดเดียวกับ Hotelling ซึ่งได๎รับการวิจารณ์วํามีจุดอํอนคือ ข๎อสมมุติที่วําผู๎ใช๎บริการจะได๎รับ ประโยชน์ เทํากันทุกคน แสดงให๎เห็นถึงความเป็นจริงวํา จานวนครั้งของการเดินทางมาใช๎ ประโยชน์ ณ พื้นที่นันทนาการแปรผกผันกับระยะทางที่พักถึงพื้นที่นันทนาการ ซึ่งก็หมายความวํา ผู๎ใช๎บริการที่อยูํไกลจะได๎รับประโยชน์จากพื้นที่น๎อยกวําผู๎ที่อยูํใกล๎ โดยตํอมา Marion Clawson (1959) จึงได๎นาเสนอวิธีการที่ใกล๎เคียงกับ Hotelling โดยใช๎ข๎อมูลชุดเดียวกันแตํเพิ่มจานวน ประชากรในเขตตําง ๆ เข๎าไป และหาความสัมพันธ์ระหวํางอัตราการมาใช๎บริการกับระยะทางหรือ คําใช๎จํายในการเดินทางเป็นเส๎นอุปสงค์สาหรับการนันทนาการในพื้นที่นันทนาการนั้น (กัลยาณี พรพิเนตรพงศ์, 2548: 14)

83

การใช้ Travel Cost Method ในการวัดมูลค่าสิ่งแวดล้อมหรือแหล่งนันทนาการมี 2 วิธี 1. วิธีการคิดคําใช๎จํายในการเดินทางของบุคคล (Individual Travel Cost Method: ITCM) 2. วิธีการคิดคําใช๎จํายในการเดินทางโดยการใช๎แบํงเขต (Zonal Travel Cost Method: ZTCM) วิธีที่ 1 วิธีการคิดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของบุคคล (ITCM) เป็นการวิเคราะห์คําใช๎จําย ในการเดินทางของบุคคลโดยการคานวณหาเส๎นอุปสงค์แสดงความต๎องการในการเดินทางมา ทํองเที่ยวของนักทํองเที่ยวซึ่งพิจารณาจากคําใช๎จํายในการเดินทางกับจานวนครั้งในการเดินทางมา ทํองเที่ยวยังแหลํงนันทนาการนั้นของแตํละบุคคล และตัวแปรทางเศรษฐกิจและสังคม ตัวแปร ตามที่ใช๎ในการหาฟังก์ชันอุปสงค์จึงเป็นจานวนครั้งการมาทํองเที่ยวยังแหลํงนันทนาการของ บุคคลในชํวงเวลาที่กาหนดในการศึกษา ตัวแปรอิสระคือ คําใช๎จํายในการเดินทางมายังแหลํง นันทนาการและตัวแปรอื่นที่เกี่ยวข๎องมีขั้นตอนที่สาคัญ ๆ คือ (โสมสกาว เพชรานนท์ , 2543: 187191) 1. ระบุที่ตั้ง ขอบเขต และลักษณะทางนันทนาการของแหลํงนันทนาการที่จะศึกษา 2. กาหนดขนาดตัวอยํางจากจานวนนักทํองเที่ยวทั้งหมดในแตํละปี 3. ทาการสัมภาษณ์นักทํองเที่ยวกลุํมตัวอยําง ณ แหลํงนันทนาการที่ศึกษาโดยใช๎แบบ สอบถาม 4. ศึกษาความสัมพันธ์ระหวํางตัวแปรอิสระ ได๎แกํ คําใช๎จํายในการเดินทาง ปัจจัยพื้นฐาน ทางเศรษฐกิจและสังคมแตํละปัจจัยกับตัวแปรตาม คือ จานวนครั้งของการมาทํองเที่ยว แหลํงนันทนาการโดยใช๎ข๎อมูลบุคคล และใช๎วิธีวิเคราะห์สหสัมพันธ์ (correlation) (โสมสกาว เพชรานนท์, 2543: 183) ดังนี้ Qi = ƒ(TCi , Xi) …………………………..……………(2) โดยที่ Qi คือ TCi

จานวนครั้งของการมาทํองเที่ยวแหลํงนันทนาการของนักทํองเที่ยวกลุํม ตัวอยํางในระยะเวลา 1 ปี คือ คําใช๎จํายในการเดินทางไปและกลับระหวํางที่พักอาศัยกับแหลํง นันทนาการ ประกอบด๎วย คําพาหนะในการเดินทางไป -กลับ คําอาหาร และเครื่องดื่ม คําพักแรม และคําใช๎จํายอื่น ๆ ที่เกิดจากการใช๎จํายเพื่อการ ทํองเที่ยวบริเวณแหลํงนันทนาการตํอนักทํองเที่ยวกลุํมตัวอยําง1 คน

84

Xi

คือ ตัวแปรทางด๎านเศรษฐกิจและสังคมตําง ๆ ของนักทํองเที่ยวกลุํมตัวอยําง อาทิ เชํน อายุ ระดับการศึกษา และระดับรายได๎ เป็นต๎น

ตามหลักทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์แล๎วตัวแปรด๎านลักษณะทางเศรษฐกิจและสังคม (Socioeconomic Variables) เชํน อายุ ระดับการศึกษา หรือระดับรายได๎ เป็นต๎น จะมีผลทาให๎เกิด การเปลี่ยนแปลงตํออุปสงค์ โดยคําความชันของเส๎นอุปสงค์จะมีคําเป็นลบ ดังนั้น เมื่อระดับ คําใช๎จํายในการเดินทางมาทํองเที่ยวเพิ่มขึ้น นักทํองเที่ยวก็จะมาทํองเที่ยวน๎อยลง และเมื่อไหรํก็ ตามที่ระดับราคาของการทํองเที่ยวลดลงก็จะทาให๎จานวนครั้งของการมาทํองเที่ยวเพิ่มขึ้น ดังนั้น ฟังก์ชั่นอุปสงค์ตํอการมาทํองเที่ยวจะมีคําความชันเป็นลบ (Downward Sloping) 5. ทาการประเมินมูลคําทางด๎านนันทนาการโดยวิธีวิเคราะห์คําใช๎จํายในการเดินทางของ บุคคลนาสมการที่แสดงความสัมพันธ์ระหวํางอัตราการทํองเที่ยวของบุคคล กับตัวแปรตําง ๆ ทาง เศรษฐกิจและสังคมตํอครั้งของบุคคล มาคานวณหาสํวนเกินของผู๎บริโภคแตํละบุคคล (Individual Consumer Surplus: CSi) ในหนํวยเวลาที่ทาการศึกษา (ปี) โดยทาการหาพื้นที่ใต๎เส๎นอุปสงค์ด๎วย วิธีการอินติเกรท (Integrate) ระหวํางคําใช๎จํายในการเดินทางทั้งหมดของนักทํองเที่ยวแตํละบุคคล (TCi) จนถึงคําใช๎จํายในการเดินทางสูงสุด (TCi (max)) หรือ Choke Price ดังนี้ …………………………(3) จากนั้น คานวณหาความพอใจสํวนเกินของผู๎บริโภคเฉลี่ยตํอครั้ง (Average Consumer Surplus: ACS) โดยคานวณจากความพอใจสํวนเกินของนักทํองเที่ยวตํอบุคคล หารด๎วยจานวนครั้ง ในการเดินทางมาเที่ยวเฉลี่ยของบุคคล (Qi) ได๎ดังนี้ ACS = CSi/Qi…………………………..……………(4) โดยที่ ACS คือ สํวนเกินผู๎บริโภคเฉลี่ยตํอคนตํอการเดินทาง 1 ครั้ง (บาท/คน/ครั้ง/ปี) คานวณหาผลรวมความพอใจสํวนเกินของผู๎มาทํองเที่ยว (Consumer Surplus: CS) จาก การนาคํา ACS คูณด๎วยจานวนประชากรที่เดินทางมาทํองเที่ยวทั้งหมด (N) ในชํวงเวลาที่ ทาการศึกษา ได๎ดังนี้

85

CS = ACS x N…………………………..…………(5) โดยที่ CS คือ

สํวนเกินผู๎บริโภคทั้งหมด (บาท/ปี)

กลําวคือ ในการคานวณหาสํวนเกินของนักทํองเที่ยว หรือความพอใจสํวนเกิน ก็คือ มูลคํา การใช๎ประโยชน์ทางนันทนาการของพื้นที่นั้น ๆ โดยการประมาณการหาพื้นที่ใต๎เส๎นอุปสงค์ เพื่อ การอธิบายถึงความพึงพอใจของนักทํองเที่ยว วิธีที่ 2 วิธีการคิดค่าใช้จ่ายในเดินทางแบบเขต (Zonal Travel Cost Method: ZTCM) เป็นวิธีการวิเคราะห์คําใช๎จํายการเดินทางที่คล๎ายกับวิธีการคิดคําใช๎จํายในการเดินทางของบุคคล (Individual Travel Cost Method: ITCM) แตํตํางกันที่ ZTCM เป็นการศึกษาโดยใช๎การแบํงเขต แตํ ITCM เป็นการพิจารณาในแงํบุคคล ซึ่ง ZTCM เป็นการวิเคราะห์และประมาณจานวนครั้งของ การมาทํองเที่ยวจากคําใช๎จํายในการเดินทาง และตัวแปรทางเศรษฐกิจสังคม โดยการแบํงเขตมี ขั้นตอนดังนี้ (โสมสกาว เพชรานนท์, 2543: 165) 1. แบํงพื้นที่รอบ ๆ แหลํงนันทนาการออกเป็นเขต โดยให๎แหลํงนันทนาการที่จะศึกษา เป็นจุดศูนย์กลาง 2. กาหนดขนาดตัวอยํางจากจานวนนักทํองเที่ยวทั้งหมดในแตํละปี และสัมภาษณ์กลุํม ตัวอยําง ณ แหลํงนันทนาการที่ทาการศึกษา โดยใช๎แบบสอบถาม 3. แยกแบบสอบถามที่สารวจได๎ตามเขตที่แบํงไว๎ 4. คานวณหาจานวนครั้งในการมาทํองเที่ยวในแตํละเขตที่สารวจได๎ตํอประชากร 1,000 คนในระยะเวลา 1 ปี โดยใช๎สูตร ดังนี้ Qi = (Vi / n) x N x 52 x 1,000…………………………….…(6) Pi โดยที่ Qi คือ Vi คือ n คือ

จานวนครั้งของการมาทํองเที่ยวแหลํงนันทนาการของประชากร ในเขต ตํอประชากร 1,000 คน ในระยะเวลา 1 ปี จานวนตัวอยํางของผู๎มาทํองเที่ยวจากเขต ขนาดของกลุํมตัวอยํางทั้งหมด

86

N คือ

จานวนผู๎มาทํองเที่ยวแหลํงนันทนาการตํอสัปดาห์ในระยะเวลา 1 ปี Pi คือ จานวนประชากรในเขต i คือ จานวนเขตที่อยูํอาศัยของผู๎มาทํองเที่ยวแหลํงนันทนาการ ศึกษาความสัมพันธ์ระหวํางคําใช๎จํายในการเดินทาง ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคม แตํละปัจจัย กับจานวนครั้งของการเดินทางมาทํองเที่ยวแหลํงนันทนาการ โดยใช๎ข๎อมูลเฉลี่ยในแตํ ละเขตตามที่จาแนกไว๎และใช๎วิธีการวิเคราะห์สหสัมพันธ์ (Correlation) หาความสัมพันธ์ระหวําง จานวนครั้งของการทํองเที่ยวแหลํงนันทนาการตํอประชากร 1,000 คน กับคําใช๎จํายในการเดินทาง และตัวแปรทางด๎านเศรษฐกิจและสังคมตําง ๆ 5. ทาการประเมินมูลคําทางนันทนาการแหลํงนันทนาการ โดยใช๎วิธีวิเคราะห์คําใช๎จํายใน การเดินทางระดับเขตโดยนาสมการความสัมพันธ์ระหวํางจานวนครั้งของการมาทํองเที่ยวในแตํละ เขตตํอประชากร 1,000 คน กับคําใช๎จํายเฉลี่ยในการเดินทางมาทํองเที่ยวมาคานวณหาจานวนครั้ง ของการมาทํองเที่ยวแหลํงนันทนาการตํอประชากร 1,000 คน ในแตํละเขตเมื่อมีการเพิ่มคําใช๎จําย ในการเดินทางมาทํองเที่ยวที่ละระดับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แล๎วรวมจานวนครั้งของการมาทํองเที่ยว ณ แหลํงนันทนาการของประชากรจากแตํละเขต ณ ระดับคําใช๎จํายสมมติที่เพิ่มขึ้น 6. หลังจากนั้นนาผลที่ได๎มาเขียนกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหวํางจานวนครั้งของการ เดินทางมาทํองเที่ยวแหลํงนันทนาการกับระดับคําผํานประตูที่เพิ่มขึ้นในแตํละระดับเพื่อ คานวณหาพื้นที่ใต๎เส๎นอุปสงค์ ซึ่งจะเป็นมูลคําทางนันทนาการของแหลํงนันทนาการที่ศึกษาในปี ที่ศึกษา วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง นาคม ธีรสุวรรณจักร ( 2541) ได๎ศึกษาเรื่อง “ความคิดเห็นของประชาชนท๎องถิ่นตํอการมี สํวนรํวมในการทํองเที่ยวเชิงนิเวศ กรณีศึกษาอาเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี” กลุํมตัวอยํางสํวนใหญํ เห็นด๎วยกับการมีสํวนรํวมในการทํองเที่ยวเชิงนิเวศในระดับปานกลาง สาหรับผลการวิเคราะห์การ ผันแปรทางเดียว ผลการศึกษาพบวํา อายุ ระยะเวลาที่อยูํอาศัยในท๎องถิ่น เป็นปัจจัยที่มีผลตํอความ คิดเห็นตํอการมีสํวนรํวมในการทํองเที่ยวเชิงนิเวศอยํางมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ความรู๎ เกี่ยวกับการทํองเที่ยวเชิงนิเวศ และการให๎คุณคําตํอทรัพยากรธรรมชาติ เป็นปัจจัยที่มีผลตํอความ คิดเห็นตํอการมีสํวนรํวมในการทํองเที่ยวเชิงนิเวศอยํางมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01

87

ปัญหาอุปสรรคเกีย่ วกับการมีสว่ นร่วมในการท่องเที่ ยวเชิงนิเวศดังนี้ ประชาชนไมํเห็นความสาคัญ ของแหลํงทํองเที่ยว ไมํมีความรู๎ความเข๎าใจเกี่ยวกับการทํองเที่ยวเชิงนิเวศ ขาดงบประมาณ และ บุคลากรในการจัดการดูแลสภาพแวดล๎อมบริเวณแหลํงทํองเที่ยว ตลอดจนขาดการให๎ความรํวมมือ และประสานงานระหวํางประชาชน รวมทั้งเจ๎าหน๎าที่เกี่ยวข๎อง อีกประการหนึ่ง คือประชาชนไมํมี โอกาสแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการวางแผน การจัดการดูแลสถานที่ทํองเที่ยวรวมถึงไมํมี หนํวยงานที่สํงเสริมการทํองเที่ยวอยํางจริงจัง ภูสวัสดิ์ สุขเลี้ยง ( 2545) ได๎ศึกษาเรื่อง “การพัฒนาแหลํงทํองเที่ยวทางวัฒนธรรม กรณีศึกษาหมูํบ๎านห๎วยโป่งผาลาด อาเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย” ผลการศึกษาพบวํา วัฒนธรรมเฉพาะของชนเขาเผํามูเซอดายังคงสืบทอดวัฒนธรรมการแตํงกาย และงานประเพณีปี ใหมํ ตรุษจีน การหยุดงานกินเลี้ยง เต๎นรา รวมทั้งพิธีกรรมที่ปฏิบัติกันมาเป็นประจาทุกเดือนใน รอบปี อันเกี่ยวเนื่องกับวิถีการดาเนินชีวิตตั้งแตํเกิดจนตาย และนอกจากนี้ ยังมีศักยภาพในด๎าน คุณคําทางการศึกษา ความปลอดภัย สาธารณูปโภคพื้นฐาน และมีศักยภาพของพื้นที่รองรับการ พัฒนาการทํองเที่ยว แตํควรมีการปรับปรุงศักยภาพสาธารณูปโภคให๎สูงขึ้น เชํน ร๎านอาหาร ร๎านขายของที่ระลึก ห๎องสุขา สาหรับนักทํองเที่ยว และศูนย์บริการการทํองเที่ยว เป็นต๎น กมลศักดิ์ วงศ์ศรีแก๎ว (2547) ทาการศึกษาเรื่อง “การประเมินมูลคําทางนันทนาการของ อุทยานสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์” ในการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินมูลคําประโยชน์ทาง นันทนาการของอุทยานสวรรค์ ศึกษาถึงลักษณะพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคมโดยทั่วไปของผู๎ มาใช๎บริการโดยมุํงพิจารณามูลคําหรือประโยชน์ที่เกิดจากการใช๎พื้นที่เพื่อนันทนาการเทํานั้นโดย เก็บรวมรวบข๎อมูลใช๎แบบสอบถามผู๎ใช๎บริการจานวน 318 ราย และทาการประเมินมูลคําทาง นันทนาการโดยใช๎วิธีคานวณต๎นทุนคําใช๎จํายในการเดินทางแบบบุคคลจากการศึกษาพบวํา กลุํมตัวอยํางมาจาก 8 อาเภอของจังหวัดนครสวรรค์ มาจากอาเภอเมืองมากที่สุดคิดเป็นร๎อยละ 90.63 จากการศึกษาสมการอุปสงค์ตํอการเดินทางมายังอุทยานสวรรค์โดยใช๎ Log Linear Demand Function พบวําที่ระดับความเชื่อมั่นทางสถิติร๎อยละ 95 ปัจจัยที่มีอิทธิพลตํอการมาใช๎บริการ คือ คําใช๎จํายในการเดินทาง โดยมูลคําของอุทยานสวรรค์ที่ประเมินได๎ในปี พ.ศ. 2546 มีมูลคํา ประมาณ 51.43 ล๎านบาท ณัชชา วํองวัฒนานุกูล (2547) ศึกษาเรื่อง “การประเมินมูลคําประโยชน์ทางนันทนาการ บริเวณชายหาดแมํราพึง จังหวัดระยอง” ในการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงลักษณะพื้นฐาน

88

ทางเศรษฐกิจสังคมและปัจจัยที่มีผลตํอการตัดสินใจในการเดินทางมาทํองเที่ยวของนักทํองเที่ยว โดยใช๎คําสถิติ ความถี่ คําเฉลี่ย ฐานนิยม และร๎อยละในการวิเคราะห์ข๎อมูลพื้นฐานทั่วไปและมี วัตถุประสงค์หลักในการประเมินมูลคําประโยชน์ชายหาดแมํราพึงทางด๎านนันทนาการ เป็นการ ประเมินมูลคําของธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อมที่ไมํปรากฏในรูปตัวเงินให๎เป็นมูลคําในรูปตัวเงิน โดยวิธีวิเคราะห์คําใช๎จํายในการเดินทางของบุคคลเก็บรวบรวมข๎อมูลโดยใช๎แบบสอบถาม สัมภาษณ์ผู๎ที่มาทํองเที่ยวบริเวณชายหาดแมํราพึงจานวน 322 ราย ในชํวงเดือนตุลาคมถึงเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2546 ผลการศึกษา พบวํา ผู๎มาทํองเที่ยวเป็นเพศชายและเพศหญิงในอัตราสํวนที่ ใกล๎เคียงกันมีอายุอยูํในชํวง 21-30 ปี สถานภาพโสด อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน มีรายได๎เฉลี่ยอยูํ ระหวําง 5,001-10,000 บาทตํอเดือน การศึกษาอยูํในระดับปริญญาตรี สํวนใหญํมีที่พักอาศัยอยูํใน จังหวัดระยอง ใช๎ระยะเวลาในการเดินทางน๎อยกวํา 2 ชั่วโมง ได๎รับข๎อมูลของแหลํงทํองเที่ยวจาก เพื่อน ญาติและคนในครอบครัว สํวนใหญํใช๎รถยนต์สํวนตัวเป็นพาหนะในการเดินทาง นักทํองเที่ยวสํวนใหญํเดินทางมาเที่ยวเป็นครั้งแรกในรอบปีนี้ ไมํมีการพักค๎างคืน มาเที่ยวที่ ชายหาดแมํราพึงเพียงที่เดียว และมีความต๎องการที่จะกลับมาเที่ยวที่ชายหาดแมํราพึงอีก ผลการ วิเคราะห์คําใช๎จํายในการเดินทางระดับบุคคลพบวํา ปัจจัยที่มีผลตํอจานวนครั้งในการเดินทางมา ทํองเที่ยวชายหาดแมํราพึง ได๎แกํ คําใช๎จํายในการเดินทางและจานวนปีที่ได๎รับการศึกษา สํวนผล การประเมินมูลคําผลประโยชน์ทางนันทนาการบริเวณชายหาดแมํราพึง จังหวัดระยอง ในปี พ.ศ. 2546 มีมูลคําเทํากับ 217,187,950 บาท ขนิษฐา ภานุทัต (2548) ศึกษาเรื่อง “การประเมินมูลคําทางด๎านนันทนาการของเขื่อนป่า สักชลสิทธิ์” ในการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาลักษณะพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคม ของนักทํองเที่ยว ลักษณะการเข๎ารํวมกิจกรรมด๎านนันทนาการของนักทํองเที่ยวและความคิดเห็น ของนักทํองเที่ยว และเพื่อประเมินมูลคําด๎านนันทนาการของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โดยการประเมิน มูลคําประโยชน์ด๎านนันทนาการใช๎วิธีคําใช๎จํายในการเดินทางของบุคคล (Individual Travel Cost Method: ITCM) ซึ่งทาการเก็บรวบรวมข๎อมูลของกลุํมนักทํองเที่ยว จานวน 384 คน ที่มาทํองเที่ยว ยังเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ระหวํางเดือนเมษายนถึงธันวาคม พ.ศ.2547 จากการศึกษาพบวํา กลุํม นักทํองเที่ยวสํวนใหญํมีที่พักอาศัย อยูํในกรุงเทพมหานคร เป็นเพศหญิงมากกวําเพศชาย มีอายุ ระหวําง 21 ถึง 30 ปี สํวนใหญํมีสถาน ภาพโสด มีอาชีพเป็นพนักงานเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ มี การศึกษาระดับปริญญาตรี มีรายได๎อยูํระหวําง 5,001 ถึง 10,000 บาท มากที่สุด รู๎จักเขื่อนป่าสักชล สิทธิ์จากวิทยุ/โทรทัศน์/เว็บไซด์ พาหนะที่ใช๎เดินทางคือรถยนต์สํวนตัว กลุํมตัวอยํางนักทํองเที่ยว มีความเต็มใจที่จะจํายมากที่สุด 10 บาท คิดเป็นร๎อยละ 34.90 และกิจกรรมที่ทามากที่สุดคือ การ

89

เดินชมวิวทิวทัศน์รอบเขื่อน และตัวแปรอิสระที่สามารถอธิบายการเปลี่ยนแปลงของตัวแปรตาม ได๎มากที่สุด ที่ระดับความเชื่อมั่นที่ร๎อยละ 95 คือตัวแปรคําใช๎จํายในการเดินทางของแตํละบุคคล ซึ่งรวมคําเสียเวลา 1/3 ของอัตราคําจ๎างแรงงานที่นักทํองเที่ยวได๎รับ กับตัวแปรรายได๎ตํอปีของ นักทํองเที่ย วสาหรับมูลคํานันทนาการของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในปี พ.ศ. 2547 มีคําเทํากับ 208,628,978.87 บาท วนิดา รัตนพันธุ์ (2548) ทาการศึกษาเรื่อง “การประเมินมูลคําและการจัดการด๎าน นันทนาการของพื้นที่ถ้าเลเขากอบ จังหวัดตรัง” ในการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษา ลักษณะพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคมของนักทํองเที่ยวที่มาทํองเที่ยวพื้นที่ถ้าเล ตาบลเขากอบ อาเภอห๎วยยอด จังหวัดตรัง และเพื่อประเมินมูลคําของผลประโยชน์ทางด๎านนันทนาการของพื้นที่ ถ้าเลเขากอบ รวมทั้งเพื่อศึกษาการจัดการพื้นที่ถ้าเล เขากอบ ของหนํวยงานที่เกี่ยวข๎อง การศึกษา ได๎เก็บรวบรวมข๎อมูลจากกลุํมตัวอยํางนักทํองเที่ยวจานวนทั้งสิ้น 321 คน ในชํวงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2546 และเดือนมกราคม 2547 โดยการประเมินมูลคําด๎านนันทนาการซึ่งเป็นมูลคําจากการใช๎ ประโยชน์ทางตรง ด๎วยวิธีการคานวณคําใช๎จํายในการเดินทางของบุคคล (ITCM) และสอบถาม หนํวยงานที่เกี่ยวข๎องกับการจัดการพื้นที่ถ้าเลเขากอบด๎วยจากการศึกษาพบวํา กลุํมตัวอยําง นักทํองเที่ยวสํวนใหญํมีภูมิลาเนาอยูํในภาคใต๎ เป็นเพศหญิง มีอายุระหวําง 20-40 ปี มีสถานภาพ โสด เป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษาซึ่งกลุํมตัวอยํางนักทํองเที่ยว มีการศึกษาอยูํในระดับปริญญาตรี และมีรายได๎เฉลี่ยตํอเดือน 14,109 บาท สํวนปัจจัยที่มีผลตํออัตราการทํองเที่ยว คือคําใช๎จํายในการ เดินทางเพียงปัจจัยเดียวเทํานั้นโดยผลของการประเมินมูลคําพื้นที่ในปี พ.ศ. 2546 มีคําเทํากับ 250,018,800 บาท พิมพิกา ชมชีพ (2549) ศึกษาเรื่อง “การประเมินมูลคํานันทนาการเพื่อการจัดการสวน สัตว์นครราชสีมา” ในการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการประเมินมูลคํานันทนาการเพื่อการ จัดการสวนสัตว์นครราชสีมาโดยใช๎วิธีการคานวณคําใช๎จํายในการเดินทางของบุคคล (Individual Travel Cost Method: ITCM) ตลอดจนศึกษาถึงลักษณะทางเศรษฐกิจสังคมที่มีตํอการทํองเที่ยว และความคิดเห็นของนักทํองเที่ยวที่มีตํอกิจกรรมการให๎บริการในสวนสัตว์ โดยทาการเก็บ รวบรวมข๎อมูลจากนักทํองเที่ยว 337 คน ในชํวงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2548 ผลการศึกษา พบวํา ผู๎มา ทํองเที่ยวสํวนใหญํเป็นเพศหญิงมากกวําเพศชาย สํวนใหญํมีที่พักอยูํในจังหวัดนครราชสีมา ระยะทางจากที่พักถึงสวนสัตว์น๎อยกวํา 50 กิโลเมตร มีอายุอยูํในชํวง 31-40 ปี สถานภาพสมรส อาชีพรับจ๎างทั่วไป ระดับการศึกษาสูงสุดอยูํในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย มีรายได๎ตํอปีต่ากวํา

90

50,000 บาท และมีระดับรายได๎ครอบครัวตํอปีต่ากวํา 120,000 บาท มีความตั้งใจมาทํองเที่ยวสวน สัตว์เพียงแหํงเดียว ทราบข๎อมูลสวนสัตว์นครราชสีมาจากเพื่อน ญาติหรือคนในครอบครัว และมา ทํองเที่ยวกับครอบครัวหรือญาติพี่น๎อง ใช๎รถยนต์สํวนตัวเป็นพาหนะในการเดินทางเที่ยวชมสวน สัตว์โดยการเดินชม นั่งขบวนรถพํวงนาเที่ยว และปั่นจักรยาน กิจกรรมนันทนาการ คือการเที่ยว ชมสวนสัตว์ พักผํอนรับประทานอาหาร สาหรับผลการศึกษาปัจจัยที่มีผลตํอจานวนครั้งการ เดินทางมาทํองเที่ยวสวนสัตว์นครราชสีมาของนักทํองเที่ยว คือ ระดับรายได๎ตํอปี ระยะทางจากที่ พักอาศัยถึงสวนสัตว์นครราชสีมา และคําใช๎จํายในการเดินทาง นามาประเมินมูลคํานันทนาการ สวนสัตว์นครราชสีมาในปี พ.ศ. 2548 มีคําเทํากับ 81,690,830 บาท จรีวรรณ มณีเมือง (2550) ศึกษาเรื่อง “การตีมูลคําทางนันทนาการของสวนเบญจกิติ กรุงเทพมหานคร” ในการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาลักษณะพื้นฐานทางเศรษฐกิจและ สังคมโดยทั่วไปของผู๎มาใช๎บริการและปัจจัยที่มีอิทธิพลตํอการเดินทางมาใช๎บริการทาง นันทนาการ รวมถึงมูลคําทางนันทนาการโดยการตีคําในรูปมูลคําที่เป็นตัวเงิน โดยใช๎วิธีคิดต๎นทุน คําใช๎จํายในการเดินทางแบบบุคคล (ITMC) ใช๎การเก็บรวบรวมข๎อมูลโดยทาการสัมภาษณ์กลุํม ตัวอยํางผู๎มาใช๎บริการสวนเบญจกิติ จานวนทั้งสิ้น 400 คนจากการศึกษาพบวํา จากกลุํมตัวอยําง ผู๎มาใช๎บริการสวนเบญจกิติมาจาก 35 เขต จากจานวน 50 เขต ของกรุงเทพมหานคร พบวํา เป็นผู๎ที่ พักอาศัยในเขตคลองเตยมากที่สุด สํวนใหญํของกลุํมตัวอยํางผู๎มาใช๎บริการเป็นเพศชาย มีสถานภาพโสด อายุเฉลี่ย 35 ปี มีการศึกษาระดับปริญญาตรีประกอบอาชีพเป็นพนักงานเอกชน หรือรัฐวิสาหกิจ เป็นผู๎มีระดับรายได๎ 10,000-30,000 บาท ซึ่งมีรายได๎เฉลี่ย 16,869 บาทตํอเดือน ผู๎ มาใช๎บริการสํวนใหญํใช๎รถยนต์สํวนบุคคลในการเดินทาง และมีคําใช๎จํายในการเดินทางมาใช๎ บริการเฉลี่ย 63.90 บาทตํอครั้ง ผลการวิเคราะห์จากสมการอุปสงค์ในการเดินทางมาใช๎บริการ พบวํา ปัจจัยที่มีอิทธิพลตํอการมาใช๎บริการมีเพียงปัจจัยเดียว คือ คําใช๎จํายในการเดินทาง โดย มูลคําทางนันทนาการของสวนเบญจกิติ ในปี พ.ศ. 2549 มีมูลคําเทํากับ 76,765,091บาท ศาศะวัต สุขสุอรรถ (2552) ศึกษาเรื่อง “การประเมินมูลคําทางด๎านนันทนาการและ คําธรรมเนียมการเข๎าใช๎: กรณีศึกษา สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร” โดยมีความมุํงหมาย 2 ประการ คือ เพื่อประเมินมูลคําทางนันทนาการของสวนลุมพินี โดยวิธี Individual Travel Cost Method และ เพื่อประมาณการอัตราคําธรรมเนียมการใช๎บริการด๎านนันทนาการของสวนลุมพินีโดยวิธี Contingent Valuation Method โดยได๎ทาการศึกษาโดยการใช๎แบบสอบถามเพื่อเก็บข๎อมูลด๎วยวิธี สัมภาษณ์โดยตรงจากกลุํมตัวอยํางประชาชนที่มาใช๎บริการด๎านนันทนาการกับสวนลุมพินี จานวน

91

400 คนโดยใช๎ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข๎อมูล 1 สัปดาห์ ในระหวํางวันที่ 23-29 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ผลการศึกษาพบวํามูลคําทางด๎านนันทนาการของสวนลุมพินี ที่ประเมินได๎ในปี พ.ศ. 2552 มีคําประมาณ 2,021.67 ล๎านบาท หรือมีมูลคําเชิงนันทนาการ 5.62 ล๎านบาทตํอไรํ โดยมูลคํา ปัจจุบันเมื่อคิดลดอัตราร๎อยละ 2.50 ร๎อยละ 5.00 และร๎อยละ 7.50 ตํอเนื่องเป็นระยะเวลา 30 ปี จะ มีมูลคําทั้งสิ้น 42,314.13 ล๎านบาท 31,078.01 ล๎านบาท และ 23,876.67 ล๎านบาท ตามลาดับ ในด๎าน การวิเคราะห์อัตราคําธรรมเนียมการเข๎าใช๎บริการนันทนาการภายในสวนลุมพินีโดยวิธีวิเคราะห์ ความนําจะเป็นจากสัดสํวนผู๎เต็มใจจะจํายคําธรรมเนียมโดยใช๎คาถามปลายปิดพบวํา ระดับ คําธรรมเนียมที่กํอให๎เกิดรายรับสูงสุดตํอสวนลุมพินี คือระดับ 50 บาท ซึ่งจะทาให๎สวนลุมพินีมี รายรับประมาณ 86.91ล๎านบาทตํอปี ในขณะที่การวิเคราะห์ตามหลักความเต็มใจจะจํายขั้นต่าโดย ใช๎คาถามปลายเปิดพบวําอัตราคําธรรมเนียมที่กํอให๎เกิดรายรับสูงสุดคือระดับ 20 บาท ซึ่งจะทาให๎ สวนลุมพินีมีรายรับประมาณ 42.18 ล๎านบาทตํอปี วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง (2556) ได๎ทาการวิจัยเรื่อง “ตัวแบบสมการโครงสร๎างของปัจจัยที่ สํงผลตํอความภักดีของนักทํองเที่ยวชาวไทยที่มีตํออุทยานแหํงชาติทะเลภาคใต๎ของประประเทศ ไทย” งานวิจัยดังกลําวมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบตัวแบบสมการโครงสร๎างของปัจจัยที่สํงผลตํอ ความภักดีของนักทํองเที่ยวชาวไทยที่มีตํออุทยานแหํงชาติทางทะเลในภาคใต๎ของประเทศไทย จานวน 800 คน ซึ่งเลือกมาโดยใช๎การเลือกตัวอยํางแบบบังเอิญ ตัวแบบที่ศึกษาประกอบด๎วย ตัวแปรแฝงที่ผู๎วิจัยกาหนดสมมติฐานการวิจัยวําเป็นสาเหตุของความภักดีของนักทํองเที่ยวจานวน 5 ตัวแปร ได๎แกํ ความรับผิดชอบตํอสังคมขององค์กร ภาพลักษณ์การทํองเที่ยว คุณคําที่ได๎รับจาก การทํองเที่ยว ความพึงพอใจของนักทํองเที่ยว และการร๎องเรียนของนักทํองเที่ยว ผลการวิจัยพบวํา ปัจจัยที่สํงผลทางตรงตํอความภักดีของนักทํองเที่ยว ประกอบด๎วย ภาพลักษณ์ของการทํองเที่ยว คุณคําที่ได๎รับจากการทํองเที่ยว ความพึงพอใจของนักทํองเที่ยว และการร๎องเรียนของนักทํองเที่ยว ในขณะที่ปัจจัยสํงผลทางอ๎อมตํอความภักดีของนักทํองเที่ยว ประกอบด๎วย ความรับผิดชอบตํอ สังคมขององค์กร ภาพลักษณ์การทํองเที่ยว คุณคําที่ได๎รับจากการทํองเที่ยว และความพึงพอใจของ นักทํองเที่ยว งานวิจัยดังกลําวได๎มีข๎อเสนอแนะวํา อุทยานแหํงชาติทางทะเลในภาคใต๎ของประเทศ ไทยควรกาหนดนโยบายและจัดทาเป็นแผนงานเกี่ยวกับความรับผิดชอบตํอสังคมขององค์กร ด๎าน สังคมและสิ่งแวดล๎อม และด๎านผู๎รับบริการ นอกจากนี้ ควรกาหนดนโยบายและจัดทาเป็นแผนงาน เกี่ยวกับการสร๎างคุณคําให๎เกิดกับการทํองเที่ยวในอุทยานแหํงชาติทางทะเลในภาคใต๎ของประเทศ ไทย โดยกาหนดเป็นแผนงานผํานโครงการหรือกิจกรรมตําง ๆ อีกทั้งจัดทาเป็นแผนงานเกี่ยวกับ การสร๎างคุณภาพบริการที่ดีของอุทยานแหํงชาติทางทะเลในภาคใต๎ของประเทศไทยเพื่อ

92

ตอบสนองตํอความพึงพอใจของนักทํองเที่ยว รวมถึงควรกาหนดนโยบายและจัดทาแผนงาน เกี่ยวกับการรับเรื่องร๎องเรียนของนักทํองเที่ยว ในขณะที่การทํองเที่ยวแหํงประเทศไทยควรกาหนด นโยบายเกี่ยวกับภาพลักษณ์การทํองเที่ยว โดยจัดทาเป็นแผนงานการโฆษณา การประชาสัมพันธ์ อุทยานแหํงชาติทางทะเลในภาคใต๎ของประเทศไทยโดยผํานสื่อตําง ๆ ที่สามารถเข๎าถึงกลุํม นักทํองเที่ยว เชํน ประชาสัมพันธ์ ผํานสื่อโทรทัศน์ วิทยุ อินเตอร์เน็ต ป้ายโฆษณา วารสารการ ทํองเที่ยว และคูํมือการทํองเที่ยว เพื่อให๎นักทํองเที่ยวได๎รู๎จักแหลํงทํองเที่ยวในอุทยานแหํงชาติทาง ทะเลในภาคใต๎ของประเทศไทย และเป็นการกระตุ๎นให๎เกิดการเข๎ามาทํองเที่ยว Um and Crompton (1990) ได๎ทาการศึกษาถึงบทบาทของทัศนคติที่มีตํอการตัดสินใจ เลือกจุดหมายปลายทางการทํองเที่ยว และได๎สรุปวํากระบวนการเลือกจุดหมายปลายทางการ ทํองเที่ยวประกอบไปด๎วย 2 ระยะโดยระยะที่ 1 เป็นระยะของการตัดสินใจวําจะเดินทางทํองเที่ยว หรือไมํ และระยะที่ 2 คือการพิจารณาเลือกจุดหมายปลายทางวําจะตัดสินใจไปที่ไหนโดยในขั้น ของการเลือกที่จะไปไหนนี้ Um และ Crompton แบํงปัจจัยที่มีอิทธิพลตํอการเลือกจุดหมาย ปลายทางทางออกเป็น 3 กลุํมปัจจัย คือกลุํมปัจจัยภายนอกซึ่งหมายถึง ปัจจัยทางด๎านการติดตํอทาง สังคมกับบุคคลอื่น และอิทธิพลทางการตลาดของนักการตลาดทํองเที่ยว กลุํมปัจจัยภายในคือ ปัจจัยทางด๎านสังคมจิตวิทยาของแตํละบุคคล ได๎แกํ คํานิยม ทัศนคติ บุคลิกภาพและแรงจูงใจ กลุํม ปัจจัยที่ 3 คือกลุํมปัจจัยทางด๎านความรู๎ซึ่งมาจากการผสมผสานกันของสองกลุํมปัจจัยแรกสํงผล ให๎เกิดการรับรู๎เกี่ยวกับแหลํงทํองเที่ยวตําง ๆ และผํากระบวนการเลือกสรรจนกระทั่งมาสูํการ ตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทางในที่สุด และได๎สรุปวําทัศนคติตํอแหลํงทํองเที่ยวมีอิทธิพลมาก ที่สุดตํอการเลือกจุดหมายปลายทางการทํองเที่ยว การศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทางการทํองเที่ยวเริ่มได๎รับ ความสนใจในชํวงทศวรรษที่ 20 เนื่องจากความต๎องการของผู๎ประกอบการที่ต๎องการที่จะเข๎าใจถึง ความต๎องการของผู๎บริโภคเพื่อจะได๎ตอบสนองตํอความต๎องการนั่นแตํการศึกษาเกี่ยวกับการเลือก จุดหมายปลายทางทางการทํองเที่ยว สํวนมากผู๎วิจัยมักจะเจาะประเด็นปัญหาไปที่ความชอบของ นักทํองเที่ยวที่มีตํอแหลํงทํองเที่ยวและพฤติกรรมการเลือกแหลํงทํองเที่ยว Mansfeld (1992: 399419) ได๎เสนอแนะวําการวิจัยเกี่ยวกับการเลือกจุดหมายปลายทางการทํองเที่ยวควรจะพิจารณาจาก ความชอบที่นักทํองเที่ยวมีตํอแหลํงทํองเที่ยวกับพฤติกรรมเลือกจริงวํามีความสอดคล๎องกัน หรือไมํ

93

กรอบแนวคิดการวิจัย ตัวแปรอิสระ (ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมาท่องเที่ยว) -คาบอกเลํา -มาทาบุญ -มาไหว๎พระ -ศึกษาศิลปวัฒนธรรม/ประวัติศาสตร์ -คนรู๎จักชักชวนให๎มาทํองเที่ยว -มีจุดชมปลา/ให๎อาหารปลา -ข๎อมูลจากสื่อออนไลน์ (Internet) -ป้ายประชาสัมพันธ์ตามไหลํทาง -ซื้อสินค๎า/ของฝาก/ของที่ระลึก -หนังสือแนะนาการทํองเที่ยว -เส๎นทางผํานจากการเดินทาง -รายการโทรทัศน์แนะนา -มาทานอาหาร

ตัวแปรตาม เส๎นทางการทํองเที่ยว เชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี

ตัวแปรอิสระ (ปัจจัยต้นทุนค่าใช้จ่าย และปัจจัยอื่น ๆ) -คําน้ามันรถ -คํารถโดยสาร -คําเงินทาบุญ -คําดอกไม๎ธูปเทียน -คําอาหารและเครื่องดื่ม -คําซื้อของฝาก/ของฝาก/ของที่ระลึก -คําอาหารปลา -คําเชําวัตถุมงคล -คําต๎นไม๎ -คําปุ๋ย -คําดิน -คํากระถาง -ระยะเวลาที่ใช๎ในการทํองเที่ยว -จานวนสมาชิกที่มาทํองเที่ยว -จานวนครั้งที่มาทํองเที่ยวในสถานที่เดิม -การกลับมาทํองเที่ยวในสถานที่เดิม

รูปที่ 3.2 กรอบแนวคิดการวิจัย ที่มา: จากการศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข๎อง

94

บทที่ 4 ระเบียบวิธีการวิจัย การวิจัยเรื่อง “เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ” ผู้วิจัยได้ดาเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้ 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3. การสร้างเครื่องมือใช้ในการวิจัย 4. การเก็บ และรวบรวมข้อมูล 5. การวิเคราะห์ข้อมูล และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ขอบเขตด้านประชากร ข้อมูลที่ใช้การศึกษาเป็นข้อมูลปฐมภูมิที่ได้จากการสัมภาษณ์ นักท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวทั้ง 7 สถานที่ (ตามขอบเขตสถานที่) ได้แก่ ( 1) วัดเพลง ( 2) วัดโพธิ์บางโอ (3) วัดชะลอ (4) วัดบางขนุน (5) วัดบางไกรใน (6) วัดบางอ้อยช้าง (7) ถนนสายไม้ ดอกไม้ประดับบางกรวย (ถนนบางกรวย-จงถนอม) โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบไม่เกี่ยวข้องกับ โอกาสทางสถิติ ( Non-Probability Sampling) คือ ใช้แนวทางการสุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ (Accidental Sampling) เบื้องต้นผู้ศึกษาวิจัยได้ทาการสารวจข้อมูลการสังเกตแบบไม่เข้าไปมีส่วน ร่วม (Non-participant Observation) โดยการสังเกตจานวนนักท่องเที่ยว สอบถามจากชุมชน ผู้ดูแล สถานที่ ผู้ประกอบการ เป็นต้น โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ปรากฏนักท่องเที่ยวที่มา ท่องเที่ยวในรูปแบบนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริงเฉลี่ยสัปดาห์ละ 5 กลุ่ม หลังจากนั้น จึงมากาหนด กลุ่มตัวอย่างที่เหมาะสมที่จะใช้ในการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview-IDI) โดยเลือกวิธีการ สุ่มตัวอย่างตามแนวคิดของ Wimmer and Dominick (2011) Gay (1996) และสุวิมล ว่องวาณิช และนงลักษณ์ วิรัชชัย ( 2546: 142, 183) โดยการสุ่มตัวอย่างแบบไม่เกี่ยวข้องกับโอกาสทางสถิติ (Non-Probability Sampling) สาหรับ การวิจัยเชิงคุณภาพที่ใช้กลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก เนื่องจาก จะต้องใช้เวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลแบบเจาะลึกที่จะได้ข้อมูลใหม่ ๆ มากกว่าการหาข้อมูลมา เปรียบเทียบกันในเชิงปริมาณ และสามารถนาข้อมูลไปอ้างอิงถึงประชากรได้มากที่สุดอย่างน้อย ร้อยละ 10 ของประชากร จากแนวคิดดังกล่าว จึงนามากาหนดกลุ่มตัวอย่างสถานที่ละ 5 คน เป็น ตัวแทนกลุ่ม รวมทั้งสิ้น 35 คน

95

เครื่องมือในการวิจัย ในการวิจัยเรื่อง “เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัด นนทบุรี” เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ในลักษณะเชิงสารวจ (Survey Research) โดยใช้การสัมภาษณ์ เชิงลึก (In-Depth Interview-IDI) เพื่อสอบถามถึงข้อมูลพื้นฐานทางปฐมภูมิ ของนักท่องเที่ยว ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยว และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการมา ท่องเที่ยว รวมทั้งข้อเสนอแนะที่นักท่องเที่ยวได้ให้ไว้เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนา ผู้วิจัยจึงได้ทา การแบ่งเนื้อหาการสัมภาษณ์ ออกเป็น 3 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 สอบถามข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคมของ นักท่องเที่ยว ซึ่งประกอบด้วย เพศ อายุ อาชีพ การศึกษา ระดับรายได้ สถานภาพ ที่อยู่อาศัย ปัจจุบัน ยานพาหนะ การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร (สื่อโฆษณา) และสาเหตุของการมาท่องเที่ยว ตอนที่ 2 สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับ ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์และปัจจัยอื่น ๆ ถึง ค่าใช้จ่าย และปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าอาหารและเครื่องดื่ม เงินทาบุญ ค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการ จานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง จานวนครั้งที่มาเที่ยว ระยะ เวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยวในแต่ละสถานที่ การกลับมาท่องเที่ยวในครั้งต่อไป และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตอนที่ 3 สอบถามข้อมูลความคิดเห็นทั่วไป จากนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการในสถานที่ ท่องเที่ยวนั้น ๆ ได้แก่ ความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบของสถานที่ ความสะอาด และข้อเสนอแนะ เป็นต้น การสร้างเครื่องมือใช้ในการวิจัย ผู้วิจัยได้ดาเนินการตามลาดับดังนี้ 1. ศึกษาเอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อนามาเป็นแนวทางในการสร้างแบบสอบถาม 2. นาผลการศึกษามาสร้างแบบสอบถาม โดยแบ่งแบบสอบถามออกเป็น 3 ส่วน โดยพิจารณาเนื้อหาให้ครอบคลุมกับ วัตถุประสงค์ และกรอบแนวคิดในการวิจัย 3. นาเสนอแบบสอบถามที่สร้างขึ้นเสนอต่อที่ปรึกษางานวิจัย เพื่อพิจารณาความ ครบถ้วน ถูกต้อง และครอบคลุมเนื้อหาการวิจัย แล้วนามาปรับปรุงแก้ไขตามที่ที่ปรึกษางานวิจัย ได้แนะนา 4. นาแบบสอบถามออกทดสอบเพื่อตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ โดยการตรวจสอบ คุณภาพเครื่องมือโดย

96

4.1 นาแบบสอบถามไปทดสอบ (Try-out) กับนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวตามขอบเขต สถานที่ ที่ละ 1 ตัวอย่าง 4.2 นาผลที่ได้รับจากการ ทดสอบคุณภ าพจากแบบสอบถามเสนอที่ปรึกษางานวิจัย อีกครั้งเพื่อปรับปรุงแก้ไขตามคาแนะนา เสร็จแล้วจึงจัดทาแบบสอบถามฉบับสมบูรณ์เพื่อนา ไปใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างต่อไป การเก็บรวบรวมข้อมูล ศึกษาและค้นคว้าจากเอกสาร ( Documentary Research) ด้านการวิเคราะห์ต้นทุน การพัฒนาการท่องเที่ยว และการจัดการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม จากแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หนังสือ ตารา บทความ เอกสาร วารสาร รายงานการวิจัย และวิทยานิพนธ์ เป็นต้น พร้อมทั้ง สัมภาษณ์นักท่องเที่ยว เพื่อใช้ในการศึกษาตามกรอบแนวคิดการวิจัย โดยการวิจัยครั้งนี้จะทาการ เก็บรวบรวมข้อมูลดังนี้ 1. ดาเนินการจัดทาแบบสอบถามตามจานวนกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย 2. ดาเนินการสัมภาษณ์เชิงลึกตามแบบสอบถามการวิจัยที่ได้ระบุไว้โดยสัมภาษณ์กลุ่ม ตัวอย่างสถานที่ละ 5 ตัวอย่าง รวมทั้งหมด 35 ตัวอย่าง 3. ตรวจสอบความสมบูรณ์ของแบบสอบถามก่อนสิ้นสุดการสัมภาษณ์ 4. นาแบบสอบถามมาวิเคราะห์ข้อมูลต่อไป การวิเคราะห์ข้อมูล และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิจัยเรื่อง “เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัด นนทบุรี” ครั้งนี้ผู้วิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งมีขั้นตอนในการวิเคราะห์ข้อมูล และสถิติที่ใช้ในการ วิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ ส่วนที่ 1 การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปจาการสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐาน ทางเศรษฐกิจและสังคมของนักท่องเที่ยว ซึ่งประกอบด้วย เพศ อายุ อาชีพ การศึกษา ระดับรายได้ สถานภาพ ที่อยู่อาศัยปัจจุบัน ยานพาหนะ การรับรู้ข้อมูล (สื่อโฆษณา) และสาเหตุของการมา ท่องเที่ยว โดยใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา ( Descriptive Analysis) เป็นการวิเคราะห์เพื่อ อธิบายค่าที่ได้จากการสารวจ โดยใช้ค่าสถิติร้อยละ หรือความถี่ หรือค่าเฉลี่ย เพื่อวิเคราะห์ลักษณะ พื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคมของผู้มาท่องเที่ยว

97

ส่วนที่ 2 การวิเคราะห์ข้อมูลจากการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับ ปัจจัยพื้นฐานทาง เศรษฐศาสตร์และปัจจัยอื่น ๆ ถึงสาเหตุของการตัดสินใจมาท่องเที่ยวได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการ เดินทาง ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าทาบุญ ค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้า จานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง จานวนครั้งที่มาเที่ยว ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยวในแต่ละสถานที่ การกลับมาท่องเที่ยวอีก ใน ครั้งต่อไป และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ โดยการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา ( Descriptive Analysis) เป็น การวิเคราะห์เพื่ออธิบายค่าที่ได้จากการสารวจ โดยใช้ค่าสถิติร้อยละ หรือความถี่ หรือค่าเฉลี่ย หลังจากนั้นดาเนินตามขั้นตอน 3 ขัน้ ตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 สรุปปัจจัยที่ส่งผลต่อการมาท่องเที่ยว ขั้นตอนที่ 2 สรุปค่าใช้จ่าย และระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยวเฉลี่ยต่อคน ขั้นตอนที่ 3 เส้นทางที่เหมาะสมที่ใช้สาหรับในการท่องเที่ยวเชิง ศิลปวัฒน ธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ส่วนที่ 3 หลังจากในส่วนที่ 2 เสร็จสิ้นแล้ว นาผลการวิเคราะห์ดังกล่าวมากาหนดเป็น แบบจาลองสมการโครงสร้างเพื่อใช้ในการศึกษาเชิงปริมาณในอนาคตต่อไป ส่วนที่ 4 นาผลจากการวิเคราะห์ข้อมูล ในส่วนที่ 1 ถึงส่วนที่ 2 มาทาการอภิปรายผล การศึกษาที่สอดคล้องกับแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง รวมถึงปรากฎการณ์ที่ค้นพบจาก การศึกษา

98

บทที่ 5 ผลการศึกษา และการอภิปรายผลการศึกษา การวิจัยเรื่อง “เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี” ผู้ศึกษาได้แบ่งผลการศึกษาออกเป็น 5 ส่วน เป็นการศึกษาเพื่อหาคาตอบตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ได้แก่ ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยว ค่าใช้จ่าย และระยะเวลาที่ใช้ในการ ท่องเที่ยวเฉลี่ยต่อคน และเส้นทางที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอ บางกรวย จังหวัดนนทบุรี โดยนาเสนอผลการศึกษาเรียงลาดับตามหัวข้อดังนี้ 1. สรุปปัจจัยที่ส่งผลต่อการมาท่องเที่ยวและข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาจากนักท่องเที่ยว 2. สรุปค่าใช้จ่าย ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยว จานวนสมาชิกที่มาท่องเที่ยว จานวน ครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม และการกลับมาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม เฉลี่ยต่อคน 3. เส้นทางที่เหมาะสมสาหรับการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัด นนทบุรี 4. แบบจาลองสมการโครงสร้างที่กาหนดตัวแปรจากผลการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพสาหรับ ใช้ในการศึกษาเชิงปริมาณในอนาคต 5. การอภิปรายผลการศึกษา สรุปปัจจัยที่ส่งผลต่อการมาท่องเที่ยวและข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาจากนักท่องเที่ยว จากการศึกษาเรื่อง “เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัด นนทบุรี” ผู้วิจัยได้ทาการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวเชิงลึกโดยแบ่งเป็นสถานที่ละ 5 คน 7 สถานที่ รวม จานวน 35 คนซึ่งสามารถสรุปผลการสัมภาษณ์ถึง ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมาท่องเที่ยว รวมถึงปัญหา และข้อเสนอแนะที่นักท่องเที่ยวแต่ละรายที่ได้แสดงข้อคิดเห็นไว้ ดังนี้ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม จากผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวแบ่งเป็นสถานที่ละ 5 คน 7 สถานที่ รวมจานวน 35 คน โดยนักท่องเที่ยวได้ให้เหตุผลถึงปัจจัยที่ ทาให้ มาท่องเที่ยว ซึ่งสรุปและจัดลาดับปัจจัยที่ส่งผลต่อ การตัดสินใจมาท่องเที่ยว หรือสาเหตุของการมาท่องเที่ยวได้ดังนี้ (1) จากคาบอกเล่าที่ได้รับฟังมา จากคนรู้จัก หรือจากคนทั่วไปที่ได้พูดให้ฟังจึงเกิดความสนใจที่อยากจะมาท่องเที่ยว ( 2) มีความ ตั้งใจที่อยากจะมาทาบุญ ( 3) มีความตั้งใจที่อยากจะมาไหว้พระ (4) อยากจะมาเยี่ยมชม

99

โบราณสถาน ศึกษาศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ความเป็นมา ชมวิถีชีวิตของเป็นอยู่ของชุมชน (5) มีคนรู้จักไม่ว่าจะเป็นญาติ หรือเพื่อนชักชวนให้มาท่องเที่ยว ( 6) ทราบเบื้องต้นอยู่แล้วว่าวัดนี้ อยู่ริมน้า มีสถานที่และจุดบริการขายอาหารปลาและให้อาหารปลา จึงตั้งใจมาให้อาหารปลาและ มาดูปลา ( 7) ศึกษาหาข้อมูลจากสื่อออนไลน์ ( Internet) จึงเป็นสาเหตุให้มาท่องเที่ยว ( 7) เดิน ทางผ่านเห็นป้ายประชาสัมพันธ์ตามไหล่ทางเชิญชวนจึงให้ความสนใจเข้ามาท่องเที่ยว ( 7) มาซื้อ สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่มีจาหน่ายในสถานที่ท่องเที่ยว (8) รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวจากหนังสือ แนะนาการท่องเที่ยว ( 8) เป็นเส้นทางผ่านจากการขับรถไปทางานหรือโดยสารรถรับจ้างทั่วไป (9) มาท่องเที่ยวจากการแนะนาจากรายการโทรทัศน์ และ (10) ตั้งใจมาทานอาหารที่อยู่ในสถานที่ ท่องเที่ยว ผลการสัมภาษณ์สามารถสรุปปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยวได้ ในตารางที่ 5.1 และเพื่อสะดวกต่อการอธิบายจึงกาหนดตัวแปรที่ใช้แทนนักท่องเที่ยวที่ได้รับการสัมภาษณ์ และ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมาท่องเที่ยว ตั้งแต่ข้อมูลในตารางที่ 5.1 จนถึงข้อมูลในตารางที่ 5.25 ดังนี้ ตัวแปรที่ใช้แทนผู้รับการสัมภาษณ์ทั้ง 35 คนใน 7 สถานที่ N11 = ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 1 ณ วัดเพลง N12 = ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 2 ณ วัดเพลง N13 = ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 3 ณ วัดเพลง N14 = ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 4 ณ วัดเพลง N15 = ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 5 ณ วัดเพลง N21 = ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 1 ณ วัดโพธิ์บางโอ N22 = ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 2 ณ วัดโพธิ์บางโอ N23 = ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 3 ณ วัดโพธิ์บางโอ N24 = ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 4 ณ วัดโพธิ์บางโอ N25 = ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 5 ณ วัดโพธิ์บางโอ N31 = ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 1 ณ วัดชลอ N32 = ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 2 ณ วัดชลอ N33 = ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 3 ณ วัดชลอ N34 = ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 4 ณ วัดชลอ N35 = ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 5 ณ วัดชลอ N41 = ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 1 ณ วัดบางขนุน

100

N42 N43 N44 N45 N51 N52 N53 N54 N55 N61 N62 N63 N64 N65 N71

= = = = = = = = = = = = = = =

N72

=

N73

=

N74

=

N75

=

ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 2 ณ วัดบางขนุน ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 3 ณ วัดบางขนุน ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 4 ณ วัดบางขนุน ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 5 ณ วัดบางขนุน ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 1 ณ วัดบางไกรใน ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 2 ณ วัดบางไกรใน ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 3 ณ วัดบางไกรใน ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 4 ณ วัดบางไกรใน ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 5 ณ วัดบางไกรใน ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 1 ณ วัดบางอ้อยช้าง ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 2 ณ วัดบางอ้อยช้าง ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 3 ณ วัดบางอ้อยช้าง ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 4 ณ วัดบางอ้อยช้าง ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 5 ณ วัดบางอ้อยช้าง ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 1 ณ ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับบางกรวย (ถนนบางกรวย-จงถนอม) ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 2 ณ ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับบางกรวย (ถนนบางกรวย-จงถนอม) ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 3 ณ ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับบางกรวย (ถนนบางกรวย-จงถนอม) ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 4 ณ ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับบางกรวย (ถนนบางกรวย-จงถนอม) ผู้รับการสัมภาษณ์คนที่ 5 ณ ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับบางกรวย (ถนนบางกรวย-จงถนอม)

ตัวแปรที่ใช้แทนปัจจัยที่ส่งผลต่อการมาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั้ง 35 คนใน 7 สถานที่ A1 = จากคาบอกเล่า A2 = มาทาบุญ A3 = มาไหว้พระ A4 = ศึกษาศิลปวัฒนธรรม/ประวัติศาสตร์

101

A5 A6 A7 A8 A9 A10 A11 A12 A13

= = = = = = = = =

คนรู้จักชักชวน ให้อาหารปลา สื่อออนไลน์ (Internet) ป้ายประชาสัมพันธ์ตามไหล่ทาง ซื้อสินค้า หนังสือแนะนาการท่องเที่ยว เส้นทางผ่าน รายการโทรทัศน์ อาหาร

102

ตารางที่ 5.1 สรุปปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยว สถานที่

ตัวแปร วัดเพลง

วัดโพธิ์บางโอ

วัดชลอ

วัดบางขนุน

ผู้รับการ สัมภาษณ์

N11 N12 N13 N14 N15 N21 N22 N23 N24 N25 N31 N32 N33 N34 N35 N41 N42 N43 N44

คาบอกเล่า

ทาบุญ

ไหว้ พระ

A1 √

A2 √ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √

A3 √ √ √ √ √ √ √ √ √

√ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √

ศึกษา ศิลปวัฒนธรรม/ ประวัติศาสตร์ A4



คนรู้จัก ชักชวน A5 √

ซื้อ สินค้า A9

หนังสือ แนะนาการ ท่องเที่ยว A10

เส้นทาง ผ่าน

รายการทาง โทรทัศน์

อาหาร

A11

A12 √ √

A13

√ √ √ √ √



√ √ √

√ √ √

สรุปปัจจัยที่ส่งผลต่อการมาท่องเที่ยว ให้ สื่อออนไลน์ ป้ายประชา อาหาร (Internet) สัมพันธ์ตาม ปลา ไหล่ทาง A6 A7 A8

√ √ √

√ √

√ √ √

√ √ √ √ √





√ √



√ √

102

103

วัดบางไกรใน

วัดบางอ้อยช้าง

ถนนสายดอกไม้ (ถนนบางกรวยจงถนอม)

รวม อันดับที่

N45 N51 N52 N53 N54 N55 N61 N62 N63 N64 N65 N71 N72 N73 N74 N75 35 ราย

√ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √ 32 1

√ √ √ √ √ √ √ √ √ √



√ √ √

√ √



√ √ √





√ √ √

29 2

17 3

10 4

8 5

6 6

5 7

5 7

√ √ √ √ √ 5 7

3 8

3 8

2 9

1 10

ที่มา: สรุปผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวจานวน 35 คน จาก 7 สถานที่

103

104

ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาจากนักท่องเที่ยวที่ทาการสัมภาษณ์โดยจาแนกแต่ละสถานที่ วัดเพลง 1. อยากให้มีการบริหารจัดการเป็นรูปแบบวัดอย่างแท้จริง มีพระสงฆ์จาพรรษา เพื่อจะได้เป็นผู้ดูและรักษา และปฏิบัติศาสนกิจภายในวัด 2. มีการซ่อมแซมถาวรวัตถุต่าง ๆ ภายในวัด ให้สภาพดีขึ้น แต่ให้ยังคงอยู่ใน รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบเดิม เช่น หอระฆัง พื้นบริเวณวัด ซุ้มเสมา การทาสีโบสถ์ใหม่ 3. ปรับปรุงเส้นทางเข้าวัดตั้งแต่บริเวณถนนหลัก ตลอดจนเส้นทางเข้ามาถึง บริเวณวัดเนื่องจาก ถนนยังมีสภาพขรุขระ ไม่สะดวกต่อการเดินทาง 4. จัดหาสถานที่จอดรถ เนื่องจากสถานที่จอดรถไม่เพียงพอ วัดโพธิ์บางโอ 1. เพิ่มแหล่งที่ให้อาหารปลาและจุดบริการอาหารปลา บริเวณศาลาริมน้า วัดชลอ 1. เพิ่มถังขยะ เนื่องจากมีจุดบริการถังขยะน้อย 2. ให้คงสภาพความเงียบสงบ ความร่มรื่น บริเวณวัดไว้ให้คงเดิม 3. ควรเร่งการดาเนินการจัดสร้างหรือบูรณะโบสถ์เรือหงส์ ให้แล้วเสร็จเพื่อ พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม 4. ควรเพิ่มร้านค้าให้มากกว่านี้ และมีสินค้าให้หลากหลาย โดยเน้นเป็นสินค้า พื้นบ้านของชุมชนท้องถิ่น 5. เพิ่มห้องน้าไว้บริการให้เพียงพอกับนักท่องเที่ยว 6. ควรจัดทาป้ายให้ความรู้แก่บุคคลทั่วไป เช่น นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และ ต่างชาติ รวมถึงเยาวชน เพื่อเป็นการศึกษาประวัติความเป็นมาของวัด 7. ปรับปรุงพื้นถนนบริเวณวัดไม่ให้มีความขรุขระ 8. ควรมีจุดล้างมือไว้สาหรับบริการใกล้กับจัดให้อาหารปลาบริเวณริมน้า วัดบางขนุน 1. ควรมีผู้รับผิดชอบดูแลความสะอาดในห้องน้าวัด

105

วัดบางไกรใน 1. ให้คงสภาพโบราณสถานไว้ เนื่องจากจะได้เป็นแหล่งศึกษาให้แก่เยาวชนใน รุ่นต่อไป วัดบางอ้อยช้าง 1. ควรประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในหลาย ๆ รูปแบบเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ รู้จัก 2. บริเวณโป๊ะเรือเทียบท่า ควรจัดทาทางลาด หรือทางขึ้นไว้สาหรับผู้สูงอายุ หรือคนพิการ 3. ควรเพิ่มปริมาณถังขยะ 4. มีจุดบริการขายสินค้าผลิตภัณฑ์พื้นบ้านมาจาหน่าย ประเภทผลิตภัณฑ์ตาบล งานฝีมือชุมชน งานหัตถกรรม ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับบางกรวย (ถนนบางกรวย-จงถนอม) 1. ควรปรับปรุงถนนให้มีสภาพที่ดีขึ้น เนื่องจากเวลาฝนตกหรือน้าท่วม จะเกิด ปัญหาน้าขัง เนื่องจากเป็นที่ต่า ไม่สามารถระบายน้าได้ จะส่งผลต่อการเดินทางมาซื้อสินค้า สรุปค่าใช้จ่าย ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยว จานวนสมาชิกที่มาท่องเที่ยว จานวนครั้งที่มา ท่องเที่ยวในสถานที่เดิม และการกลับมาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม เฉลี่ยต่อคน จากการ วิจัย เรื่อง “เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัด นนทบุรี” ผู้วิจัยได้ทาการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวแบ่งเป็นสถานที่ละ 5 คน 7 สถานที่ รวมจานวน 35 คน เพื่อทาการศึกษาถึงปัจจัยค่าใช้จ่าย ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยว จานวนสมาชิกที่มา ท่องเที่ยว จานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม และการกลับมาท่องเที่ยวในสถานที่เดิ มอีกทั้ง เพื่อสะดวกต่อการศึกษาแบบจาลองสมการโครงสร้างในหัวข้อถัดไป จึงได้กาหนดตัวแปรที่ใช้ แทนค่าใช้จ่าย ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยว จานวนสมาชิกที่มาท่องเที่ยว จานวนครั้งที่มา ท่องเที่ยวในสถานที่เดิม และการกลับมาท่องเที่ยวในครั้งต่อไป ตั้งแต่ข้อมูลในตารางที่ 5.2 จนถึง ข้อมูลในตารางที่ 5.25 ดังนี้

106

ตัวแปรที่ใช้แทนค่าใช้จ่าย และระยะเวลาที่เกิดขึ้น E1 = ค่าน้ามันรถ E2 = ค่ารถโดยสาร E3 = เงินทาบุญ E4 = ค่าดอกไม้ธูปเทียน E5 = ค่าอาหารและเครื่องดื่ม E6 = ซื้อของฝาก E7 = ค่าอาหารปลา E8 = เช่าวัตถุมงคล E9 = ค่าต้นไม้ E10 = ค่าปุ๋ย E11 = ค่าดิน E12 = ค่ากระถาง T = ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยว R1 = จานวนสมาชิกที่มาท่องเที่ยว R2 = จานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม R3 = การกลับมาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม จากการศึกษาค่าใช้จ่าย และระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยว จานวนสมาชิกที่มาท่องเที่ยว จานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม และการกลับมาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม แบ่งเป็นสถานที่ ละ 5 คน 7 สถานที่ รวมจานวน 35 คน สามารถสรุปเป็นตารางผลการศึกษาใ นแต่ละสถานที่เฉลี่ย ต่อคน เพื่อนาไป ศึกษาเป็น เส้นทางการท่องเที่ยว เชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัด นนทบุรี ที่เหมาะสมในหัวข้อถัดไป ได้ดังนี้

107

ตารางที่ 5.2 ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดเพลง จังหวัดนนทบุรีเฉลี่ยต่อคน (หน่วย: บาท) ผู้รับการสัมภาษณ์ ค่าน้ามันรถ ค่ารถโดยสาร เงินทาบุญ ค่าดอกไม้ธูปเทียน ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ซื้อของฝาก ค่าอาหารปลา

เช่าวัตถุมงคล

(ตัวแปร)

(E1)

(E2)

(E3)

(E4)

(E5)

(E6)

(E7)

(E8)

N11

400

0

200

100

0

0

0

0

N12

0

200

0

200

0

0

0

0

N13

200

0

20

0

50

0

0

0

N14

300

0

150

20

40

500

0

0

N15

200

0

200

0

75

0

0

0

รวมเฉลี่ยต่อคน

275

200

142.50

106.67

55

500

0

0

หมายเหตุ: คานวณค่าใช้จ่ายเฉลี่ยแต่ละรายการจากผลรวมที่จ่ายจริงต่อคนหารด้วยจานวนคนที่จ่ายจริงทั้งหมด (ค่าน้ามันรถ และค่ารถโดยสารเริ่มต้นการเดินทางจากที่อยู่อาศัยจนมาถึงสถานที่ท่องเที่ยว) ที่มา: สรุปผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว

107

108

ตารางที่ 5.3 ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดเพลง จังหวัดนนทบุรี เฉลี่ยต่อคน (หน่วย: ชั่วโมง) ผู้รับการสัมภาษณ์ จานวนชั่วโมงที่ใช้ในการท่องเที่ยว (T) N11

1

N12

1.30

N13

1

N14

1

N15

0.30

รวมเฉลี่ยต่อคน

1

ที่มา: สรุปผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว จากตารางที่ 5.2 และ 5.3 แสดงถึงค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดเพลง จังหวัดนนทบุรี เฉลี่ยต่อคน (หน่วย: บาท) และจานวนชั่วโมงที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดเพลง จังหวัดนนทบุรีเฉลี่ยต่อ คน (หน่วย: ชั่วโมง) โดยปรากฏถึงค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน ดังนี้ ค่าน้ามัน 1 275 บาท ค่ารถโดยสาร 2 (ในกรณีที่ไม่ขับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ส่วนตัว) 200 บาท เงินทาบุญ3 142.50 บาท ค่าดอกไม้ ธูปเทียน3 106.67 บาท ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 55 บาท และซื้อของฝาก 500 บาท ส่วนระยะเวลา ในการท่องเที่ยวเฉลี่ยที่ใช้ในการท่องเที่ยวประมาณ 1 ชั่วโมงที่ใช้ในการท่องเที่ยวสถานที่ดังกล่าว

1

และ 2 ค่าน้ามันรถ และค่ารถโดยสารเป็นค่าใช้จ่ายผันแปรตามระยะทางการเดินทาง และราคาน้ามันที่เปลี่ยนไป 3 เงินทาบุญเป็นค่าใช้จ่ายผันแปรตามความศรัทธาของผู้ทาบุญ

109

ตารางที่ 5.4 ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดโพธิ์บางโอ จังหวัดนนทบุรีเฉลี่ยต่อคน (หน่วย: บาท) ผู้รับการสัมภาษณ์ ค่าน้ามันรถ ค่ารถโดยสาร เงินทาบุญ ค่าดอกไม้ธูปเทียน ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ซื้อของฝาก

ค่าอาหารปลา เช่าวัตถุมงคล

(ตัวแปร)

(E1)

(E2)

(E3)

(E4)

(E5)

(E6)

(E7)

(E8)

N21

100

0

200

0

100

0

30

500

N22

0

200

1,600

0

0

0

100

0

N23

0

66.50

40

0

75

0

0

0

N24

0

270

106.33

0

10

0

0

0

N25

400

0

50

0

50

0

0

0

รวมเฉลี่ยต่อคน

250

178.83

399.27

0

58.75

0

65

500

หมายเหตุ: คานวณค่าใช้จ่ายเฉลี่ยแต่ละรายการจากผลรวมที่จ่ายจริงต่อคนหารด้วยจานวนคนที่จ่ายจริงทั้งหมด (ค่าน้ามันรถ และค่ารถโดยสารเริ่มต้นการเดินทางจากที่อยู่อาศัยจนมาถึงสถานที่ท่องเที่ยว) ที่มา: สรุปผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว

109

110

ตารางที่ 5.5 ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดโพธิ์บางโอ จังหวัดนนทบุรเี ฉลีย่ ต่อคน (หน่วย: ชั่วโมง) ผู้รับการสัมภาษณ์ จานวนชั่วโมงที่ใช้ในการท่องเที่ยว (T) N21

0.30

N22

0.40

N23

0.40

N24

0.40

N25

0.50

รวมเฉลี่ยต่อคน

0.40

ที่มา: สรุปผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว จากตารางที่ 5.4 และ 5.5 แสดงถึงค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดโพธิ์บางโอ จังหวัด นนทบุรีเฉลี่ยต่อคน (หน่วย: บาท) และจานวนชั่วโมงที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดโพธิ์บางโอ จังหวัด นนทบุรีเฉลี่ยต่อคน (หน่วย: ชั่วโมง) โดยปรากฏถึงค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน ดังนี้ ค่าน้ามัน 1 250 บาท ค่ารถโดยสาร 2 (ในกรณีที่ไม่ขับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ส่วนตัว) 178.83 บาท เงินทาบุญ 3 399.27 บาท ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 58.75 บาท ค่าอาหารปลา 65 บาท และเช่าวัตถุมงคล 4 500 บาท ส่วนระยะเวลาในการท่องเที่ยวเฉลี่ยที่ใช้ในการท่องเที่ยวประมาณ 40 นาที ที่ใช้ในการ ท่องเที่ยวสถานที่ดังกล่าว

1

และ 2 ค่าน้ามันรถ และค่ารถโดยสารเป็นค่าใช้จ่ายผันแปรตามระยะทางการเดินทาง และราคาน้ามันที่เปลี่ยนไป 3 เงินทาบุญเป็นค่าใช้จ่ายผันแปรตามความศรัทธาของผู้ทาบุญ 4 ค่าเช่าวัตถุมงคลเป็นค่าใช้จ่ายผันแปรแล้วแต่ละวัดจะกาหนดราคาค่าเช่าวัตถุมงคล

111

ตารางที่ 5.6 ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดชลอ จังหวัดนนทบุรีเฉลี่ยต่อคน (หน่วย: บาท) ผู้รับการสัมภาษณ์ ค่าน้ามันรถ ค่ารถโดยสาร เงินทาบุญ ค่าดอกไม้ธูปเทียน ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ซื้อของฝาก ค่าอาหารปลา เช่าวัตถุมงคล (ตัวแปร)

(E1)

(E2)

(E3)

(E4)

(E5)

(E6)

(E7)

(E8)

N31

200

0

20

20

0

200

20

0

N32

0

40

30

0

50

0

20

0

N33

500

0

100

0

0

0

40

0

N34

0

600

40

20

60

0

40

0

N35

500

0

40

20

50

0

40

0

รวมเฉลี่ยต่อคน

400

320

46

20

53.33

200

32

0

หมายเหตุ: คานวณค่าใช้จ่ายเฉลี่ยแต่ละรายการจากผลรวมที่จ่ายจริงต่อคนหารด้วยจานวนคนที่จ่ายจริงทั้งหมด (ค่าน้ามันรถ และค่ารถโดยสารเริ่มต้นการเดินทางจากที่อยู่อาศัยจนมาถึงสถานที่ท่องเที่ยว) ที่มา: สรุปผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว

111

112

ตารางที่ 5.7 ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดชลอ จังหวัดนนทบุรี เฉลีย่ ต่อคน (หน่วย: ชั่วโมง) ผู้รับการสัมภาษณ์ จานวนชั่วโมงที่ใช้ในการท่องเที่ยว (T) N31

1

N32

1

N33

1

N34

0.40

N35

0.50

รวมเฉลี่ยต่อคน

0.54

ที่มา: สรุปผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว จากตารางที่ 5.6 และ 5.7 แสดงถึงค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดชลอ จังหวัดนนทบุรี เฉลี่ยต่อคน (หน่วย: บาท) และจานวนชั่วโมงที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดชลอ จังหวัดนนทบุรีเฉลี่ยต่อ คน (หน่วย: ชั่วโมง) โดยปรากฏถึงค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน ดังนี้ ค่าน้ามัน 1 400 บาท ค่ารถโดยสาร 2 (ในกรณีที่ไม่ขับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ส่วนตัว) 320 บาท เงินทาบุญ 3 46 บาท ค่าดอกไม้ธูป เทียน4 20 บาทค่าอาหารและเครื่องดื่ม 53.33 บาท ซื้อของฝาก 200 บาท และค่าอาหารปลา 32 บาท ส่วนระยะเวลาในการท่องเที่ยวเฉลี่ยที่ใช้ในการท่องเที่ยวประมาณ 54 นาที ที่ใช้ในการท่องเที่ยว สถานที่ดังกล่าว

1

และ 2 ค่าน้ามันรถ และค่ารถโดยสาร เป็นค่าใช้จ่ายผันแปรตามระยะทางการเดินทาง และราคาน้ามันที่เปลี่ยนไป 3 และ 4 เงินทาบุญและค่าดอกไม้ธูปเทียน เป็นค่าใช้จ่ายผันแปรตามความศรัทธาของผู้ทาบุญ

113

ตารางที่ 5.8 ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดบางขนุน จังหวัดนนทบุรีเฉลี่ยต่อคน (หน่วย: บาท) ผู้รับการสัมภาษณ์ ค่าน้ามันรถ ค่ารถโดยสาร เงินทาบุญ ค่าดอกไม้ธูปเทียน ค่าอาหารและเครื่องดื่ม

ซื้อของฝาก ค่าอาหารปลา เช่าวัตถุมงคล

(ตัวแปร)

(E1)

(E2)

(E3)

(E4)

(E5)

(E6)

(E7)

(E8)

N41

300

0

40

0

50

0

0

0

N42

0

440

150

0

40

500

0

0

N43

0

20

400

0

0

0

0

0

N44

500

0

400

0

100

0

0

0

N45

200

0

200

0

75

0

0

0

รวมเฉลี่ยต่อคน

200

230

238

0

66.25

500

0

0

หมายเหตุ: คานวณค่าใช้จ่ายเฉลี่ยแต่ละรายการจากผลรวมที่จ่ายจริงต่อคนหารด้วยจานวนคนที่จ่ายจริงทั้งหมด (ค่าน้ามันรถ และค่ารถโดยสารเริ่มต้นการเดินทางจากที่อยู่อาศัยจนมาถึงสถานที่ท่องเที่ยว) ที่มา: สรุปผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว

113

114

ตารางที่ 5.9 ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดบางขนุน จังหวัดนนทบุรี เฉลี่ยต่อคน (หน่วย: ชั่วโมง) ผู้รับการสัมภาษณ์ จานวนชั่วโมงที่ใช้ในการท่องเที่ยว (T) N41

1.30

N42

1

N43

1

N44

0.50

N45

1

รวมเฉลี่ยต่อคน

1.04

ที่มา: สรุปผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว จากตารางที่ 5.8 และ 5.9 แสดงถึงค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดบางขนุน จังหวัด นนทบุรีเฉลี่ยต่อคน (หน่วย : บาท) และจานวนชั่วโมงที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดบางขนุน จังหวัด นนทบุรีเฉลี่ยต่อคน (หน่วย: ชั่วโมง) โดยปรากฏถึงค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน ดังนี้ ค่าน้ามัน 1 200 บาท ค่ารถโดยสาร2 (ในกรณีที่ไม่ขับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ส่วนตัว) 230 บาทเงินทาบุญ 3 238 บาท ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 66.25 บาท และซื้อของฝาก 500 บาท ส่วนระยะเวลาในการท่องเที่ยวเฉลี่ย ที่ใช้ในการท่องเที่ยวประมาณ 1 ชั่วโมง 4 นาที ที่ใช้ในการท่องเที่ยวสถานที่ดังกล่าว

1

และ 2 ค่าน้ามันรถ และค่าโดยสาร เป็นค่าใช้จ่ายผันแปรตามระยะทางการเดินทาง และราคาน้ามันที่เปลี่ยนไป 3 เงินทาบุญ เป็นค่าใช้จ่ายผันแปรตามความศรัทธาของผู้ทาบุญ

115

ตารางที่ 5.10 ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดบางไกรใน จังหวัดนนทบุรีเฉลี่ยต่อคน (หน่วย: บาท) ผู้รับการสัมภาษณ์ ค่าน้ามันรถ ค่ารถโดยสาร เงินทาบุญ ค่าดอกไม้ธูปเทียน ค่าอาหารและเครื่องดื่ม

ซื้อของฝาก ค่าอาหารปลา เช่าวัตถุมงคล

(ตัวแปร)

(E1)

(E2)

(E3)

(E4)

(E5)

(E6)

(E7)

(E8)

N51

200

0

20

0

160

0

0

0

N52

200

0

33.33

0

133.33

0

0

0

N53

0

0

500

0

0

0

0

0

N54

0

0

400

0

0

0

0

0

N55

0

0

150

0

0

0

0

0

รวมเฉลี่ยต่อคน

200

0

220.67

0

146.67

0

0

0

หมายเหตุ: คานวณค่าใช้จ่ายเฉลี่ยแต่ละรายการจากผลรวมที่จ่ายจริงต่อคนหารด้วยจานวนคนที่จ่ายจริงทั้งหมด (ค่าน้ามันรถ และค่ารถโดยสารเริ่มต้นการเดินทางจากที่อยู่อาศัยจนมาถึงสถานที่ท่องเที่ยว) ที่มา: สรุปผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว

115

116

ตารางที่ 5.11 ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดบางไกรในจังหวัดนนทบุรี เฉลี่ยต่อคน (หน่วย: ชั่วโมง) ผู้รับการสัมภาษณ์ จานวนชั่วโมงที่ใช้ในการท่องเที่ยว (T) N51

0.50

N52

1

N53

0.50

N54

1

N55

0.50

รวมเฉลี่ยต่อคน

0.54

ที่มา: สรุปผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว จากตารางที่ 5.10 และ 5.11 แสดงถึงค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดบางไกรใน จังหวัด นนทบุรีเฉลี่ยต่อคน (หน่วย: บาท) และจานวนชั่วโมงที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดบางไกรใน จังหวัด นนทบุรีเฉลี่ยต่อคน (หน่วย: ชั่วโมง) โดยปรากฏถึงค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน ดังนี้ ค่าน้ามัน 1 200 บาท เงินทาบุญ2 220.67 บาท และค่าอาหารและเครื่องดื่ม 146.67 บาท ส่วนระยะเวลาในการท่องเที่ยว เฉลี่ยที่ใช้ในการท่องเที่ยวประมาณ 54 นาที ที่ใช้ในการท่องเที่ยวสถานที่ดังกล่าว

1 2

ค่าน้ามันรถ เป็นค่าใช้จ่ายผันแปรตามระยะทางการเดินทาง และราคาน้ามันที่เปลี่ยนไป เงินทาบุญ เป็นค่าใช้จ่ายผันแปรตามความศรัทธาของผู้ทาบุญ

117

ตารางที่ 5.12 ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดบางอ้อยช้าง จังหวัดนนทบุรีเฉลี่ยต่อคน (หน่วย: บาท) ผู้รับการสัมภาษณ์ ค่าน้ามันรถ ค่ารถโดยสาร เงินทาบุญ ค่าดอกไม้ธูปเทียน ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ซื้อของฝาก ค่าอาหารปลา เช่าวัตถุมงคล (ตัวแปร)

(E1)

(E2)

(E3)

(E4)

(E5)

(E6)

(E7)

(E8)

N61

500

0

200

0

200

200

0

0

N62

500

0

200

0

300

200

0

0

N63

200

0

200

0

200

0

0

0

N64

500

0

100

0

200

300

0

0

N65

1,000

0

1,000

0

200

500

0

0

รวมเฉลี่ยต่อคน

540

0

340

0

220

300

0

0

หมายเหตุ: คานวณค่าใช้จ่ายเฉลี่ยแต่ละรายการจากผลรวมที่จ่ายจริงต่อคนหารด้วยจานวนคนที่จ่ายจริงทั้งหมด (ค่าน้ามันรถ และค่ารถโดยสารเริ่มต้นการเดินทางจากที่อยู่อาศัยจนมาถึงสถานที่ท่องเที่ยว) ที่มา: สรุปผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว

117

118

ตารางที่ 5.13 ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดบางอ้อยช้าง จังหวัดนนทบุรี เฉลีย่ ต่อคน (หน่วย: ชั่วโมง) ผู้รับการสัมภาษณ์ จานวนชั่วโมงที่ใช้ในการท่องเที่ยว (T) N61

0.40

N62

0.40

N63

0.40

N64

0.40

N65

0.40

รวมเฉลี่ยต่อคน

0.40

ที่มา: สรุปผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว จากตารางที่ 5.12 และ 5.13 แสดงถึงค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดบางอ้อยช้าง จังหวัด นนทบุรีเฉลี่ยต่อคน (หน่วย : บาท) และจานวนชั่วโมงที่ใช้ในการท่องเที่ยววัดอ้อยช้าง จังหวัด นนทบุรีเฉลี่ยต่อคน (หน่วย: ชั่วโมง) โดยปรากฏถึงค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน ดังนี้ ค่าน้ามัน 1 540 บาท เงินทาบุญ2 349 บาท ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 220 บาท และซื้อของฝาก 300 บาท ส่วนระยะเวลาใน การท่องเที่ยวเฉลี่ยที่ใช้ในการท่องเที่ยวประมาณ 40 นาที ที่ใช้ในการท่องเที่ยวสถานที่ดังกล่าว

1 2

ค่าน้ามันรถ เป็นค่าใช้จ่ายผันแปรตามระยะทางการเดินทาง และราคาน้ามันที่เปลี่ยนไป เงินทาบุญ เป็นค่าใช้จ่ายผันแปรตามความศรัทธาของผู้ทาบุญ

119

ตารางที่ 5.14 ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการท่องเที่ยวถนนสายไม้ดอกไม้ประดับ (ถนนบางกรวย-จงถนอม) จังหวัดนนทบุรีเฉลี่ยต่อคน (หน่วย: บาท) ผู้รับการสัมภาษณ์ ค่าน้ามันรถ ค่ารถโดยสาร ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าต้นไม้ ค่าปุ๋ย ค่าดิน ค่ากระถาง (ตัวแปร)

(E1)

(E2)

(E5)

(E9)

(E10)

(E11)

(E12)

N71

500

0

0

700

0

0

0

N72

500

0

12

50

120

80

50

N73

0

3,000

0

4,000

5,000

5,000

0

N74

1,000

0

0

500

200

300

0

N75

500

0

10

100

50

100

300

รวมเฉลี่ยต่อคน

625

3,000

11

1,070

1,342.50

1,370

175

หมายเหตุ: คานวณค่าใช้จ่ายเฉลี่ยแต่ละรายการจากผลรวมที่จ่ายจริงต่อคนหารด้วยจานวนคนที่จ่ายจริงทั้งหมด (ค่าน้ามันรถ และค่ารถโดยสารเริ่มต้นการเดินทางจากที่อยู่อาศัยจนมาถึงสถานที่ท่องเที่ยว) ที่มา: สรุปผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว

119

120

ตารางที่ 5.15 ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยวถนนสายไม้ดอกไม้ประดับ (ถนนบางกรวย-จงถนอม) จังหวัดนนทบุรี เฉลี่ยต่อคน (หน่วย: ชั่วโมง) ผู้รับการสัมภาษณ์ จานวนชั่วโมงที่ใช้ในการท่องเที่ยว (T) N71

1.30

N72

1.30

N73

2.30

N74

1.30

N75

1

รวมเฉลี่ยต่อคน

1.36

ที่มา: สรุปผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว จากตารางที่ 5.14 และ 5.15 แสดงถึงค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้ (ถนน บางกรวย-จงถนอม) จังหวัดนนทบุรีเฉลี่ยต่อคน (หน่วย : บาท) และจานวนชั่วโมงที่ใช้ในการ ท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้ (ถนนบางกรวย-จงถนอม) จังหวัดนนทบุรีเฉลี่ยต่อคน (หน่วย: ชั่วโมง) โดยปรากฏถึงค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน ดังนี้ ค่าน้ามัน1 625 บาท ค่ารถโดยสาร2 3,000 บาท (ในกรณีที่ ไม่ขับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ส่วนตัว) ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 11 บาท ค่าต้นไม้ 1,070 บาท ค่าปุ๋ย 1,342.50 บาท ค่าดิน 1,370 บาท และค่ากระถาง 175 บาท ส่วนระยะเวลาในการท่องเที่ยว เฉลี่ยที่ใช้ในการท่องเที่ยวประมาณ 1 ชั่วโมง 36 นาทีที่ใช้ในการท่องเที่ยวสถานที่ดังกล่าว

1

และ 2 ค่าน้ามันรถ และค่ารถโดยสาร เป็นค่ าใช้จ่ายผันแปรตามระยะทางการเดินทาง และราคาน้ามันที่เปลี่ยนไป

121

ตารางที่ 5.16 สรุปค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการท่องเที่ยวเฉลี่ยรวมแต่ละสถานที่ และเฉลี่ยรวมทั้ง 7 สถานที่ (หน่วย: บาท) สถานที่ วัดเพลง วัดโพธิ์บางโอ วัดชลอ วัดบางขนุน วัดบางไกรใน วัดบางอ้อยช้าง ถนนสายไม้ ค่าใช้จ่าย ดอกไม้ประดับ ค่าน้ามันรถ 275 250 400 200 200 540 625 ค่ารถโดยสาร 200 178.83 320 230 0 0 3,000 เงินทาบุญ 142.50 399.27 46 238 220.67 340 0 ค่าดอกไม้ธูปเทียน 106.67 0 20 0 0 0 0 ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 55 58.75 53.33 66.25 146.67 220 11 ซื้อของฝาก 500 0 200 500 0 300 0 ค่าอาหารปลา 0 65 32 0 0 0 0 เช่าวัตถุมงคล 0 500 0 0 0 0 0 ค่าต้นไม้ 0 0 0 0 0 0 1,070 ค่าปุ๋ย 0 0 0 0 0 0 1,342.50 ค่าดิน 0 0 0 0 0 0 1,370 ค่ากระถาง 0 0 0 0 0 0 175 รวมแต่ละสถานที่ 1,279.17 1,451.85 1,071.33 1,234.25 567.34 1,400 7,593.50 ที่มา: จากข้อมูลตารางที่ 5.2, 5.4, 5.6, 5.8, 5.10, 5.12 และ 5.14

รวม (7 สถานที)่ 2,490 3,928.83 1,386.44 126.67 611 1,500 97 500 1,070 1,342.50 1,370 175 -

121

122

จากข้อมูลตารางที่ 5.16 สรุปค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการท่องเที่ยวที่ เฉลี่ยรวมแต่ละสถานที่ และ เฉลี่ยรวมทั้ง 7 สถานที่ สามารถอธิบายถึงผลการศึกษา ดังนี้ สรุปค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เฉลี่ยรวมทั้ง 7 สถานที่ในการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอ บางกรวย จังหวัดนนทบุรี สามารถสรุปได้ดังนี้ ค่าน้ามันรถ 2,490 บาท ค่ารถโดยสาร 3,928.83 บาท เงินทาบุญ 1,386.44 บาท ค่าดอกไม้ธูปเทียน 126.67 บาท ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 611 บาท ซื้อของฝาก 1,500 บาท ค่าอาหารปลา 97 บาท เช่าวัตถุมงคล 500 บาท ค่าต้นไม้ 1,070 บาท ค่าปุ๋ย 1,342.50 บาท ค่าดิน 1,370 บาท และค่ากระถาง 175 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายรวมเฉลี่ยแต่ละสถานที่ในการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอ บางกรวย จังหวัดนนทบุรีสามารถสรุปโดยแบ่งเป็นแต่ละสถานที่ได้ดังนี้ วัดเพลง 1,279.17 บาท วัดโพธิ์บางโอ 1,451.85 บาท วัดชลอ 1,071.33 บาท วัดบางขนุน 1,234.25 บาท วัดบางไกรใน 567.34 บาท วัดบางอ้อยช้าง 1,400 บาท และถนนสายไม้ดอกไม้ประดับ 7,593.50 บาท จากการศึกษาวิจัย ได้ให้ข้อสังเกตถึงค่าใช้จ่าย 2 ประเภท คือ ค่าน้ามันรถ และค่าโดย สารรถ เนื่องจากสรุปค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เฉลี่ยรวมทั้ง 7 สถานที่นั้นเป็นค่าใช้จ่ายที่เริ่มต้นจาก จุดเริ่มต้นคือที่พักอาศัย มิใช่ค่าใช้จ่ายที่สาหรับการเดินทางทั้ง 7 สถานที่ โดยค่าใช้จ่ายสาหรับการ เดินทางทั้ง 7 สถานที่จะทาการศึกษาให้หัวข้อถัดไป

123

ตารางที่ 5.17 สรุประยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยวแต่ละสถานที่ (หน่วย: ชั่วโมง) สถานที่ จานวนชั่วโมงที่ใช้ในการท่องเที่ยว ปรับระยะเวลา วัดเพลง

1

1

วัดโพธิ์บางโอ

0.40

0.40

วัดชลอ

0.54

1.30*

วัดบางขนุน

1.04

1

วัดบางไกรใน

0.54

1

วัดบางอ้อยช้าง

0.40

1

ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับ

1.36

1.40

รวมเฉลี่ยต่อคน

6.48

7.40

หมายเหตุ: การปรับระยะเวลาเป็นไปตามข้อเสนอแนะจากการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว * เป็นจุดรับประทานอาหารกลางวัน เนื่องจากมีตลาดริมน้า ที่มา: สรุปผลจากตารางที่ 5.3, 5.5, 5.7, 5.9, 5.11, 5.13 และ 5.15 จากตารางที่ 5.17 สรุประยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยวแต่ละสถานที่ (หน่วย : ชั่วโมง)โดย แสดงถึงระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยวรวมทั้ง 7 สถานที่ โดยเฉลี่ยต่อคนโดยใช้ระยะเวลาเฉลี่ย เท่ากับ 7.40 ชั่วโมงต่อคน

124

ตารางที่ 5.18 สรุปจานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง และจานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม ณ วัดเพลง จังหวัดนนทบุรี ผู้รับการสัมภาษณ์ จานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง (R1) จานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม (R2) (หน่วย: ต่อครั้ง)

(หน่วย: ต่อปี)

N11

6

3

N12

1

10*

N13

4

0

N14

5

3

N15

2

2

รวมเฉลี่ยต่อคน

3.6

3.6

หมายเหตุ: * เฉลี่ยต่อปี ที่มา: สรุปผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว จากตารางที่ 5.18 สรุปจานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง (หน่วย: ต่อครั้ง) และจานวนครั้งที่มา ท่องเที่ยวในสถานที่เดิม (หน่วย: ต่อปี) ณ วัดเพลง จังหวัดนนทบุรี แสดงถึงจานวนสมาชิกที่ร่วม เดินทางโดยมีผู้ร่วมเดินทางมาท่องเที่ยวเฉลี่ย 3.6 คนต่อครั้งที่มาท่องเที่ยว และจานวนครั้งที่เคยมา มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิมโดยเฉลี่ย 3.6 ครั้งต่อปี

125

ตารางที่ 5.19 สรุปจานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง และจานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม ณ วัดโพธิบ์ างโอ จังหวัดนนทบุรี ผู้รับการสัมภาษณ์ จานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง (R1) จานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม (R2) (หน่วย: ต่อครั้ง)

(หน่วย: ต่อปี)

N21

2

7

N22

1

1

N23

4

2

N24

3

1

N25

2

1

รวมเฉลี่ยต่อคน

2.4

2.4

ที่มา: สรุปผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว จากตารางที่ 5.19 สรุปจานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง (หน่วย: ต่อครั้ง) และจานวนครั้งที่มา ท่องเที่ยวในสถานที่เดิม (หน่วย: ต่อปี) ณ วัดโพธิ์บางโอ จังหวัดนนทบุรี แสดงถึงจานวนสมาชิกที่ ร่วมเดินทางโดยมีผู้ร่วมเดินทางมาท่องเที่ยวเฉลี่ย 2.4 คนต่อครั้งที่มาท่องเที่ยว และจานวนครั้งที่ เคยมามาท่องเที่ยวในสถานที่เดิมโดยเฉลี่ย 2.4 ครั้งต่อปี

126

ตารางที่ 5.20 สรุปจานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง และจานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม ณ วัดชลอ จังหวัดนนทบุรี ผู้รับการสัมภาษณ์ จานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง (R1) จานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม (R2) (หน่วย: ต่อครั้ง)

(หน่วย: ต่อปี)

N31

5

1

N32

5

3

N33

4

2

N34

3

1

N35

2

2

รวมเฉลี่ยต่อคน

3.8

1.8

ที่มา: สรุปผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว จากตารางที่ 5.20 สรุปจานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง (หน่วย: ต่อครั้ง) และจานวนครั้งที่มา ท่องเที่ยวในสถานที่เดิม (หน่วย: ต่อปี) ณ วัดชลอ จังหวัดนนทบุรี แสดงถึงจานวนสมาชิกที่ร่วม เดินทางโดยมีผู้ร่วมเดินทางมาท่องเที่ยวเฉลี่ย 3.8 คนต่อครั้งที่มาท่องเที่ยว และจานวนครั้งที่เคยมา มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิมโดยเฉลี่ย 1.8 ครั้งต่อปี

127

ตารางที่ 5.21 สรุปจานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง และจานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม ณ วัดบางขนุน จังหวัดนนทบุรี ผู้รับการสัมภาษณ์ จานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง (R1) จานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม (R2) (หน่วย: ต่อครั้ง)

(หน่วย: ต่อปี)

N41

4

1

N42

5

4

N43

5

10

N44

2

1

N45

2

2

รวมเฉลี่ยต่อคน

3.6

3.6

ที่มา: สรุปผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว จากตารางที่ 5.21 สรุปจานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง (หน่วย: ต่อครั้ง) และจานวนครั้งที่มา ท่องเที่ยวในสถานที่เดิม (หน่วย: ต่อปี) ณ วัดบางขนุน จังหวัดนนทบุรี แสดงถึงจานวนสมาชิกที่ ร่วมเดินทางโดยมีผู้ร่วมเดินทางมาท่องเที่ยวเฉลี่ย 3.6 คนต่อครั้งที่มาท่องเที่ยว และจานวนครั้งที่ เคยมามาท่องเที่ยวในสถานที่เดิมโดยเฉลี่ย 3.6 ครั้งต่อปี

128

ตารางที่ 5.22 สรุปจานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง และจานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม ณ วัดบางไกรใน จังหวัดนนทบุรี ผู้รับการสัมภาษณ์ จานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง (R1) จานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม (R2) (หน่วย: ต่อครั้ง)

(หน่วย: ต่อปี)

N51

5

1

N52

3

2

N53

3

5*

N54

1

6*

N55

2

6*

รวมเฉลี่ยต่อคน

2.8

4

หมายเหตุ: * เฉลี่ยต่อปี ที่มา: สรุปผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว จากตารางที่ 5.22 สรุปจานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง (หน่วย: ต่อครั้ง) และจานวนครั้งที่มา ท่องเที่ยวในสถานที่เดิม (หน่วย: ต่อปี) ณ วัดบางไกรใน จังหวัดนนทบุรี แสดงถึงจานวนสมาชิกที่ ร่วมเดินทางโดยมีผู้ร่วมเดินทางมาท่องเที่ยวเฉลี่ย 3.6 คนต่อครั้งที่มาท่องเที่ยว และจานวนครั้งที่ เคยมาท่องเที่ยวในสถานที่เดิมโดยเฉลี่ย 3.6 ครั้งต่อปี

129

ตารางที่ 5.23 สรุปจานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง และจานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม ณ วัดบางอ้อยช้าง จังหวัดนนทบุรี ผู้รับการสัมภาษณ์ จานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง (R1) จานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม (R2) (หน่วย: ต่อครั้ง)

(หน่วย: ต่อปี)

N61

1

1

N62

3

1

N63

1

1

N64

1

1

N65

2

1

รวมเฉลี่ยต่อคน

1.6

1

ที่มา: สรุปผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว จากตารางที่ 5.23 สรุปจานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง (หน่วย: ต่อครั้ง) และจานวนครั้งที่มา ท่องเที่ยวในสถานที่เดิม (หน่วย: ต่อปี) ณ วัดบางอ้อยช้าง จังหวัดนนทบุรี แสดงถึงจานวนสมาชิก ที่ร่วมเดินทางโดยมีผู้ร่วมเดินทางมาท่องเที่ยวเฉลี่ย 1.6 คนต่อครั้งที่มาท่องเที่ยว และจานวนครั้งที่ เคยมามาท่องเที่ยวในสถานที่เดิมโดยเฉลี่ย 1 ครั้งต่อปี

130

ตารางที่ 5.24 สรุปจานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง และจานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม ณ ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับ (ถนนบางกรวย-จงถนอม) จังหวัดนนทบุรี ผู้รับการสัมภาษณ์ จานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง (R1) จานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม (R2) (หน่วย: ต่อครั้ง)

(หน่วย: ต่อปี)

N71

5

10*

N72

2

12*

N73

2

20*

N74

1

10

N75

3

2

รวมเฉลี่ยต่อคน

2.6

10.8

หมายเหตุ: * เฉลี่ยต่อปี ที่มา: สรุปผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว จากตารางที่ 5.24 สรุปจานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง (หน่วย: ต่อครั้ง) และจานวนครั้งที่มา ท่องเที่ยวในสถานที่เดิม (หน่วย: ต่อปี) ณ ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับ (ถนนบางกรวย-จงถนอม) จังหวัดนนทบุรี แสดงถึงจานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทางโดยมีผู้ร่วมเดินทางมาท่องเที่ยวเฉลี่ย 2.6 คน ต่อครั้งที่มาท่องเที่ยว และจานวนครั้งที่เคยมามาท่องเที่ยวในสถานที่เดิมโดยเฉลี่ย 10.8 ครั้งต่อปี สรุป จากตางราง ตารางที่ 5.18-5.24 สรุปจานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง และจานวนครั้ง ที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม ทั้ง 7 สถานที่ จะเห็นได้ว่านักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวมีจานวนสมาชิก ที่มาท่องเที่ยวมีทั้งส่วนตัวและแบบกลุ่มโดยสามารถเฉลี่ยสมาชิกที่ร่วมเดินทาง 2 คนต่อสถานที่ และจานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิมของนักท่องเที่ยวเฉลี่ยได้คนละ 2 ครั้ง

131

ตารางที่ 5.25 การกลับมาท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวเดิมของนักท่องเที่ยวที่ได้รับการ สัมภาษณ์จากสถานที่ทอ่ งเทีย่ วทัง้ 7 สถานที่ ในอาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี สถานที่ การกลับมาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม ตัวแปร √ วัดเพลง N11 √ N12 √ N13 √ N14 √ N15 √ วัดโพธิ์บางโอ N21 √ N22 √ N23 N24 x √ N25 √ วัดชลอ N31 √ N32 √ N33 √ N34 √ N35 √ วัดบางขนุน N41 √ N42 √ N43 √ N44 √ N45 √ วัดบางไกรใน N51 √ N52 √ N53 √ N54 √ N55

132

√ N61 √ N62 √ N63 √ N64 √ N65 √ ถนนสายดอกไม้ N71 √ (ถนนบางกรวย-จงถนอม) N72 √ N73 √ N74 √ N75 รวม 35 ราย ร้อยละ 0.97 หมายเหตุ: √ คือ การกลับมาท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวเดิม x คือ ไม่กลับมาท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวเดิม ที่มา: สรุปผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว วัดบางอ้อยช้าง

จากตารางที่ 5.25 การกลับมาท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวเดิมของนักท่องเที่ยวที่ได้รับ การสัมภาษณ์จากสถานที่ท่องเที่ยวทั้ง 7 สถานที่ ในอาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ผลการศึกษา พบว่านักท่องเที่ยวที่ได้รับการสัมภาษณ์จานวน 34 คน จากทั้งหมด 35 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 0.97 ตอบว่า จะกลับมาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม สาหรับผู้ที่ไม่กลับมาท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวเดิม มีเพียง 1 คน คิดเป็นร้อยละ 0.03 จากจานวนผู้รับการสัมภาษณ์ โดย ได้ให้เหตุผลถึงสาเหตุการไม่ กลับมาท่องเที่ยวเนื่องจาก การเดินทางค่อนข้างลาบาก

133

เส้นทางที่เหมาะสมสาหรับการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี จากการศึกษาในหัวข้อ สรุปค่าใช้จ่าย และระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยวเฉลี่ยต่อคน ของนักท่องเที่ยวในแต่ละสถานที่ดังกล่าว ผู้วิจัยได้นาผลการศึกษาดังกล่าวมาประกอบการศึกษา เพิ่มเติม โดยผู้วิจัยได้เก็บข้อมูล จากการทดสอบในด้าน ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยว (หน่วย : ชั่วโมง) จานวนระยะทางในการท่องเที่ยว (หน่วย : กิโลเมตร) และค่าน้ามันเชื้อเพลิงที่ใช้ในการ เดินทาง (หน่วย : บาท/ลิตร/กิโลเมตร) เพื่อนามากาหนดเป็นเส้นทางที่เหมาะสมสาหรับใช้ ท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ซึ่งสามารถกาหนดเป็นเส้นทางที่ใช้ ในการเดินทางได้ทั้งหมด 3 รูปแบบ โดยทั้ง 3 รูปแบบ มีจุดแวะทานอาหารกลางวันเพียงจุดเดียว คือ วัดชลอ เนื่องจากเป็นตลาดริมน้า มีร้านค้าที่ขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าพื้นบ้านไว้บริการ จึงเหมาะสมที่จะเป็นจุดแวะทานอาหารกลางวันมากกว่าจุดอื่น ๆ ดังนั้นจึงกาหนดเป็นรูปแบบการ ท่องเที่ยว ได้ดังนี้

7 วัดบางขนุน

1 วัดบางไกรใน

ระยะทาง 4 กิโลเมตร ระยะเวลา 10 นาที

ระยะทาง 9 กิโลเมตร ระยะเวลา 20 นาที

6 ถนนสายไม้ดอกฯ

2 วัดบางอ้อยช้าง

ระยะทาง 3 กิโลเมตร ระยะเวลา 9 นาที

ระยะทาง 4 กิโลเมตร ระยะเวลา 15 นาที

5 วัดเพลง ระยะทาง 2 กิโลเมตร ระยะเวลา 10 นาที

3 วัดชลอ 4 วัดโพธิ์บางโอ

รูปที่ 5.1 เส้นทางการท่องเที่ยวรูปแบบที่ 1 ที่มา: จากการศึกษาเก็บข้อมูล

ระยะทาง 2 กิโลเมตร ระยะเวลา 10 นาที

134

ตารางที่ 5.26 จานวนระยะทางในการท่องเที่ยว ค่าน้ามันเชื้อเพลิงที่ใช้ในการเดินทาง และระยะเวลาที่ใช้ในการ ท่องเที่ยว (กาหนดเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวที่เชื่อมต่อกันทั้ง 7 สถานที)่ ตามรูปแบบที่ 1 เส้นทาง ระยะทางที่แท้จริง ค่าน้ามันที่แท้จริง* ระยะเวลาเดินทางที่แท้จริง** (กิโลเมตร) (บาท/กิโลเมตร) (ชั่วโมง) Rr Or Tr วัดบางไกรในไปวัดบางอ้อยช้าง 9 36 0.20 วัดบางอ้อยช้างไปวัดชลอ 4 16 0.15 วัดชลอไปวัดโพธิ์บางโอ 2 8 0.10 วัดโพธิ์บางโอไปวัดเพลง 2 8 0.10 วัดเพลงไปถนนสายไม้ดอกไม้ประดับ 3 12 0.09 ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับไปวัดบางขนุน 4 16 0.10 รวม 24 96 1.14 หมายเหตุ: * ค่าน้ามันที่แท้จริงขึ้นอยู่กับ ราคาน้ามันในแต่ละวัน ระดับความเร็วที่ใช้ในการขับ และระดับ เครื่องยนต์ที่ใช้ (ในงานวิจัยนี้ใช้ระดับ 10 กิโลเมตร/ลิตร ระดับราคาน้ามัน กิโลเมตรละ 4 บาท ) (น้ามันเบนซินแก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 39.43 บาท/ลิตร ณ วันที่ 14 กันยายน 2556) ** ระยะเวลาเดินทางที่แท้จริงขึ้นอยู่กับ ระดับความเร็วของรถ ระดับพื้นผิวถนน และระดับ การจราจร(ในงานวิจัยนี้ใช้ระดับความเร็วที่ 40-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ที่มา: จากการศึกษาเก็บข้อมูล จากรูปภาพที่ 5.1 และตารางที่ 5.26 แสดงถึงเส้นทางการท่องเที่ยวรูปแบบที่ 1 ซึ่งจะ เหมาะสาหรับผู้ที่เดินทางมาจากถนนกาญจนาภิเษก หรือถนนราชพฤกษ์ฝั่งขาออก โดยเริ่มต้นจุด แรกของการเดินทางคือวัดบางไกรใน และสิ้นสุดการท่องเที่ยวในจุดสุดท้ายคือ จุดที่ 7 วัดบางขนุน โดยมีระยะทางที่ใช้ในการเดินทางทั้ง 7 สถานที่รวมทั้งสิ้น 24 กิโลเมตร ต้นทุนค่าน้ามันประมาณ 96 บาท ระยะเวลาที่ใช้เดินทางทั้ง 7 สถานที่ คือ 1 ชั่วโมง 14 นาที และระยะเวลาที่ใช้ท่องเที่ยวใน แต่ละสถานที่ จากข้อมูลตารางที่ 5.16 ใช้ระยะเวลา 7 ชั่วโมง 40 นาที สรุป รวมระยะเวลาที่ใช้ใน การเดินทางและท่องเที่ยวทั้ง 7 สถานที่ คือ 8 ชั่วโมง 54 นาที

135

ระยะทาง 6 กิโลเมตร ระยะเวลา 14 นาที

1 วัดบางขนุน

2 วัดบางไกรใน

ระยะทาง 9 กิโลเมตร ระยะเวลา 20 นาที

7 ถนนสายไม้ดอกฯ

3 วัดบางอ้อยช้าง

ระยะทาง 3 กิโลเมตร ระยะเวลา 9 นาที

ระยะทาง 4 กิโลเมตร ระยะเวลา 15 นาที

6 วัดเพลง

ระยะทาง 2 กิโลเมตร ระยะเวลา 10 นาที

4 วัดชลอ 5 วัดโพธิ์บางโอ

ระยะทาง 2 กิโลเมตร ระยะเวลา 10 นาที

รูปที่ 5.2 เส้นทางการท่องเที่ยวรูปแบบที่ 2 ที่มา: จากการศึกษาเก็บข้อมูล จากรูปภาพที่ 5.2 และตารางที่ 5.27 แสดงถึงเส้นทางการท่องเที่ยวรูปแบบที่ 2 ซึ่งจะ เหมาะสาหรับผู้ที่เดินทางมาจากถนนนครอินทร์ (จากสะพานพระราม 5) โดยเริ่มต้นจุดแรกของ การเดินทางคือวัดบางขนุน และสิ้นสุดการท่องเที่ยวในจุดสุดท้ายคือ จุดที่ 7 ถนนสายไม้ดอกไม้ ประดับบางกรวย (ถนนบางกรวย-จงถนอม) โดยมีระยะทางที่ใช้ในการเดินทางทั้ง 7 สถานที่ รวมทั้งสิ้น 26 กิโลเมตร ต้นทุนค่าน้ามันประมาณ 104 บาท ระยะเวลาที่ใช้เดินทางทั้ง 7 สถานที่ คือ 1 ชั่วโมง 18 นาที และระยะเวลาที่ใช้ท่องเที่ยวในแต่ละสถานที่ จากข้อมูลตารางที่ 5.16 ใช้ระยะเวลา 7 ชั่วโมง 40 นาที สรุป รวมระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางและท่องเที่ยวทั้ง 7 สถานที่ คือ 8 ชั่วโมง 58 นาที

136

ตารางที่ 5.27 จานวนระยะทางในการท่องเที่ยว ค่าน้ามันเชื้อเพลิงที่ใช้ในการเดินทาง และระยะเวลาที่ใช้ในการ ท่องเทีย่ ว (กาหนดเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวที่เชื่อมต่อกันทั้ง 7 สถานที)่ ตามรูปแบบที่ 2 เส้นทาง ระยะทางที่แท้จริง ค่าน้ามันที่แท้จริง* ระยะเวลาเดินทางที่แท้จริง** (กิโลเมตร) (บาท/ลิตร/กิโลเมตร) (ชั่วโมง) Rr Or Tr วัดบางขนุนไปวัดบางไกรใน 6 24 0.14 วัดบางไกรในไปวัดบางอ้อยช้าง 9 36 0.20 วัดบางอ้อยช้างไปวัดชลอ 4 16 0.15 วัดชลอไปวัดโพธิ์บางโอ 2 8 0.10 วัดโพธิ์บางโอไปวัดเพลง 2 8 0.10 วัดเพลงไปถนนสายไม้ดอกไม้ประดับ 3 12 0.09 รวม 26 104 1.18 หมายเหตุ: * ค่าน้ามันที่แท้จริงขึ้นอยู่กับ ราคาน้ามันในแต่ละวัน ระดับความเร็วที่ใช้ในการขับ และระดับ เครื่องยนต์ที่ใช้ (ในงานวิจัยนี้ใช้ระดับ 10 กิโลเมตร/ลิตร ระดับราคาน้ามัน กิโลเมตรละ 4 บาท ) (น้ามันเบนซินแก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 39.43 บาท/ลิตร ณ วันที่ 14 กันยายน 2556) ** ระยะเวลาเดินทางที่แท้จริงขึ้นอยู่กับ ระดับความเร็วของรถ ระดับพื้นผิวถนน และระดับ การจราจร(ในงานวิจัยนี้ใช้ระดับความเร็วที่ 40-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ที่มา: จากการศึกษาเก็บข้อมูล

137 ระยะทาง 2 กิโลเมตร ระยะเวลา 10 นาที

2 วัดเพลง

ระยะทาง 3 กิโลเมตร ระยะเวลา 9 นาที

3 วัดโพธิ์บางโอ ระยะทาง 2 กิโลเมตร ระยะเวลา 10 นาที

4 วัดชลอ

1 ถนนสายไม้ดอกฯ

ระยะทาง 4 กิโลเมตร ระยะเวลา 15 นาที

7 วัดบางขนุน ระยะทาง 7 กิโลเมตร ระยะเวลา 15 นาที

5 วัดบางอ้อยช้าง 6 วัดบางไกรใน

ระยะทาง 8 กิโลเมตร ระยะเวลา 15 นาที

รูปที่ 5.3 เส้นทางการท่องเที่ยวรูปแบบที่ 3 ที่มา: จากการศึกษาเก็บข้อมูล จากรูปภาพที่ 5.3 และตารางที่ 5.28 แสดงถึงเส้นทางการท่องเที่ยวรูปแบบที่ 3 ซึ่งจะ เหมาะสาหรับผู้ที่เดินทางมาจากถนนราชพฤกษ์ฝั่งขาเข้าจากทางหลวงหมายเลข 345 โดยเริ่มต้นจุด แรกของการเดินทางคือ ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับบางกรวย (ถนนบางกรวย-จงถนอม) และ สิ้นสุดการท่องเที่ยวในจุดสุดท้ายคือ จุดที่ 7 วัดบางขนุน โดยมีระยะทางที่ใช้ในการเดินทางทั้ง 7 สถานที่รวมทั้งสิ้น 26 กิโลเมตร ต้นทุนค่าน้ามันประมาณ 104 บาท ระยะเวลาที่ใช้เดินทางทั้ง 7 สถานที่ คือ 1 ชั่วโมง 14 นาที และระยะเวลาที่ใช้ท่องเที่ยวในแต่ละสถานที่ จากข้อมูลตารางที่ 5.16 ใช้ระยะเวลา 7 ชั่วโมง 40 นาที สรุป รวมระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางและท่องเที่ยวทั้ง 7 สถานที่ คือ 8 ชั่วโมง 54 นาที

138

ตารางที่ 5.28 จานวนระยะทางในการท่องเที่ยว ค่าน้ามันเชื้อเพลิงที่ใช้ในการเดินทาง และระยะเวลาที่ใช้ในการ ท่องเที่ยว (กาหนดเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวที่เชื่อมต่อกันทั้ง 7 สถานที)่ ตามรูปแบบที่ 3 เส้นทาง ระยะทางที่แท้จริง ค่าน้ามันที่แท้จริง* ระยะเวลาเดินทางที่แท้จริง** (กิโลเมตร) (บาท/ลิตร/กิโลเมตร) (ชั่วโมง) Rr Or Tr ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับไปวัดเพลง 3 12 0.09 วัดเพลงไปวัดโพธิ์บางโอ 2 8 0.10 วัดโพธิ์บางโอไปวัดชลอ 2 8 0.10 วัดชลอไปวัดบางอ้อยช้าง 4 16 0.15 วัดบางอ้อยช้างไปวัดบางไกรใน 8 32 0.15 วัดบางไกรในไปวัดบางขนุน 7 28 0.15 รวม 26 104 1.14 หมายเหตุ: * ค่าน้ามันที่แท้จริงขึ้นอยู่กับ ราคาน้ามันในแต่ละวัน ระดับความเร็วที่ใช้ในการขับ และระดับ เครื่องยนต์ที่ใช้ (ในงานวิจัยนี้ใช้ระดับ 10 กิโลเมตร/ลิตร ระดับราคาน้ามัน กิโลเมตรละ 4 บาท ) (น้ามันเบนซินแก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 39.43 บาท/ลิตร ณ วันที่ 14 กันยายน 2556) ** ระยะเวลาเดินทางที่แท้จริงขึ้นอยู่กับ ระดับความเร็วของรถ ระดับพื้นผิวถนน และระดับ การจราจร(ในงานวิจัยนี้ใช้ระดับความเร็วที่ 40-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ที่มา: จากการศึกษาเก็บข้อมูล สรุปรูปแบบการท่องเที่ยวทั้ง 3 รูปแบบโดยพิจารณาถึง ระยะทางที่แท้จริง ค่าน้ามันที่ แท้จริง และระยะเวลาเดินทางที่แท้จริง จะเห็นได้ว่ารูปแบบการท่องเที่ยวแบบที่ 1 (เริ่มต้นที่วัดบาง ไกรในสิ้นสุดที่วัดบางขนุน) นักท่องเที่ยวจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเดินทาง เพราะ มี ระยะทางที่ใช้ในการเดินทาง ค่าน้ามัน ที่ใช้เดินทางน้อยกว่ารูปแบบการท่องเที่ยวแบบที่ 2 (เริ่มต้น ที่วัดบางขนุนสิ้นสุดที่ถนนสายดอกไม้ฯ) และรูปแบบการท่องเที่ยวแบบที่ 3 (เริ่มต้นที่ถนนสาย ดอกไม้ฯ สิ้นสุดที่วัดบางขนุน) กล่าวคือ เมื่อนารูปแบบการท่องเที่ยวทั้ง 3 รูปแบบมาทาการ เปรียบเทียบข้อแตกต่างกันจะมีลักษณะการประหยัดต้นทุนในลักษณะต่าง ๆ ดังนี้ ระยะทางที่ใช้ในการเดินทางในรูปแบบการท่องเที่ยวแบบที่ 1 มีระยะทางที่ใช้ในการ เดินทางทั้ง 7 สถานที่รวมทั้งสิ้น 24 กิโลเมตร เมื่อนามาเปรียบเทียบกับรูปแบบการท่องเที่ยวแบบที่ 2 มีระยะทางที่ใช้ในการเดินทางทั้ง 7 สถานที่รวมทั้งสิ้น 26 กิโลเมตร และรูปแบบการท่องเที่ยว

139

แบบที่ 3 ระยะทางที่ใช้ในการเดินทางทั้ง 7 สถานที่รวมทั้งสิ้น 26 กิโลเมตร ดังนั้นในรูปแบบการ ท่องเที่ยวแบบที่ 1 จะสามารถประหยัดระยะทางที่ใช้ในการเดินทางได้ถึง 2 กิโลเมตร ค่าน้ามัน ที่ใช้ในการเดินทาง 7 สถานที่ ในรูปแบบการท่องเที่ยวแบบที่ 1 ค่าน้ามัน ประมาณ 96 บาท เมื่อนามาเปรียบเทียบกับรูปแบบการท่องเที่ยวแบบที่ 2 ค่าน้ามันประมาณ 104 บาท และรูปแบบการท่องเที่ยวแบบที่ 3 ค่าน้ามันประมาณ 104 บาท ดังนั้นในรูปแบบการ ท่องเที่ยวแบบที่ 1 จะสามารถประหยัดค่าน้ามันที่ใช้ในการเดินทางได้ถึง 8 บาท ระยะเวลาที่ใช้เดินทางทั้ง 7 สถานที่ ในรูปแบบการท่องเที่ยวแบบที่ 1 ระยะเวลาที่ใช้ เดินทางทั้ง 7 สถานที่ คือ 1 ชั่วโมง 14 นาที เมื่อนามาเปรียบเทียบกับรูปแบบการท่องเที่ยวแบบที่ 2 ระยะเวลาที่ใช้เดินทางทั้ง 7 สถานที่ คือ 1 ชั่วโมง 18 นาที และรูปแบบการท่องเที่ยวแบบที่ 3 ระยะเวลาที่ใช้เดินทางทั้ง 7 สถานที่ คือ 1 ชั่วโมง 14 นาที ดังนั้นในรูปแบบการท่องเที่ยวแบบที่ 1 และแบบที่ 3 จะสามารถประหยัด ระยะเวลาที่ใช้เดินทางทั้ง 7 สถานที่ มากกว่า รูปแบบการ ท่องเที่ยวแบบที่ 2 ได้ถึง 4 นาที ระยะเวลาที่ใช้ท่องเที่ยวในแต่ละสถานที่ ในรูปแบบการท่องเที่ยวแบบที่ 1 ระยะเวลาที่ใช้ ท่องเที่ยวในแต่ละสถานที่ใช้ระยะเวลา 7 ชั่วโมง 40 นาที เมื่อนามาเปรียบเทียบกับรูปแบบการ ท่องเที่ยวแบบที่ 2 ระยะเวลาที่ใช้ท่องเที่ยวในแต่ละสถานที่ใช้ระยะเวลา 7 ชั่วโมง 40 นาที และ รูปแบบการท่องเที่ยวแบบที่ 3 ระยะเวลาที่ใช้ท่องเที่ยวในแต่ละสถานที่ใช้ระยะเวลา 7 ชั่วโมง 40 นาที ดังนั้นในรูปแบบการท่องเที่ยวแบบที่ 1 แบบที่ 2 และแบบที่ 3 มีระยะเวลา ที่ใช้ท่องเที่ยวใน แต่ละสถานที่เท่ากัน รวมระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางและท่องเที่ยวทั้ง 7 สถานที่ ในรูปแบบการท่องเที่ยว แบบที่ 1 รวมระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางและท่องเที่ยวทั้ง 7 สถานที่ คือ 8 ชั่วโมง 54 นาที เมื่อ นามาเปรียบเทียบกับรูปแบบการท่องเที่ยวแบบที่ 2 ระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางและท่องเที่ยวทั้ง 7 สถานที่ คือ 8 ชั่วโมง 58 นาที และรูปแบบการท่องเที่ยวแบบที่ 3 รวมระยะเวลาที่ใช้ในการ เดินทางและท่องเที่ยวทั้ง 7 สถานที่ คือ 8 ชั่วโมง 54 นาที ดังนั้นในรูปแบบการท่องเที่ยวแบบที่ 2 สามารถประหยัดเวลาที่ใช้ในการเดินทางและการท่องเที่ยวทั้ง 7 สถานที่ได้มากกว่ารูปแบบการ ท่องเที่ยวแบบที่ 1 และแบบที่ 3 ที่ใช้ระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางและท่องเที่ยวเท่ากัน ทั้งนี้ ในกรณีที่พิจารณา ระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางและท่องเที่ยวทั้ง 7 สถานที่ นักท่องเที่ยวอาจจะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมในจุดเริ่มต้นของการเดินทางมาถึง ณ จุดเริ่มต้น การท่องเที่ยว ตามรูปแบบการท่องเที่ยวในแต่ละรูปแบบ เนื่องจาก นักท่องเที่ยวในแต่ละคน/กลุ่ม หรือกรุ๊ปทัวร์ ใช้เส้นทางการเดินทาง และจุดเริ่มต้น ที่มีความแตกต่างกัน

140

สรุป รูปแบบการท่องเที่ยวที่จะให้ประโยชน์สูงสุดกับนักท่องเที่ยวสามารถสรุปได้ดังนี้ โดยรูปแบบการท่องเที่ยวแบบที่ 1 จะเหมาะสาหรับผู้ที่เดินทางมาจากถนนกาญจนาภิเษก หรือ ถนนราชพฤกษ์ฝั่งขาออก โดยเริ่มต้นจุดแรกของการเดินทางคือวัดบางไกรใน และสิ้นสุดการ ท่องเที่ยวในจุดสุดท้ายคือ จุดที่ 7 วัดบางขนุน มากกว่ารูปแบบการท่องเที่ยวแบบที่ 2 (เริ่มต้นที่วัด บางขนุนสิ้นสุดที่ถนนสายดอกไม้ฯ) เหมาะสาหรับผู้ที่เดินทางมาจากถนนนครอินทร์ (จากสะพาน พระราม 5) และรูปแบบการท่องเที่ยวแบบที่ 3 (เริ่มต้นที่ถนนสายดอกไม้ฯ สิ้นสุดที่วัดบางขนุน) เหมาะสาหรับผู้ที่เดินทางมาจากถนนราชพฤกษ์ฝั่งขาเข้าจากทางหลวงหมายเลข 345 โดยมี ระยะทางที่ใช้ในการเดินทางทั้ง 7 สถานที่รวมทั้งสิ้น 24 กิโลเมตร ต้นทุนค่าน้ามันประมาณ 96 บาท ระยะเวลาที่ใช้เดินทางทั้ง 7 สถานที่ คือ 1 ชั่วโมง 14 นาที (ข้อมูลตารางที่ 5.26) และ ระยะเวลาที่ใช้ท่องเที่ยวในแต่ละสถานที่ ใช้ระยะเวลา 7 ชั่วโมง 40 นาที (ข้อมูลตารางที่ 5.17) รวม ระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางและท่องเที่ยวทั้ง 7 สถานที่ คือ 8 ชั่วโมง 54 นาที ส่วนสรุปค่าใช้จ่าย ต่าง ๆ เฉลี่ยรวมทั้ง 7 สถานที่ (ข้อมูลตารางที่ 5.16) ในการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบาง กรวย จังหวัดนนทบุรี สามารถสรุปได้ดังนี้ เงินทาบุญ 1,386.44 บาท ค่าดอกไม้ธูปเทียน 126.67 บาท ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 611 บาท ซื้อของฝาก 1,500 บาท ค่าอาหารปลา 97 บาท เช่าวัตถุมงคล 500 บาท ค่าต้นไม้ 1,070 บาท ค่าปุ๋ย 1,342.50 บาท ค่าดิน 1,370 บาท และค่ากระถาง 175 บาท แบบจาลองสมการโครงสร้าง ที่กาหนดตัวแปรจากผลการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพสาหรับ การศึกษาเชิงปริมาณในอนาคต

ใช้ใน

จากการศึกษาในหัวข้อ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมาท่องเที่ยว ค่าใช้จ่าย ระยะเวลาที่ใช้ในการ ท่องเที่ยว จานวนสมาชิกที่มาท่องเที่ยว จานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม การกลับมา ท่องเที่ยวในสถานที่เดิมเฉลี่ยต่อคน และเส้นทางที่เหมาะสมสาหรับการท่องเที่ยวเชิง ศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ผู้วิจัยได้นาผลการศึกษาดังกล่าวมากาหนดเป็น แบบจาลองสมการโครงสร้างเพื่อใช้ในการศึกษาเชิงปริมาณ ในอนาคต โดยกาหนดเป็นตัวแปร อิสระในแบบจาลองสมการโครงสร้างได้ 2 สมการดังนี้ แบบจาลองสมการโครงสร้างจากปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยว TV1

=

b0 + b1 A1 + b2 A2+ b3 A3+ b4 A4 + b5 A5 + b6 A6 + b7 A7 + b8 A8+ b9 A9 + b10 A10 + b11 A11+ b12 A12+ b13 A13 + έ…………………………...............(7)

141

โดย ค่าในทางสถิติ b0 = b1-13 = έ = TV1 = A1 = A2 = A3 = A4 = A5 = A6 = A7 = A8 = A9 = A10 = A11 = A12 = A13 = โดย ให้ t =

ค่าคงที่ ค่าสัมประสิทธิ์ของตัวแปร 1 ถึง 13 ในสมการที่ (7) ค่าความคลาดเคลื่อน สาหรับในการศึกษาวิจัย นักท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมจากในปีทtี่ จากคาบอกเล่าในปีทtี่ ทาบุญในปีทtี่ ไหว้พระในปีทtี่ ศึกษาศิลปวัฒนธรรม/ประวัติศาสตร์ในปีทtี่ คนรู้จักชักชวนในปีทtี่ ให้อาหารปลาในปีทtี่ สื่อออนไลน์ (Internet) ในปีทtี่ ป้ายประชาสัมพันธ์ตามไหล่ทางในปีทtี่ ซื้อสินค้าในปีทtี่ หนังสือแนะนาการท่องเที่ยวในปีทtี่ เส้นทางผ่านในปีทtี่ รายการโทรทัศน์ในปีทtี่ อาหารในปีทtี่ ปีที่ 1-n

สมการโครงสร้างจากปัจจัยต้นทุนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และปัจจัยอื่น ๆ TV2

=

b0 + b1 E1 + b2 E2+ b3 E3+ b4 E4 + b5 E5 + b6 E6 + b7 E7 + b8 E8+ b9 E9 + b10 E10 + b11 E11+ b12 E12 + b13T + b14 R1 + b15 R2+ b16 R3+ b17 Rr + b18 Or + b19 Tr + έ………………..………………………….…………....(8)

โดย ค่าในทางสถิติ b0 = b1-19 = έ =

ค่าคงที่ ค่าสัมประสิทธิ์ของตัวแปร 1 ถึง 19 ในสมการที่ (8) ค่าความคลาดเคลื่อน สาหรับในการศึกษาวิจัย

142

TV2 E1 E2 E3 E4 E5 E6 E7 E8 E9 E10 E11 E12 T R1 R2 R3 Rr Or Tr โดย ให้ t

= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =

นักท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมในปีทtี่ ค่าน้ามันรถในปีทtี่ ค่ารถโดยสารในปีทtี่ เงินทาบุญในปีทtี่ ค่าดอกไม้ธูปเทียนในปีทtี่ ค่าอาหารและเครื่องดื่มในปีทtี่ ซื้อของฝากในปีทtี่ ค่าอาหารปลาในปีทtี่ เช่าวัตถุมงคลในปีทtี่ ค่าต้นไม้ในปีทtี่ ค่าปุ๋ยในปีทtี่ ค่าดินในปีทtี่ ค่ากระถางในปีทtี่ ชั่วโมงที่ใช้ในการท่องเที่ยวในปีทtี่ จานวนสมาชิกที่มาท่องเที่ยวในปีทtี่ จานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิมในปีทtี่ การกลับมาท่องเที่ยวในสถานที่เดิมในปีทtี่ ระยะทางที่แท้จริงในปีทtี่ ค่าน้ามันที่แท้จริงในปีทtี่ ระยะเวลาเดินทางที่แท้จริงในปีทtี่ ปีที่ 1-n

การอภิปรายผลการศึกษา การวิจัยเรื่อง “เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี” ประเด็นสาคัญที่พบจากการวิจัยในเรื่องนี้ ผู้วิจัยได้นามาอภิปรายเพื่อสรุปเป็นข้อเท็จจริงโดยมีการ นาเอกสารแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องมาอ้างอิงสนับสนุนได้ดังนี้ จากผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว เชิงศิลปวัฒนธรรมมีอยู่ 13 ปัจจัยโดยจัดเรียงลาดับก่อนหลัง 10 อันดับได้แก่ ( 1) จากคาบอกเล่าที่ ได้รับฟังมาจากคนรู้จัก หรือจากคนทั่วไปที่ได้พูดให้ฟังจึงเกิดความสนใจที่อยากจะมาท่องเที่ยว

143

(2) มีความตั้งใจที่อยากจะมาทาบุญ (3) มีความตั้งใจที่อยากจะมาไหว้พระ ( 4) อยากจะมาเยี่ยมชม โบราณสถาน ศึกษาศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ความเป็นมา ชมวิถีชีวิตของเป็นอยู่ของชุมชน (5) มีคนรู้จักไม่ว่าจะเป็นญาติ หรือเพื่อนชักชวนให้มาท่องเที่ยว ( 6) ทราบเบื้องต้นอยู่แล้วว่าวัดนี้ อยู่ริมน้า มีสถานที่และจุดบริการขายอาหารปลาและให้อาหารปลา จึงตั้งใจมาให้อาหารปลาและ มาดูปลา ( 7) ศึกษาหาข้อมูลจากสื่อออนไลน์ ( Internet) จึงเป็นสาเหตุให้มาท่องเที่ยว ( 7) เดินทางผ่านเห็นป้ายประชาสัมพันธ์ตามไหล่ทางเชิญชวนจึงให้ความสนใจเข้ามาท่องเที่ยว ( 7) มาซื้อสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่มีจาหน่ายในสถานที่ท่องเที่ยว ( 8) รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวจาก หนังสือแนะนาการท่องเที่ยว (8) เป็นเส้นทางผ่านจากการขับรถไปทางานหรือโดยสารรถรับจ้าง ทั่วไป (9) มาท่องเที่ยวจากการแนะนาจากรายการโทรทัศน์ และ ( 10) ตั้งใจมาทานอาหารที่อยู่ใน แหล่งสถานที่ท่องเที่ยว โดยผลการศึกษาดังกล่าวมีความสอดคล้องกับแนวคิดการท่องเที่ยวทาง วัฒนธรรมโดย บุญเลิศ จิตตั้งวัฒนา ( 2551: 170-171) พบว่า นักท่องเที่ยวที่ตัดสินใจมาท่องเที่ยว ทางศิลปวัฒนธรรมมีลักษณะที่สาคัญในการท่องเที่ยวด้านแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม ประกอบด้วยสิ่งที่ดึงดูดใจได้แก่ สถานที่นั้น มีประวัติศาสตร์และล่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่ยัง ปรากฏให้เห็น มีโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์สถานต่าง ๆ มีงานสถาปัตยกรรมเก่าแก่ดั้งเดิมใน ท้องถิ่นและสิ่งปลูกสร้างผังเมือง รวมทั้งซากปรักหักพัง มีศิลปะ หัตถกรรม ประติมากรรม ภาพวาด รูปปั้น และงานแกะสลัก มีศาสนารวมถึงพิธีกรรมต่าง ๆ ทางศาสนา มีภาษาและ วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง มีวิถีชีวิต เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย อาหาร ธรรมเนียมการทานอาหาร มีประเพณี วัฒนธรรมพื้นบ้าน ขนบธรรมเนียม และเทศกาลต่าง ๆ มีลักษณะงานหรือเทคโนโลยี ต่าง ๆ ที่นาเข้ามาใช้ในการประชาสัมพันธ์แนะนาเพื่อจูงใจ ที่นามาใช้เฉพาะท้องถิ่น ผลการศึกษา ดังกล่าวยังมีความสอดคล้องกับงานวิจัยของ Um and Crompton (1990 อ้างถึงในเลิศพร ภาระสกุล, 2556: 107-108 ) ที่สรุปถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกจุดหมายปลายทางทางออกเป็น 3 กลุ่ม ปัจจัย คือกลุ่มปัจจัยภายนอกซึ่งหมายถึง ปัจจัยทางด้านการติดต่อทางสังคมกับบุคคลอื่น และ อิทธิพลทางการตลาดของนักการตลาดท่องเที่ยว กลุ่มปัจจัยภายในคือ ปัจจัยทางด้านสังคมจิตวิทยา ของแต่ละบุคคล ได้แก่ ค่านิยม ทัศนคติ บุคลิกภาพและแรงจูงใจ กลุ่มปัจจัยที่ 3 คือกลุ่มปัจจัย ทางด้านความรู้ซึ่งมาจากการผสมผสานกันของสองกลุ่มปัจจัยแรกส่งผลให้เกิดการรับรู้เกี่ยวกับ แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ และได้สรุปว่าทัศนคติต่อแหล่งท่องเที่ยวมีอิทธิพลมากที่สุดต่อการเลือก จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว ค่าใช้จ่าย ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยว จานวนสมาชิกที่มาท่องเที่ยว จานวนครั้งที่มา ท่องเที่ยวในสถานที่เดิม และการกลับมาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม เฉลี่ยต่อคน การศึกษาดังกล่าวใช้ วิธีการคิดคานวณจากค่าใช้จ่ายในการเดินทางของบุคคล (Individual Travel Cost Method: ITCM)

144

ตามหลักการประเมินมูลค่าประโยชน์ด้านนันทนาการด้วยวิธีวิเคราะห์มูลค่าด้านนันทนาการโดย ใช้ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง (Travel Cost Method: TCM) เป็นการวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ของบุคคลโดยการคานวณหาเส้นอุปสงค์แสดงความต้องการในการเดินทางมาท่องเที่ยวของ นักท่องเที่ยว ซึ่งพิจารณาจากค่าใช้จ่ายในการเดินทางกับจานวนครั้งในการเดินทางมาท่องเที่ยวยัง แหล่งนันทนาการนั้นของแต่ละบุคคล และตัวแปรทางเศรษฐกิจและสังคม ตัวแปรตามที่ใช้ในการ หาฟังก์ชันอุปสงค์จึงเป็นจานวนครั้งการมาท่องเที่ยวยังแหล่งนันทนาการของบุคคลในช่วงเวลาที่ กาหนดในการศึกษา ตัวแปรอิสระคือ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางมายังแหล่งนันทนาการและตัวแปร อื่นที่เกี่ยวข้อง โดยผลการศึกษาจากงานวิจัย ดังกล่าว สามารถสรุปถึงปัจจัยต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ นักท่องเที่ยวได้ใช้สาหรับการเดินทางท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัด นนทบุรี ดังนี้ (1) ค่าน้ามันรถ (2) ค่ารถโดยสารในกรณีที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว (3) ค่าเงินทาบุญ (4) ค่าดอกไม้ธูปเทียน (5) ค่าอาหารและเครื่องดื่ม (6) ค่าซื้อของฝาก/ของที่ระลึก (7) ค่าอาหารปลา (8) ค่าเช่าวัตถุมงคล (9) ค่าต้นไม้ (10) ค่าปุ๋ย (11) ค่าดิน และ(12) ค่ากระถาง ส่วนปัจจัยระยะเวลา ที่ใช้ในการท่องเที่ยวเฉลี่ยทั้ง 7 สถานที่ใช้เวลาทั้งสิ้น 7.40 ชั่วโมง (ไม่รวมการเดินทางระหว่าง สถานที)่ จานวนสมาชิกที่มาท่องเที่ยวโดยเฉลี่ยไม่ต่ากว่า 2 คน จานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวใน สถานที่เดิมโดยเฉลี่ยคนละ 2 ครั้ง การกลับมาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม พบว่า นักท่องเที่ยวที่ได้รับ การสัมภาษณ์ จานวน 34 คน จาก ทั้งหมด 35 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 0.97 ตอบว่า จะกลับมา ท่องเที่ยวในสถานที่เดิม ผลการศึกษาดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิด ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของ บุคคล (Individual Travel Cost Method: ITCM) ตามหลักการประเมินมูลค่าประโยชน์ด้าน นันทนาการด้วยวิธีวิเคราะห์มูลค่าด้านนันทนาการโดยใช้ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง (Travel Cost Method: TCM) (Harold Hotelling, 1949) (Trice and Wood, 1958) (Marion Clawson, 1959) (กัลยาณี พรพิเนตรพงศ์ 2548, อ้างถึงใน นพมล จันทรวิมล, 2553: 23-27 ) (โสมสกาว เพชรานนท์, 2543: 187-191) ส่วนประเภทของ ต้นทุนค่าใช้จ่ายดังกล่าวจัดเป็นต้นทุนระยะสั้นที่ใช้ในการ ท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม (สถาบันพัฒนาความรู้ตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, 2550: 143-147) กาหนดเส้นทางที่เหมาะสมสาหรับการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี จากผลการศึกษาสามารถสรุปเส้นทางที่เหมาะสมสาหรับการท่องเที่ยวได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบการท่องเที่ยวแบบที่ 1 เริ่มต้นที่วัดบางไกรใน และสิ้นสุดที่วัดบางขนุน รูปแบบการท่องเที่ยวแบบที่ 2 เริ่มต้นที่วัดบางขนุน และสิ้นสุดที่ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับ บางกรวย (ถนนบางกรวย-จงถนอม) และรูปแบบการท่องเที่ยวแบบที่ 3 ที่ถนนสายไม้ดอก ไม้ประดับบางกรวย (ถนนบางกรวย-จงถนอม) และสิ้นสุดที่วัด บางขนุนจากการศึกษาถึงความ

145

คุ้มค่าในการตัดสินใจเลือกรูปแบบเส้นทางการเดินทางโดยพิจารณาถึง ระยะทางที่แท้จริง ค่าน้ามันที่แท้จริง และระยะเวลาเดินทางที่แท้จริง จะเห็นได้ว่า รูปแบบการท่องเที่ยวที่จะให้ ประโยชน์สูงสุดกับนักท่องเที่ยวสามารถสรุปได้ดังนี้โดยรูปแบบที่ 1 จะเหมาะสาหรับผู้ที่เดินทาง มาจากถนนกาญจนาภิเษก หรือถนนราชพฤกษ์ฝั่งขาออก โดยเริ่มต้นจุดแรกของการเดินทางคือ วัดบางไกรใน และสิ้นสุดการท่องเที่ยวในจุดสุดท้ายคือ จุดที่ 7 วัดบางขนุน โดยมีระยะทางที่ใช้ใน การเดินทางทั้ง 7 สถานที่รวมทั้งสิ้น 24 กิโลเมตร ต้นทุนค่าน้ามันประมาณ 96 บาท ระยะเวลาที่ใช้ เดินทางทั้ง 7 สถานที่ คือ 1 ชั่วโมง 14 นาที (ข้อมูลตารางที่ 5.26) และระยะเวลาที่ใช้ท่องเที่ยวใน แต่ละสถานที่ ใช้ระยะเวลา 7 ชั่วโมง 40 นาที (ข้อมูลตารางที่ 5.17) สรุป รวมระยะเวลาที่ใช้ในการ เดินทางและท่องเที่ยวทั้ง 7 สถานที่ คือ 8 ชั่วโมง 54 นาที ส่วนสรุปค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เฉลี่ยรวมทั้ง 7 สถานที่ในการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ( ข้อมูลตารางที่ 5.16) สามารถสรุปได้ดังนี้ เงินทาบุญ 1,386.44 บาท ค่าดอกไม้ธูปเทียน 126.67 บาท ค่าอาหารและ เครื่องดื่ม 611 บาทซื้อของฝาก 1,500 บาท ค่าอาหารปลา 97 บาท เช่าวัตถุมงคล 500 บาท ค่าต้นไม้ 1,070 บาท ค่าปุ๋ย 1,342.50 บาท ค่าดิน 1,370 บาท และค่ากระถาง 175 บาท ผลการศึกษาดังกล่าวมี ความสอดคล้องกับแนวคิดการวางแผนการท่องเที่ยวในเชิงธุรกิจ (ฉันทัช วรรณถนอม, 2552: 2627) ที่กล่าวว่า การวางแผนจัดนาเที่ยวในเชิงธุรกิจจะคล้าย ๆ กับการวางแผนท่องเที่ยวสาหรับ บุคคลทั่วไป แต่แตกกันตรงที่จะต้องคานึงถึงต้นทุน และกาไร ดังนั้น จึงต้องมีการวางแผนสาหรับ เส้นทางการท่องเที่ยวต่าง ๆ มีการจัดทาเป็นโปรแกรมที่น่าสนใจ น่าเชื่อถือ ราคาเหมาะสมกับ ความเป็นจริง ต้องมีกระบวนการทางการตลาดเพื่อสื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย สามารถสร้างความ ประทับใจ ดังนั้นการจัดการท่องเที่ยวต้องคานึงถึงประโยชน์และความสาคัญของการท่องเที่ยวที่ นักท่องเที่ยวจะได้รับ

บทที่ 6 สรุปผลการศึกษา และข้อเสนอแนะ สรุปผลการศึกษา การวิจัยเรื่อง “เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี” เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ( Qualitative Research) แบบเชิงสารวจ ( Survey Research) โดยใช้ สัมภาษณ์ เชิงลึก (In-Depth Interview-IDI) โดยเบื้องต้นทาการศึกษา และค้นคว้าจากเอกสาร (Documentary Research) เพื่อศึกษาและสารวจความเป็นไปในการกาหนดเส้นทางการท่องเที่ยว และวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมทั้ง 7 สถานที่ (ตาม ขอบเขตสถานที่) ได้แก่ ( 1) วัดเพลง ( 2) วัดโพธิ์บางโอ (3) วัดชะลอ ( 4) วัดบางขนุน (5) วัดบาง ไกรใน (6) วัดบางอ้อยช้าง (7) ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับบางกรวย (ถนนบางกรวย-จงถนอม) โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1. เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอ บางกรวย จังหวัดนนทบุรี 2. เพื่อศึกษาถึงค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว และระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยวเฉลี่ยต่อคน 3. เพื่อศึกษาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี สาหรับกลุ่มตัวอย่าง ได้จากการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวทั้ง 7 สถานที่ (ตามขอบเขตสถานที่) ได้แก่ (1) วัดเพลง (2) วัดโพธิ์บางโอ (3) วัดชะลอ ( 4) วัดบางขนุน (5) วัด บางไกรใน (6) วัดบางอ้อยช้าง (7) ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับบางกรวย (ถนนบางกรวย-จงถนอม) โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบไม่เกี่ยวข้องกับโอกาสทางสถิติ ( Non-Probability Sampling) คือ ใช้ แนวทางการสุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ (Accidental Sampling) เบื้องต้นผู้ศึกษาวิจัยได้ทาการสารวจ ข้อมูลการสังเกตแบบไม่เข้าไปมีส่วนร่วม ( Non-participant Observation) โดยการสังเกตจานวน นักท่องเที่ยว สอบถามจากชุมชน ผู้ดูแลสถานที่ ผู้ประกอบการ เป็นต้น โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ปรากฏนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในรูปแบบนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริงเฉลี่ยสัปดาห์ละ 5 กลุ่ม หลังจากนั้น จึงมากาหนดกลุ่มตัวอย่างที่เหมาะสมที่จะใช้ในการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview-IDI) โดยเลือกวิธีการสุ่มตัวอย่างตามแนวคิดของ Wimmer and Dominick (2011) Gay (1996) และสุวิมล ว่องวาณิช และนงลักษณ์ วิรัชชัย ( 2546: 142, 183) โดยการสุ่มตัวอย่างแบบไม่ เกี่ยวข้องกับโอกาสทางสถิติ ( Non-Probability Sampling) สาหรับ การวิจัยเชิงคุณภาพที่ใช้กลุ่ม ตัวอย่างขนาดเล็ก เนื่องจากจะต้องใช้เวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลแบบเจาะลึกที่จะได้ข้อมูล

147

ใหม่ ๆ มากกว่าการหาข้อมูลมาเปรียบเทียบกันในเชิงปริมาณ และสามารถนาข้อมูลไปอ้างอิงถึง ประชากรได้มากที่สุดอย่างน้อยร้อยละ 10 ของประชากร ทั้งหมด จากแนวคิดดังกล่าว จึงนามา กาหนดกลุ่มตัวอย่างสถานที่ละ 5 คน จานวน 7 สถานที่ เป็นตัวแทนกลุ่มรวมทั้งสิ้น 35 คน การนาเสนอสรุปผลการวิจัย ผู้วิจัยขอนาเสนอเป็นภาพรวม และข้อสรุปผลการวิจัยที่ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการวิจัยที่ตั้งไว้ ตามลาดับดังนี้ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัด นนทบุรี สามารถสรุปผลการศึกษาและจัดลาดับปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยว ดังนี้ (1) จากคาบอกเล่าที่ได้รับฟังมาจากคนรู้จัก หรือจากคนทั่วไปที่ได้พูดให้ฟังจึงเกิดความสนใจที่ อยากจะมาท่องเที่ยว ( 2) มีความตั้งใจที่อยากจะมาทาบุญ ( 3) มีความตั้งใจที่อยากจะมาไหว้พระ (4) อยากจะมาเยี่ยมชมโบราณสถาน ศึกษาศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ความเป็นมา ชมวิถีชีวิต ของเป็นอยู่ของชุมชน (5) มีคนรู้จักไม่ว่าจะเป็นญาติ หรือเพื่อนชักชวนให้มาท่องเที่ยว ( 6) ทราบ เบื้องต้นอยู่แล้วว่าวัดนี้อยู่ริมน้า มีสถานที่และจุดบริการขายอาหารปลาและให้อาหารปลา จึงตั้งใจ มาให้อาหารปลาและมาดูปลา ( 7) ศึกษาหาข้อมูลจากสื่อออนไลน์ ( Internet) จึงเป็นสาเหตุให้มา ท่องเที่ยว (7) เดินทางผ่านเห็นป้ายประชาสัมพันธ์ตามไหล่ทางเชิญชวนจึงให้ความสนใจเข้ามา ท่องเที่ยว (7) มาซื้อสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่มีจาหน่ายในสถานที่ท่องเที่ยว ( 8) รู้จักสถานที่ ท่องเที่ยวจากหนังสือแนะนาการท่องเที่ยว ( 8) เป็นเส้นทางผ่านจากการขับรถไปทางานหรือ โดยสารรถรับจ้างทั่วไป (9) มาท่องเที่ยวจากการแนะนาจากรายการโทรทัศน์ และ ( 10) ตั้งใจมา ทานอาหารที่อยู่ในแหล่งสถานที่ท่องเที่ยว ค่าใช้จ่าย ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยว จานวนสมาชิกที่มาท่องเที่ยว จานวนครั้งที่มา ท่องเที่ยวในสถานที่เดิม และการกลับมาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม เฉลี่ยต่อคน สามารถสรุป ผลการศึกษาปัจจัยค่าใช้จ่ายที่นักท่องเที่ยวได้ใช้ในการท่องเที่ยวประกอบด้วย (1) ค่าน้ามันรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ที่ใช้เดินทาง (2) ค่ารถโดยสารในกรณีที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว (3) ค่าเงินทาบุญ ตามศรัทธา (4) ค่าดอกไม้ธูปเทียนบูชาพระบริจาคตามศรัทธา (5) ค่าอาหารและเครื่องดื่ม (6) ค่าซื้อของฝาก/ของที่ระลึก (7) ค่าอาหารปลา (8) ค่าเช่าวัตถุมงคล (9) ค่าต้นไม้ (10) ค่าปุ๋ย (11) ค่า ดิน และ(12) ค่ากระถาง โดยมีค่าใช้จ่ายรวมเฉลี่ยแต่ละสถานที่โดยแบ่งเป็นแต่ละสถานที่ได้ดังนี้ วัดเพลง 1,279.17 บาท วัดโพธิ์บางโอ 1,451.85 บาท วัดชลอ 1,071.33 บาท วัดบางขนุน 1,234.25 บาท วัดบางไกรใน 567.34 บาท วัดบางอ้อยช้าง 1,400 บาท และถนนสายไม้ดอกไม้ประดับ 7,593.50 บาท ส่วนปัจจัยระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยวเฉลี่ยทั้ง 7 สถานที่ใช้เวลาทั้งสิ้น 7.40 ชั่วโมง (ไม่รวมการเดินทางระหว่างสถานที่) จานวนสมาชิกที่มาท่องเที่ยวโดยเฉลี่ยไม่ต่ากว่า 2 คน จานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิมโดยเฉลี่ยคนละ 2 ครั้ง การกลับมาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม

148

พบว่านักท่องเที่ยวที่ได้รับการสัมภาษณ์จานวน 34 คน จากทั้งหมด 35 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 0.97 ตอบว่า จะกลับมาท่องเที่ยวในสถานที่เดิม (จากการศึกษาวิจัย ได้ให้ข้อสังเกตถึงค่าใช้จ่าย 2 ประเภท คือ ค่าน้ามันรถ และค่าโดยสารรถ เนื่องจากสรุปค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เฉลี่ยรวมทั้ง 7 สถานที่ นั้นเป็นค่าใช้จ่ายที่เริ่มต้นจากจุดเริ่มต้นคือที่พักอาศัย มิใช่ค่าใช้จ่ายที่สาหรับการเดินทางทั้ง 7 สถานที)่ รูปแบบเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ที่จะให้ ประโยชน์สูงสุดกับนักท่องเที่ยวสามารถสรุปได้ดังนี้โดยรูปแบบที่ 1 จะเหมาะสาหรับผู้ที่เดินทาง มาจากถนนกาญจนาภิเษก หรือถนนราชพฤกษ์ฝั่งขาออก โดยเริ่มต้นจุดแรกของการเดินทางคือ วัดบางไกรใน และสิ้นสุดการท่องเที่ยวในจุดสุดท้ายคือ จุดที่ 7 วัดบางขนุน โดยมีระยะทางที่ใช้ใน การเดินทางทั้ง 7 สถานที่รวมทั้งสิ้น 24 กิโลเมตร ต้นทุนค่าน้ามันประมาณ 96 บาท ระยะเวลาที่ใช้ เดินทางทั้ง 7 สถานที่ คือ 1 ชั่วโมง 14 นาที และระยะเวลาที่ใช้ท่องเที่ยวในแต่ละสถานที่ ใช้ ระยะเวลา 7 ชั่วโมง 40 นาที สรุป รวมระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางและท่องเที่ยวทั้ง 7 สถานที่ คือ 8 ชั่วโมง 54 นาที จากผลการวิจัยปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอ บางกรวย จังหวัดนนทบุรี และค่าใช้จ่าย และระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยวเฉลี่ยต่อคน สามารถ นาผลการศึกษาเชิงคุณภาพมากาหนดเป็นสมการโครงการสร้างสาหรับใช้ในการวิจัยเชิงปริมาณ ในอนาคตได้ดังนี้ (1) แบบจาลองสมการโครงสร้างจากปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยว TV1

=

b0 + b1 A1 + b2 A2+ b3 A3+ b4 A4 + b5 A5 + b6 A6 + b7 A7 + b8 A8+ b9 A9 + b10 A10 + b11 A11+ b12 A12+ b13 A13 + έ…………………………...............(7)

โดย ค่าในทางสถิติ b0 = b1-13 = έ = TV1 = A1 = A2 =

ค่าคงที่ ค่าสัมประสิทธิ์ของตัวแปร 1 ถึง 13 ในสมการที่ (7) ค่าความคลาดเคลื่อน สาหรับในการศึกษาวิจัย นักท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมจากในปีทtี่ จากคาบอกเล่าในปีทtี่ ทาบุญในปีทtี่

149

A3 A4 A5 A6 A7 A8 A9 A10 A11 A12 A13 โดย ให้ t

= = = = = = = = = = = =

ไหว้พระในปีทtี่ ศึกษาศิลปวัฒนธรรม/ประวัติศาสตร์ในปีทtี่ คนรู้จักชักชวนในปีทtี่ ให้อาหารปลาในปีทtี่ สื่อออนไลน์ (Internet) ในปีทtี่ ป้ายประชาสัมพันธ์ตามไหล่ทางในปีทtี่ ซื้อสินค้าในปีทtี่ หนังสือแนะนาการท่องเที่ยวในปีทtี่ เส้นทางผ่านในปีทtี่ รายการโทรทัศน์ในปีทtี่ อาหารในปีทtี่ ปีที่ 1-n

(2) สมการโครงสร้างจากปัจจัยค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และปัจจัยอื่น ๆ TV2

=

b0 + b1 E1 + b2 E2+ b3 E3+ b4 E4 + b5 E5 + b6 E6 + b7 E7 + b8 E8+ b9 E9 + b10 E10 + b11 E11+ b12 E12 + b13T + b14 R1 + b15 R2+ b16 R3+ b17 Rr + b18 Or + b19 Tr + έ………………..………………………….…………....(8)

โดย ค่าในทางสถิติ b0 = b1-19 = έ = TV2 = E1 = E2 = E3 = E4 = E5 = E6 =

ค่าคงที่ ค่าสัมประสิทธิ์ของตัวแปร 1 ถึง 19 ในสมการที่ (8) ค่าความคลาดเคลื่อน สาหรับในการศึกษาวิจัย นักท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมในปีทtี่ ค่าน้ามันรถในปีทtี่ ค่ารถโดยสารในปีทtี่ เงินทาบุญในปีทtี่ ค่าดอกไม้ธูปเทียนในปีทtี่ ค่าอาหารและเครื่องดื่มในปีทtี่ ซื้อของฝากในปีทtี่

150

E7 E8 E9 E10 E11 E12 T R1 R2 R3 Rr Or Tr โดย ให้ t

= = = = = = = = = = = = = =

ค่าอาหารปลาในปีทtี่ เช่าวัตถุมงคลในปีทtี่ ค่าต้นไม้ในปีทtี่ ค่าปุ๋ยในปีทtี่ ค่าดินในปีทtี่ ค่ากระถางในปีทtี่ ชั่วโมงที่ใช้ในการท่องเที่ยวในปีทtี่ จานวนสมาชิกที่มาท่องเที่ยวในปีทtี่ จานวนครั้งที่มาท่องเที่ยวในสถานที่เดิมในปีทtี่ การกลับมาท่องเที่ยวในสถานที่เดิมในปีทtี่ ระยะทางที่แท้จริงในปีทtี่ ค่าน้ามันที่แท้จริงในปีทtี่ ระยะเวลาเดินทางที่แท้จริงในปีทtี่ ปีที่ 1-n

โดยสมการทั้ง 2 สมการดังกล่าว เป็นสมการโครงสร้างที่ใช้สาหรับพยากรณ์นักท่องเที่ยว เชิงศิลปวัฒนธรรมในเชิงปริมาณในด้านปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยว (สมการที่ 7) และในด้านปัจจัยค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และปัจจัยอื่น ๆ (สมการที่ 8) เพื่อใช้สาหรับการวิจัยครั้งถัดไปใน อนาคต ข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่อง “เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี” ทาให้ทราบถึง ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ค่าใช้จ่าย และระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยวเฉลี่ยต่อคนและเส้นทางการท่องเที่ยว เชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี และเพื่อให้การศึกษานี้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อ ผู้ใช้ประโยชน์ สถานประกอบการ และหน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ผู้ศึกษาวิจัยได้ เสนอแนะ แนวทางเพื่อใช้ในการพิจารณาในการพัฒนาการท่องเที่ยว หรือใช้สาหรับการ วางแผนการท่องเที่ยว ดังนี้

151

ข้อเสนอแนะจากการศึกษา 1. เบื้องต้นหน่วยงานผู้รับผิดชอบในระดับท้องถิ่น ควรมีการสารวจความต้องการของ ชุมชนถึงความพร้อมในการปรับปรุงพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมอาเภอ บางกรวย จังหวัดนนทบุรี เพื่อเป็นการสารวจถึงความต้องการ ความพร้อม และการยอมรับของ ชุมชนในการร่วมกันพัฒนาท้องถิ่นให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม เนื่องจาก ชุมชนเอง จะเป็นผู้ดูแลรักษาได้ยั่งยืนกว่าหน่วยงานภายนอกชุมชน พร้อมทั้งยังเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับ ชุมชนในแต่ละท้องถิ่น 2. หน่วยงานราชการระดับท้องถิ่น จะต้องร่วมกับชุมชนในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เชิงศิลปวัฒนธรรมโดยการเข้าไปมีส่วนร่วมในการกาหนดวิสัยทัศน์ด้านการท่องเที่ยวเชิง ศิลปวัฒนธรรม โดยมีชุมชนเป็นผู้ดูแล กาหนดแหล่งทรัพยากรที่จะต้องได้รับการทานุบารุงและ ส่งเสริม รวมทั้งร่วมกันกาหนดเป้าหมาย และกลยุทธ์ในการพัฒนาและบริหารสถานที่ท่องเที่ยว รวมทั้งมีการเข้ามามีส่วนร่วมในการบริการสาธารณูปโภคและสิ่งอานวยความสะดวกต่าง ๆ โดยให้ชุมชนเป็นผู้ดูแลรักษา 3. ในระยะยาวเพื่อการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมอาเภอบางกรวย จังหวัด นนทบุรี เพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน หน่วยงานราชการระดับท้องถิ่น หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ควรมีการจัดทาแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี โดยมีการจัดสรรงบประมาณการพัฒนาและส่งเสริมอย่างจริงจัง มีการกาหนดแผน กลยุทธ์ในการพัฒนา และมีการกาหนดตัวชี้วัดความสาเร็จจากการเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวเชิง ศิลปวัฒนธรรมเพื่อเป็นการวัดความสาเร็จในการพัฒนา 4. จากการวิจัยดังกล่าวมีข้อเสนอแนะจากนักท่องเที่ยวที่ได้รับการสัมภาษณ์โดย ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาและปรับปรุงสถานท่องเที่ยวทั้ง 7 แห่ง ผู้รับการสัมภาษณ์ได้เสนอแนะ เพื่อการพัฒนาปรับปรุงโดยมีความประสงค์อยากให้หน่วยงานราชการระดับท้องถิ่น หรือผู้มีส่วน เกี่ยวข้อง ที่ดูแลรับผิดชอบ เข้ามาดาเนินการแก้ปัญหา เพื่อพัฒนาปรับปรุงให้สถานที่ท่องเที่ยวทั้ง 7 แห่งมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งมีข้อเสนอแนะดังนี้ 4.1 สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งเป็นโบราณสถานที่มีประวัติความเป็นมายาวนานแต่ ด้วยกาลเวลาจึงทาให้เกิดความเสียหายและทรุดโทรม ดังนั้นจึงควรมีการพัฒนาให้มีสภาพที่ดีขึ้น โดยคงสภาพสถาปัตยกรรมแบบเดิม รวมถึงบริเวณโดยรอบควรมีการจัดตกแต่งสถานที่ให้มีความ สวยงามเหมาะกับการเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม ควรมีป้ายให้ความรู้ถึงประวัติความ เป็นมาของแต่ละสถานที่ วัตถุโบราณที่สาคัญในแต่ละสถานที่ รวมทั้งควรมีวิทยากรหรือปราชญ์ ประจาสถานที่ คอยให้คาแนะนาหรือบรรยายให้ความรู้

152

4.2 ควรมีการปรับปรุงเส้นทางการเดินทางให้มีความสะดวกในการเดินทาง เช่น พื้นผิวการจราจร สถานที่จอดรถ โดยมีความร่วมกับชุมชนเนื่องจากบางสถานที่ เส้นทางเข้า สถานที่ท่องเที่ยวเป็นที่ส่วนบุคคล ในบางสถานที่มีน้าท่วมขังในเวลาฝนตก เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มี ระดับต่ากว่าพื้นผิวจราจรหลัก ควรมีการปรับปรุงระดับถนนเพื่อป้องกันปัญหาน้าท่วม 4.3 บริเวณแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ติดกับแม่น้าลาคลอง ควรมีการปรับปรุงสถานที่ให้มี จุดบริการให้อาหารปลา และมีอาหารปลาจาหน่าย เนื่องจากเป็นจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวได้ให้ ความสาคัญซึ่งเป็นแหล่งพักผ่อนตามธรรมชาติ และนักท่องเที่ยวมักจะแวะมาจุดนี้เสมอ เพื่อเยี่ยม ชมดูปลาและให้อาหารปลา ก่อให้เกิดรายได้ได้อีกส่วนหนึ่ง 4.4 ควรมีการส่งเสริม และจัดสถานที่จาหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์ประจา ตาบล เพื่อจาหน่ายเป็นของที่ระลึกหรือของฝากให้กับนักท่องเที่ยว 4.5 ควรมีการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในหลาย ๆ รูปแบบเพื่อให้นักท่องเที่ยว ได้รู้จัก และเพิ่มเส้นทางการเดินทางเช่น ทางน้า หรือการปั่นจักรยานเพื่อศึกษาระบบนิเวศน์หรือ วิถีชุมชนท้องถิ่น 4.6 ควรมีการเพิ่มปริมาณถังขยะ เพื่อเป็นการสะดวกต่อการทิ้งขยะของนักท่องเที่ยว และช่วยในการรักษาความสะอาดให้กับสถานที่ท่องเที่ยว ควรมีการเพิ่มจุดบริการห้องสุขา เพื่อ เป็นการอานวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว 5. ในด้านการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ควรให้ความสาคัญในเรื่องคุณภาพ ของการมาท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจะได้รับ ในขณะที่มีการส่งเสริมหรือพัฒนาตามข้อเสนอแนะ ข้างต้น ในการส่งเสริมด้านการประชาสัมพันธ์หรือการทาการตลาดเพื่อแนะนาสถานที่ท่องเที่ยว เชิงศิลปวัฒนธรรมในอาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ควรมีการส่งเสริมให้ตระหนักถึงการ ท่องเที่ยวแบบมีจิตสานึกรับผิดชอบ และสะท้อนจริยธรรมของการท่องเที่ยว ที่จะร่วมกันอนุรักษ์ รักษาสถานที่ท้องเที่ยวไม่เปลี่ยนวิถีชีวิต และสถานที่ท่องเที่ยวให้เปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก ข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งต่อไป จากการวิจัยเรื่อง “เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัด นนทบุรี” เนื่องจากการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ ( Qualitative Research) โดย มีลักษณะเป็นการสารวจ (Survey Research) โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview-IDI) เพื่อให้เกิดผลที่ดียิ่งขึ้น ผู้ศึกษาวิจัยขอข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งต่อไป 1. ในการศึกษาครั้งต่อไปควรเป็นการศึกษาเชิงปริมาณเพื่อหาความสัมพันธ์ของตัวแปร อิสระกับตัวแปรตามในปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมเพื่อเป็นการ

153

ทดสอบสมการโครงการทั้ง 2 สมการ ได้แก่ ( 1) สมการโครงสร้างจากปัจจัยที่ส่งผลต่อการ ตัดสินใจมาท่องเที่ยว (2) สมการโครงสร้างจากปัจจัยค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และปัจจัยอื่น ๆ เพื่อเป็นการ ทดสอบความสัมพันธ์ของตัวแปรอิสระและตัวแปรตามที่แท้จริง 2. ควรมีการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ก่อนการพัฒนาเส้นทางการ ท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมอาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ถึงประโยชน์ความคุ้มค่า และผลเสีย หายที่ชุมชนได้รับ ก่อนการพัฒนาเป็นเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมอย่างเต็มรูปแบบ 3. การพิจารณาถึง จุดเริ่มต้นในการท่องเที่ยว ตามรูปแบบการท่องเที่ยวในแต่ละรูปแบบ จะต้องพิจารณาถึงการเดินทางของ นักท่องเที่ยวในแต่ละคน/กลุ่ม หรือกรุ๊ปทัวร์ เนื่องจาก ใช้ เส้นทางการเดินทาง มาท่องเที่ยว ที่มีความแตกต่างกัน อาจส่งผลต่อการกาหนดเส้นทางการ ท่องเที่ยวที่มีความคุ้มค่าอย่างแท้จริง

154

บรรณานุกรม หนังสือ งามพิศ สัตย์สงวน. (2543). หลักมานุษยวิทยาวัฒนธรรม. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: ภาควิชา สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. จังหวัดนนทบุรี และสานักงานการท่องเที่ยวจังหวัดนนทบุรี. (2554). ท่องเที่ยวจังหวัดนนทบุรี. นนทบุร:ี บริษัท ลีโอ แลนเซ็ท จากัด. ฉันทัช วรรณถนอม. (2552). การวางแผนและการจัดนาเที่ยว. กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนจากัด สามลดา. ฉันทัช วรรณถนอม. (2552). อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว. กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนจากัดสามลดา. ทวีเกียรติ ไชยยงยศ. (2538). สุนทรียะทางทัศนศิลป์. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ : โครงการตารา คณะศิลปกรรมศาสตร์ สถาบันราชภัฎสวนดุสิต. บุญเลิศ จิตตั้งวัฒนา. (2548). การพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน. กรุงเทพฯ: บริษัท เพรส แอนด์ ดีไซน์ จากัด. บุญเลิศ จิตตั้งวัฒนา. (2551). ระเบียบวิธีวิจัยทางการท่องเที่ยว. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: บริษัท ธรรมสาร จากัด. ยศ สันตสมบัติ. (2540). มนุษย์กับวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ: สานักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. ศรัญญา วรากุลวิทย์. (2546). ปฐมนิเทศอุตสาหกรรมท่องเที่ยว. กรุงเทพฯ: เฟื่องฟ้าพริ้นติ้ง. ศิริ ฮามสุโพธิ์. (2543). สังคมวิทยาการท่องเที่ยว. รายงานการวิจัยของสภากรุงเทพมหานคร ประจาปี 2543. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์. สถาบันพัฒนาความรู้ตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. (2550). เครื่องมือเพื่อการ วิเคราะห์การลงทุน เศรษฐศาสตร์. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์พับลิชชิ่ง จากัด. สมศักดิ์ ศรีสันติสุข. (2536). การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม แนวทางศึกษาวิเคราะห์และ วางแผน. ขอนแก่น : คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. สุพัตรา สุภาพ. (2536). สังคมและวัฒนธรรมไทย ค่านิยม ครอบครัว ศาสนา ประเพณี. กรุงเทพฯ: ไทยพัฒนาพานิช.

155

สุวรรณี สันต์ธนะวาณิช. (2548). เอกสารประกอบการสอน วิชาศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่น รหัส 2012105. กรุงเทพฯ: โปรมแกรมศิลปกรรม คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี. สุวิมล ว่องวาณิช และนงลักษณ์ วิรัชชัย.2546.แนวทางการให้คาปรึกษาวิทยานิพนธ์. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์ตาราและเอกสารทางวิชาการคณะครุศาสตร์, จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. เสาวลักษณ์ ปโกฏิประภา. (2548). เศรษฐศาสตร์จุลภาค 1. กรุงเทพฯ : สานักพิมพ์มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์. โสมสกาว เพชรานนท์. (2543). หน่วยที่ 6 วิธีวัดมูลค่าทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยวิธี มูลค่าตัวแทน. เศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม หน่วยที่ 1-7 สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์.นนทบุรีฯ: บัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. Book Clawson, Marion, “Methods of Measuring the Demand for and Value of Outdoor Recreation,” Resources for the Future, Inc., Reprint #10, Washington, D.C., 1959. Hotelling, H (1949). An Economic study of the Monetary Evaluation of Recreation in the National Park. U.S. Dept.of the Interirior. National Park Service and Recreational Planning Division. Trice, A.H., and S. E. Wood. (1958). Measurement of Recreation Benefit. Land Economic. 34 (February). Wimmer, R. D. and Dominick, J. R. (2011). Mass media research: An introduction. (9th ed.). Boston, MA: Wadsworth Cengage Lenming. Um, S. and Crompton, J.L. (1990). Attitude determinants in tourism destination choice. Annals of Tourism Research, vol. 17, no. 3, pp.432-448.

156

งานวิจัย กมลศักดิ์ วงศ์ศรีแก้ว. (2547). การประเมินมูลค่าทางนันทนาการของอุทยานสวรรค์ จังหวัด นครสวรรค์. กรุงเทพฯ: วิทยานิพนธ์เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์. ขนิษฐา ภาณุทัต. (2548). การประเมินมูลค่าทางนันทนาการ ของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ.์ กรุงเทพฯ: วิทยานิพนธ์การจัดการทรัพยากรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์. จรีวรรณ มณีเมือง. (2550). การตีค่ามูลค่าทางนันทนาการของสวนเบญจกิติ กรุงเทพมหานคร. กรุงเทพฯ : วิทยานิพนธ์เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์. ณัชชา ว่องวัฒนานุกูล. (2547). การประเมินมูลค่าประโยชน์ทางนันทนาการบริเวณชายหาดแม่ ราพึงจังหวัดระยอง. วิทยานิพนธ์การจัดการทรัพยากรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ . นพมล จันทรวิมล. (2553). การประเมินมูลค่าการใช้ประโยชน์ทางนันทนาการของห้องสมุดเพื่อ การเรียนรู้ซอยพระนาง เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร. เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒบัณฑิตวิทยาลัย. นาคม ธีรสุวรรณจักร. (2541). ความคิดเห็นประชาชนท้องถิ่นต่อการมีส่วนร่วมในการท่องเที่ยว เชิงนิเวศ กรณีศึกษา: อาเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี. นครปฐม: วิทยานิพนธ์หลักสูตร สังคมศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหิดล. พิมพิกา ชมชีพ. (2549). การประเมินมูลค่านันทนาการเพื่อการจัดการสวนสัตว์นครราชสีมา. กรุงเทพฯ: วิทยานิพนธ์หลักสูตรการจัดการทรัพยากร. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ภูสวัสดิ์ สุขเลี้ยง. (2545). การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม: กรณีศึกษาหมู่บ้านห้วยโป่ง ผาลาด อาเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย. เชียงใหม่: วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร มหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. วนิดา รัตนพันธุ.์ (2548). การประเมินมูลค่าและการจัดการด้านนันทนาการของพื้นที่ถ้าเลเขากอบ จังหวัดตรัง. วิทยานิพนธ์เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. ศาศะวัต สุขสุอรรถ. (2552). การประเมินมูลค่าทางด้านนันทนาการและค่าธรรมเนียมการเข้าใช้: กรณีศึกษา สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร. กรุงเทพฯ: ปริญญานิพนธ์เศรษฐศาสตร์การ พัฒนามนุษยมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

157

ศุภศักดิ์ ชิ้นศิริ. (2547). การพัฒนาตลาดนัดธนบุรี สนามหลวง 2 เป็นแหล่งท่องเที่ยวทาง วัฒนธรรม. กรุงเทพฯ: วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี. วารสาร กัลยาณี พรพิเนตพงศ์. (2548, พ.ค.-ส.ค.). การประเมินค่าแหล่งนันทนาการ: กรณีตัวแบบพื้น ที่ เดี่ยว. วารสารรัฐประศาสนศาสตร์ 3,2 (48):13-32. เลิศพร ภาระสกุล. (2556). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลาย ทางการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. ปีที่ 21 ฉบับที่ 36 เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2556. (น. 107-108). กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนจากัดบ้านหนังสือโกสินทร์. วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง. (2556). ตัวแบบสมการโครงสร้างของปัจจัยที่ส่งผลต่อความภักดีของ นักท่องเที่ยวชาวไทยที่มีต่ออุทยานแห่งชาติทางทะเลในภาคใต้ของประเทศไทย. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. ปีที่ 33 ฉบับที่ 3 เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2556. (น. 1-15). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. เว๊บไซต์ กรมการข้าว. (2556). แผนที่เขตศักยภาพการผลิตข้าวนนทบุรี. Online จากhttp://www.brrd.in.th/ ricemap/riceCD52/index.php-url=detail.php®ion_id=1&province_id=12.htm. สืบค้น เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2556. ไกรฤกษ์ ปิ่นแก้ว. ( มปป). การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (ตอนที่ 1) Cultural Tourism. Online จาก http://ba.bu.ac.th/ejournal/IB/IB%2019/IB%2019.htm. สืบค้นเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2555. จักรพันธ์ บุญกาญจน์. (14 กุมภาพันธ์ 2555). วัดชลอ. Online จาก http://watchalow.blogspot.com /2012/09/blog-post_3406.htmlสืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2556. ชุบชีวา. (10 เมษายน 2555). วัดบางขนุน อีกหนึ่งวัดเก่าแก่ของนนทบุรี. Online จาก http://www. yellowpages.co.th/content/120329115222. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2556.

158

ซิตี้ เยลโล่เพจเจส. (2556). วัดชลอ. Online จาก http://city.yellowpages.co.th/ nonthaburi/cultureshow. php?cid=90821130635. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2556. ธันสิตา จินากุล. (27 สิงหาคม 2554). เที่ยวชม “พิพิธภัณฑ์วัดบางอ้อยช้าง” กราบพระพุทธบาท อายุกว่า 200 ปี: หนังสือพิมพ์บ้านเมือง. Online จาก http://www.ryt9.com /s/bmnd/ 1222676. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2556. ปลาทองสยองเมือง. (24 เมษายน 2554). ธรรมาสน์ยาวที่วัดบางขนุน. Online จาก http://www. bloggang. com/viewblog.php?id=patisonii&date=23-04-2011&group=26&gblog=2. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2556. เยลโล่เพจเจส. (2556). วัดบางขนุน. Online จาก http://www.yellowpages.co.th/ content /120329115222. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2556. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (30 พฤษภาคม 2552). รูปโบสถ์วัดเพลงร้าง. Online จาก http://th. wikipedia.org/wiki. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2556. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. (2556). อาเภอบางกรวย. Online จาก http://th.wikipedia.org/wiki. สืบค้นเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2556. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. (2556). จังหวัดนนทบุรี. Online จาก http://th.wikipedia.org/wiki. สืบค้นเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2556. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (16 พฤษภาคม 2556). วัดเพลง นนทบุรี. Online จาก http://th.wikipedia. org/wiki. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2556. ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม. (3 กรกฎาคม 2555). หอไตรกลางน้าวัดบาง ขนุน. Online จาก http://www.m-culture.in.th/album/view/142930/. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2556. สานักการศึกษาต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. (2556). แหล่งเรียนรู้ออนไลน์ด้าน ศิลปวัฒนธรรม ต้นนนทรี. Online จากhttp://www.stou.ac.th/study/projects/ training/culture/NONSEE.htm. สืบค้นเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2556. สานักงานการท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดนนทบุรี. (2556). ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทาง ภูมิศาสตร์เพื่อการท่องเที่ยว จังหวัดนนทบุรี ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับบางกรวย (ถนน บางกรวย-จงถนอม). Online จาก http://gis.rmutsb.ac.th/travel/1202.php สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2556.

159

สานักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี. (2556). วัดโพธิ์บางโอ. Online จาก http://www.nont.ago.go.th /reccommend/rc_17.html. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2556. สังฆทานดอทคอม. (2556). วัดบางไกรใน. Online จาก http://www.sangkatan.com/content.html. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2556. ASTVผู้จัดการออนไลน์. (23 มีนาคม 2553). วัดบางอ้อยช้าง. Online จาก http://www.manager .co.th/Travel/ ViewNews.aspx?NewsID=9530000040508. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2556. Holiday Thai.com. (2556). วัดโพธิ์บางโอ. Online จาก http://www.holidaythai.com/ThailandAttractions-967.htm. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2556. nonthailand. (7 กันยายน 2555). ประวัติวัดบางไกรใน. Online จาก http://bangkainai300.blogspot.com /2012/09/blog-post_5471.html สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2556. nonthailand. (13 กันยายน 2555). ต่อประวัติวัดบางไกรใน. Online จาก http://bangkainai300 .blogspot.com/2012/09/blog-post_4511.html สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2556.

160

ภาคผนวก

161

ภาคผนวก ก แบบสัมภาษณ์

162

แบบสัมภาษณ์งานวิจัย เรื่อง “การพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุร”ี ****************************************** แบบสัมภาษณ์งานวิจัยเรื่อง “การพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอ บางกรวย จังหวัดนนทบุรี” โดยมีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมาท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบาง กรวย จังหวัดนนทบุรี 2. เพื่อศึกษาถึงต้นทุนค่าใช้จ่าย และระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยวเฉลี่ยต่อคน 3. เพื่อกาหนดเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี แบบสัมภาษณ์ดังกล่าว เป็นการเก็บรวบรวมโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก จากการสอบถาม นักท่องเที่ยว (หัวหน้ากลุ่ม หรือหัวหน้าครอบครัว) ที่มาท่องเที่ยวตามขอบเขตสถานที่ทั้ง 7 แห่ง ในอาเภอบางกรวยจังหวัดนนทบุรีโดยแบบสอบถามที่ใช้ในการสัมภาษณ์สามารถแบ่งได้เป็น 3 ตอนดังนี้ ตอนที่ 1 สอบถามข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคมของ นักท่องเที่ยว ซึ่งประกอบด้วย เพศ อายุ อาชีพ การศึกษา ระดับรายได้ สถานภาพ ที่อยู่อาศัย ปัจจุบัน ยานพาหนะ การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร (สื่อโฆษณา) และสาเหตุของการมาท่องเที่ยว ตอนที่ 2 สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์และปัจจัยอื่น ๆ ถึงต้นทุน ค่าใช้จ่ายและปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าอาหารและเครื่องดื่ม เงินทาบุญ ค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการ จานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง จานวนครั้งที่มาเที่ยว ระยะเวลา ที่ใช้ในการท่องเที่ยวในแต่ละสถานที่ การกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตอนที่ 3 สอบถามข้อมูลความคิดเห็นทั่วไป ทัศนคติ จากนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการใน สถานที่ท่องเที่ยวนั้น ๆ ได้แก่ ความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบของสถานที่ ความสะอาด ข้อเสนอแนะ ต่าง ๆ เป็นต้น สถานที่เก็บข้อมูล 1) วัดเพลง 2) วัดโพธิ์บางโอ 3) วัดชลอ 4) วัดบางขนุน 5) วัดบางไกรใน 6) วัดบางอ้อยช้าง 7) ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับบางกรวย (ถนนบางกรวย-จงถนอม)

163

ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคมของนักท่องเที่ยว 1. ชื่อ นามสกุล ผู้รับการสัมภาษณ์....................................................................................... 2. เพศ 1) ชาย

2) หญิง

3. อายุ......................ปี 4. ระดับการศึกษา 1) ต่ากว่าประถมศึกษา 3) มัธยมศึกษาตอนต้น 5) อนุปริญญา หรือเทียบเท่า 7) ระดับสูงกว่าปริญญาตรี 5. สถานภาพ 1) โสด 3) หย้าร่าง

2) ประถมศึกษา 4) มัธยมศึกษาตอนปลาย หรือ เทียบเท่า 6) ปริญญาตรี

2) สมรส 4) หม้าย

6. ที่อยู่อาศัยปัจจุบัน 1) อยู่ในเขตกรุงเทพฯ เขต......................................................................... 2) อยู่นอกเขตกรุงเทพฯ อาเภอ.................................................................. จังหวัด................................................................ 7. อาชีพ 1) รับราชการ/พนักงานรัฐฯ 3) นักเรียน/นักศึกษา 5) แม่บ้าน/พ่อบ้าน

2) พนักงานหน่วยงานเอกชน 4) ประกอบธุรกิจส่วนตัว/รับจ้าง 6) อื่น ๆ ........................................

164

8. รายได้ต่อเดือน 1) ต่ากว่า 5,000 บาท 3) 10,001-20,000 บาท 5) 30,000 บาทขึ้นไป

2) 5,001-10,000 บาท 4) 20,001-30,000 บาท

9. ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง 1) รถยนต์ส่วนตัว 2) รถจักรยานยนต์ 3) รถโดยสารประจาทาง 4) รถรับจ้างทั่วไป 5) อื่น ๆ ..................................................................................................... 10. การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร (สื่อโฆษณา) 1) ป้ายประชาสัมพันธ์ตามไหล่ทาง 2) สื่อโฆษณาทางวิทยุ 3) สื่อโฆษณาทางโทรทัศน์ 4) หนังสือพิมพ์ 5) อินเตอร์เน็ต 6) คาบอกเล่าจากคนรู้จัก 7) หนังสือแนะนาการท่องเที่ยว 8) อืน่ ๆ…............................................................................................... 11. สาเหตุของการมาท่องเที่ยว ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ...........................................................................................................................................................

165

ตอนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์และปัจจัยอื่น ๆ 1. ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... 2. ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... 3. ค่าทาบุญ ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ...........................................................................................................................................................

166

4. ค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้า และบริการ ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... 5. จานวนสมาชิกที่ร่วมเดินทาง ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... 6. จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ...........................................................................................................................................................

167

7. ระยะเวลาที่ใช้ในการท่องเที่ยวแต่ละสถานที่ ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... 8. การกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... 9. ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ...........................................................................................................................................................

168

ตอนที่ 3 สอบถามข้อมูลความคิดเห็นทั่วไป 1. ความเหมาะสม เกี่ยวกับรูปแบบของสถานที่ มีความเหมาะสมตรงตามวัตถุประสงค์ ที่มาท่องเที่ยว ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... 2. ความสะอาด ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... 3. สิ่งที่ได้จากการท่องเที่ยว ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ...........................................................................................................................................................

169

4. ข้อเสนอแนะ ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................... ขอบคุณที่ตอบแบบสอบถาม ชุมพล รอดแจ่ม

170

ภาคผนวก ข สรุปผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว

171

สรุปผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว ผลการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวจานวน 35 ราย จาแนกสถานที่ละ 5 ราย ดังนี้ 1. วัดเพลง จานวน 5 ราย 2. วัดโพธิ์บางโอ จานวน 5 ราย 3. วัดชลอ จานวน 5 ราย 4. วัดบางขนุน จานวน 5 ราย 5. วัดบางไกรใน จานวน 5 ราย 6. วัดบางอ้อยช้าง จานวน 5 ราย 7. ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับบางกรวย (ถนนบางกรวย-จงถนอม) จานวน 5 ราย วัดเพลง จานวน 5 ราย ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 1 คุณจิระพัชร์ ไวยุพัฒนธี (วันที่สัมภาษณ์ 9 มิถุนายน 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศหญิง อายุ 52 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรี สถานภาพสมรส อาศัยอยู่ในอาเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ปัจจุบันประกอบธุรกิจส่วนตัว รายได้ต่อเดือน 100,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถยนต์ส่วนตัว รับทราบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจาก คาบอกเล่าจากคนรู้จัก และสื่อโฆษณาทางโทรทัศน์ สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “ตอนแรกก็ไม่รู้จักที่นี่พอดีมีเพื่อนรุ่นพี่ชวนมาไหว้พระ ก็เลยมา เพราะเป็นคนชอบทําบุญอยู่แล้ว ยิ่งเป็นวัดที่ยังขาดแคลนทุนทรัพย์ อีกอย่างที่นี้เคยเป็น วัดร้าง ไม่มีพระสงฆ์จําวัดอยู่ ชุมชนเป็นคนดูแล มีเจ้าของที่ดินเป็นคนดูแล เป็นวัดเก่าแก่สมัย อยุธยามีประวัติค่อนข้างยาวนาน เคยมีรายการทางโทรทัศน์พวกรายการสิ่งเร้นลับเคยมาถ่ายทํา นําไปเผยแพร่ทางโทรทัศน์ ยิ่งทําให้อยากมาเห็นกับตาตัวเอง พอมาเห็นก็รู้สึกถึงความประทับใจ อีกอย่างจากคําบอกเล่าของเพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นคนแนะนํามา ก็เล่าให้ฟังถึงปาฏิหาริย์ของหลวงพ่ออู่ ทอง ประธานในโบสถ์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณรอบ ๆ วัด เนื่องจากพี่เขามาที่นี้ มาดูแลอยู่เกือบ 10 ปี ชาวบ้านแถวนี้เขารู้จักหมด พอฟังเรื่องเล่า ทําให้อยากมา อยากมาทําบุญ อยากมาเห็นด้วยตา ตัวเอง พอเห็นแล้วก็ศรัทธา” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ก็มีค่าน้ํามันรถ ขับมาจากบ้านก็ประมาณ 300-400 บาท บางทีก็ ซื้อดอกไม้พวงมาลัยมาไหว้พระเองประมาณ 100 บาท เอาเงินใส่ตู้บริจาคเพื่อทํานุบํารุงก็ประมาณ

172

100-200 บาท อย่างที่บอกที่นี้ไม่มีพระดูแล เป็นที่ส่วนบุคคล เจ้าของที่เขาเป็นคนดูแล เราก็เลยไม่รู้ จะทําบุญในรูปแบบใด” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “วันนี้มา 6 คน กับเพื่อนและก็น้อง ๆ ที่ทํางาน ชวน ๆ กันมา พอดีอยากจะมาขอพรเรื่องงาน ส่วนเพื่อน ๆ ขึ้นมาจากปัตตานี ชวนมาด้วยกันหลาย ๆ คน ชวนมาไหว้พระ” ใช้เวลาท่องเที่ยว “ประมาณชั่วโมงหนึ่ง” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วค่ะ รู้สึกชอบ เวลามาแล้วรู้สึก ถึงความสงบ ความศักดิ์สิทธิ์” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “กลับมาแน่นอน เพราะรู้สึกศรัทธา อีกอย่าง อยากจะให้ที่นี้เป็นวัดที่มีพระสงฆ์จําวัดอยู่ จะได้มีคนดูแลเป็นทางการ” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ไม่มีค่ะ” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “ตรงนะค่ะ มาหลายครั้ง แล้ว ศรัทธา” ความสะอาด “ช่วงนี้อาจจะยังไม่สะอาด พอดีวัดนี้ขึ้นทะเบียนให้กรมศิลปากร เข้ามาดูแล ช่วงนี้จะเห็นได้ว่ากําลังบูรณะอยู่ ก็เลยยังไม่ค่อยสะอาดเท่าทีควร” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “ความสุข ความสงบ อยากให้คนมาทําบุญเยอะ ๆ” ข้อเสนอแนะ “อยากให้ที่นี้เป็นธรณีสงฆ์ มีพระสงฆ์จริง ๆ อยู่ อยากให้เป็นวัด ขึ้นกับ กรมการศาสนา อยากให้กั้นรั้วรอบ อยากให้คนมาทําบุญกันเยอะ ๆ จะได้มีเงินมาพัฒนา เคยเห็น รูปสมัยก่อนแล้วเป็นวัดร้าง ไม่มีคนดูแล ต้นไม้ปกคลุม” ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 2 คุณพิมพ์ภาภรณ์ จันทร์นิมิตศรี (วันที่สัมภาษณ์ 9 มิถุนายน 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศหญิง อายุ 53 ปี ระดับการศึกษาระดับปริญญาตรี สถานภาพสมรส อาศัยอยู่ที่เขตบางพลัด ซอยจรัญสนิทวงศ์ 65 กรุงเทพฯ ปัจจุบันประกอบธุรกิจส่วนตัว รายได้ ต่อเดือน 50,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถรับจ้างทั่วไป รับทราบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว จากสื่อโฆษณาทางโทรทัศน์ สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “แต่เดิมวัดนี้เป็นวัดร้าง ไม่มีพระสงฆ์อยู่เมื่อก่อนมีวัดแก้วฟ้า เป็นวัดพี่เลี้ยง แล้วเปลี่ยนมาเป็นวัดสักใหญ่ โดยจัดพระสงฆ์เข้ามาสวด วัดนี้อยู่บนโฉนดของ ชาวบ้าน เมื่อก่อนไม่มีใครเห็นโบสถ์ มีต้นไทรคลุมอยู่มิด พระประธานองค์เดิมในโบสถ์เมื่อก่อน ไม่ใหญ่เท่าปัจจุบัน มีการบูรณะมาเรื่อย ๆ ตลอด 11 ปี โดยพอกปูนจึงใหญ่ขึ้นมาเรื่อย ๆ ชาวบ้าน

173

แถวนี้เชื่อกันว่าถ้าบนเรื่องต่าง ๆ ไว้ ต้องแก้บนโดยการหาบขนมจีนน้ําพริก ขนมปลากริมไข่เต่ามา ถวาย โดยต้องหาบเข้ามาเองแบบแม่ค้าและนุ่งผ้าถุง หรือผ้าซิ่น แล้วต้องตะโกนด้วยว่า “ขนมจีน น้ําพริกมาแล้วจ้า ขนมปลากริมไข่เต่ามาแล้วจ้า” บนได้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องทหาร อีกอย่างมีรายการ มิติพิศวงมาถ่ายทํา ชาวบ้านแถวนี้มักได้ยินเสียงพระสวดมนต์ทุกวันพระแต่ไม่มีพระอยู่ที่วัดนี้เลย จึงหาที่มาของเสียงไม่ได้ ทางรายการได้เคยเข้ามาท้าพิสูจน์โดยตั้งกล้องทิ้งไว้ ก็พบว่ามีเสียงพระ สวดจริงตามที่ชาวบ้านร่ําลือกัน แต่หาต้นเหตุของเสียงไม่พบ ตากล้องที่ถ่ายทําได้เห็นแสงแวบ ออกมาจึงได้เข้ามาดูโดยแหวกต้นไทรเข้ามา จึงได้เห็นว่ามีประธานอยู่ในนี้ วัดนี้จึงมีผู้ศรัทธาที่ ติดตามจากรายการดังกล่าว ตัวพี่เองได้นิมนต์พระเข้ามาสวดที่วัดนี้เป็นประจํามาเป็นเวลา 11 ปี แล้ว ทุกวันสําคัญทางศาสนา รวมเทศกาลต่าง ๆ โดยการสวดมนต์เย็น นิมนต์จากวัดเพลงวิปัสสนา และวัดโพธิ์บางโอ เริ่มบ่าย 2-4 แล้วเวียนเทียนกันเองรอบโบสถ์ ตอนเช้าวันรุ่งขึ้นเลี้ยงเพล ทําตาม ทุนทรัพย์ที่มี อีกอย่างที่นี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ค่ารถแท็กซี่ประมาณ 200 บาทจากบ้าน อย่างอื่นไม่มีเพราะ แถวนี้อยู่ในสวนไม่มีของขาย ไม่มีร้านอาหาร ส่วนเงินทําบุญส่วนใหญ่จะจ่ายตามเทศกาลต่าง ๆ ในวันที่เกี่ยวข้องกับประเพณีทางศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันเข้าพรรษา จะนิมนต์ พระมาสวดมนต์ เลี้ยงเพล และก็จะเป็นพวกค่าดอกไม้ ค่าของไหว้ ซื้อเป็นดอกไม้ มานั่งจัดเอง ตอน แรก ๆ นะ พอตอนหลังทําไม่ไว้ เลยจ้างเขาทําเกือบ 20,000 บาท ทั้งค่าดอกไม้ ค่าจ้าง แตะจํา ทําเฉพาะในช่วงเทศกาลเท่านั้นถ้าเฉลี่ยเป็นวันต่อครั้งนะก็ประมาณครั้งละ 200 บาท” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “แล้วแต่ มาครั้งแรกมาคนเดียว แต่พอหลัง ๆ มากันเป็นกลุ่ม ชวนเพื่อน ๆ และคนรู้จัก มาทําบุญกัน อยากให้เขามาไหว้ มาขอพร” ใช้เวลาท่องเที่ยว “ประมาณชั่วโมงถึงชั่วโมงครึ่ง” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “พี่มาที่นี้ มาอยู่กับหลวงปู่ บูชาท่าน เกือบ 11 ปีแล้วนะ มาจนรู้จักกับเจ้าของที่ ที่ดูแล ชื่อลุงนันท์ ถ้าเฉลี่ยแล้วปีหนึ่งก็เกือบ 10 กว่าครั้ง” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “มา พี่มาตลอด ชีวิตพี่เหมือนผูกพันกับที่นี่นะ พี่ก็จะมาดูแล รับใช้หลวงปู่ไปตลอดละ” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ไม่มีค่ะ” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “ตรงนะ มาแล้วพี่รู้สึก สบายใจ บางทีไม่สบายใจก็มาบอกหลวงปู่ เรื่องอะไรที่เราไม่สบายใจ พอบอกหลวงปู่ก็ผ่านพ้นไป ได้ด้วยดี” ความสะอาด “ช่วงนี้พอดีกรมศิลปากรพื้นที่ 2 สุพรรณบุรี เข้ามาดูแล ซ่อมแซม เมื่อก่อน ไม่ใช้อย่างนี้นะ พี่เข้ามาตั้งแต่แรก ๆ มีต้นไม้ปกคลุม เยอะแยะไปหมด ถ้าเป็นไปได้พี่อยากให้

174

ซ่อมหอระฆัง เทพื้นใหม่ ทําเสมาใหม่ ทาสีโบสถ์ใหม่ มีหลายอย่างที่อยากจะให้ทํานะ แต่งบเรา มีน้อย ก็ต้องค่อยทําไป” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “พี่ว่าสิ่งที่พี่ได้รับมันไม่สามารถจะพูดออกมาได้หมดนะ อย่างน้อย ๆ เวลาที่พี่มาที่นี้ พี่มีความสุข ความสงบ สบายใจนะ” ข้อเสนอแนะ “อย่างที่บอก อยากทําเยอะมาก ถ้าเป็นไปได้พี่อยากให้ซ่อมหอระฆัง เทพื้น ใหม่ ทําเสมาใหม่ ทาสีโบสถ์ใหม่ มีหลายอย่างที่อยากจะให้ทํานะ” ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 3 คุณชนัญชิตา แย้มเงิน (วันที่สัมภาษณ์ 16 มิถุนายน 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศหญิง อายุ 38 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรี สถานภาพโสด อาศัยอยู่ ในเขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ปัจจุบันประกอบอาชีพเป็นพนักงานราชการ โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง รายได้ต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถยนต์ส่วนตัว รับทราบข้อมูล สถานที่ท่องเที่ยวจากคาบอกเล่าจากคนรู้จัก สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “ไม่เคยรู้จักวัดนี้มาก่อนทั้งทีบ้านเกิดเป็นคนเมืองนนท์ อยู่แถวบางบัวทอง ไม่เคยมาวัดนี้ พอดีน้องชายชวนมา เพราะเขาเคยมาไหว้ และเล่าให้ฟัง ก็เลย อยากมา อยากมาเห็นวัด อยากมาไหว้พระ พอเห็นแล้วก็ชอบนะ ดูเก่าดี ดูศักดิ์สิทธิ์ น่าเคารพ” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ค่าน้ํามันรถ ไปกลับไม่น่าจะไม่เกิน 200 บาท ขับมาจากบ้าน วิ่งมาไม่ไกลมาจากถนนราชพฤกษ์ต้นสาย แล้ววิ่งเข้ามาเส้นข้างในบางกรวย ส่วนค่าอาหารไม่มี แถวนี้ไม่มีของขาย มีแต่ค่าขนมกับน้ํา ซื้อตรงร้านค้าทางเดินเข้ามาที่วัดจ่ายไป 50 บาท และก็ ทําบุญใส่ตู้ไป 20 บาท” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “ก็มีน้องชาย แฟนน้อง และก็พี่สาว รวมตัวเองเป็น 4 คน” ใช้เวลาท่องเที่ยว “ประมาณ 50 นาทีถึงชั่วโมง” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “ไม่เคยมาเลย อย่างที่บอก เพิ่งมาครั้งแรก อย่างที่บอก ถ้าน้องชายไม่บอก ไม่ชวนมา ก็คงไม่เคยมา” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “กลับมา เพราะรู้สึกเวลามาไหว้หลวงพ่อแล้ว รู้สึกสบายใจ เวลาอยู่ในโบสถ์” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ไม่มีค่ะ” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “เหมาะสมนะ ดูขลังดี น่าเคารพ ถ้าเปลี่ยนแปลงอะไรไปมากกว่านี้ อาจทําให้บรรยากาศ และสภาพแวดล้อมบิดเบือนไป จากเดิมก็ได้” ความสะอาด “ก็ตามอัตภาพนะ เพราะว่าไม่ใช้วัดที่มีพระสงฆ์จําพรรษาอยู่”

175

สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “ความสุขใจ ความสบายใจ อิ่มบุญ” ข้อเสนอแนะ “ถ้าเป็นไปได้อยากให้มีที่จอดรถมากกว่านี้ แต่คงอยากเพราะเป็นที่ส่วน บุคคล รถเข้าไม่ถึง ต้องเดินเข้ามา มาครั้งแรกยังไม่อยากเชื่อเลยว่ามีวัดอยู่ข้างในสวน ลึกมาก” ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 4 คุณบัญชา พิษวงษ์ (วันที่สัมภาษณ์ 23 มิถุนายน 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศชาย อายุ 38 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรี สถานภาพโสด อาศัยอยู่ ในอาเภอลาลูกกา จังหวัดปทุมธานี ปัจจุบันประกอบธุรกิจส่วนตัว (ผู้รับเหมาก่อสร้าง) รายได้ต่อ เดือน 20,001-30,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถยนต์ส่วนตัว รับทราบข้อมูลสถานที่ ท่องเที่ยวจากคาบอกเล่าจากคนรู้จัก สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “ได้รับทราบข้อมูลจากคําบอกเล่าของคนที่รู้จักว่าที่วัดเพลงมี โบราณสถานที่เก่าแก่มาก สมัยอยุธยาตอนกลางเมื่อ 200 กว่าปี และมีพระพุทธรูปเก่าแก่อยู่ หลวงพ่ออู่ทอง จึงเกิดความเลื่อมใส อยากจะมาเห็นกับตา จึงได้มา เพื่อสักการะ และขอพรใน เรื่องหน้าที่การงานด้วย” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “มารถส่วนตัวจากบ้านที่ตลิ่งชัน พอดีมีอีกบ้านหนึ่ง มาถึงวัด เพลง ค่าน้ํามันก็ประมาณ 200-300 บาท ไปกลับก็น่าจะพอ ส่วนค่าอาหารค่าเครื่องดื่ม ก็ซื้อเตรียม มาจากข้างนอก เพราะทางวัดเพลงไม่มี ร้านค้าก็มีน้อย มากัน 5 คนซื้อข้าวกล่อง 200 บาท เครื่องดื่ม 100 บาท และก็ขนมกินเล่นอีก 100 บาท รวมก็ประมาณค่าอาหาร 400 บาท ส่วนเงิน ทําบุญ เห็นว่าวัดกําลังบูรณะอยู่หลายจุดก็เลยทําบุญไป มีค่าดอกไม้ธูปเทียน 20 บาท ช่วยค่าน้ําค่า ไฟ 50 บาท ตู้รับบริจาค 50 บาท ทําบุญถวายหลวงพ่อใส่ตู้เพิ่มไปอีก 50 บาท ” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “มี 5 คน มีแต่คนในครอบครัว มี แม่ พี่สาว 2 คน และก็ผมกับ แฟน” ใช้เวลาท่องเที่ยว “สักชั่วโมงหนึ่ง” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “เคยมาแล้ว จากการที่มาแล้วรู้สึกเลื่อมใสและศรัทธาจึง มาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 และจะมาอีก ถ้ามาโอกาส” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “กลับมาอีก เพราะรู้สึกเลื่อมใส และอยากเห็น การบูรณะโบราณสถานเสร็จแล้ว จะมีความงดงามแค่ไหน และอยากที่จะเก็บความภูมิใจที่ได้มา ที่นี้ไว้ตลอดไป” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “นอกจากมาทําบุญแล้ว ขากลับแวะซื้อของฝากพวกผลไม้ พอดีมีร้านค้า ข้างทาง ซื้อพวก ผลไม้ ขนม ต้นไม้ รวม ๆ กันแล้วก็ประมาณอีก 500 บาท”

176

ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “สถานที่เป็น โบราณสถาน เป็นที่ควรจะอนุรักษ์เก็บรักษาไว้ เป็นสิ่งที่น่าชม เหมาะสําหรับการศึกษาโบราณคดี ในอดีต ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป” ความสะอาด “เนื่องจากยังเป็นวัดเก่าคนทั่วไปไม่ค่อยรู้จัก ดูแล้วยังไม่ค่อยเรียบร้อย สะอาดมากนัก แต่ดูในภาพรวมก็ถือว่าใช่ได้นะ” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “แน่นอนครับ ได้มาสักการะพระพุทธรูป หลวงพ่ออู่ทอง ได้ เห็นโบราณสถานเก่าแก่ และรู้ประวัติความเป็นมา อิ่มบุญ สบายใจ” ข้อเสนอแนะ “ขอให้ช่วยกันอนุรักษ์สิ่งที่เป็นของคู่บ้านคู่เมืองในอดีต และอยากให้ ช่วยกันบอกเล่าต่อกันให้รับรู้ถึงสถานที่ แห่งนี้ จะได้มีคนรู้จัก และช่วยดูแลกันมากขึ้น จะได้ กลับมาดูสวยงามอีกครั้ง” ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 5 คุณดารารัตน์ กระนีจิตร (วันที่สัมภาษณ์ 7 กรกฎาคม 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศหญิง อายุ 37 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรี สถานภาพสมรส อาศัย อยู่ในอาเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ปัจจุบันเป็นพนักงานราชการ หน่วยงานรัฐแห่งหนึ่ง รายได้ต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถยนต์ส่วนตัว รับทราบข้อมูล สถานที่ท่องเที่ยวจากคาบอกเล่าจากคนรู้จัก สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “พอดีพี่ที่ทํางานชวนมา ไม่รู้จักวัดนี้หรอก พี่ชวนมาสวดมนต์ ไหว้พระ มาแล้วก็รู้สึกดีนะ” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ขับรถมากับแฟนจากบ้าน ค่าน้ํามันก็ประมาณ 200 บาท ซื้อน้ํา กับของกินอีก 150 บาท ทําบุญไป 200 บาท เบ็ดเสร็จแล้วก็ประมาณ 500-600 บาท” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “ 2 คน มากับแฟน” ใช้เวลาท่องเที่ยว “30 นาที” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “มาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “กลับมา เนื่องจาก สถานที่สงบดี และก็สวย แบบเดิม ๆ เงียบดี” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ไม่มี” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “ตรงนะ ตั้งใจมา ไหว้พระ ทําบุญ มาสวดมนต์ อยากมาที่สงบ ๆ คนไม่เยอะดี” ความสะอาด “ก็สะอาดในระดับหนึ่งนะ” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “ได้ทําบุญ ได้สวดมนต์ สบายใจ”

177

ข้อเสนอแนะ “อยากให้ปรับปรุงทางเข้าวัด ไม่ค่อนสะดวก ถนนขรุขระ” วัดโพธิ์บางโอ จานวน 5 ราย ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 1 คุณสมหญิง ยิ้มกลิ่ม (วันที่สัมภาษณ์ 7 สิงหาคม 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศหญิง อายุ 53 ปี ระดับการศึกษาประถมศึกษา สถานภาพหย่าร้าง อาศัยอยู่ในอาเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ปัจจุบันประกอบอาชีพรับจ้าง รายได้ต่อเดือน 5,00110,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถจักรยานยนต์ รับทราบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจาก คาบอกเล่าจากคนรู้จัก สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “มาทําบุญ มาไหว้พระ มาช่วยทําความสะอาดบริเวณวัด มาให้อาหารปลาที่วัด มาทําบุญถวายภัตตาหารเพลพระ” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ขับรถมอเตอร์ไซด์ เสียค่าน้ํามันประมาณ 100 บาท ซื้อน้ํากิน ประมาณ 50 บาท ของกินซื้อไก่ย่าง 100 บาท หมูปิ้งข้าวเหนียวอีก 50 บาท ทําบุญค่าสังฆทาน 100บาท ถวายเงินปัจจัยไป 300 บาท” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “2 คน ไปกับแม่” ใช้เวลาท่องเที่ยว “30 นาที” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “7 ครั้งแล้ว” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “กลับมา เพราะสถานที่สงบ ชอบ เงียบดี” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ก็มีค่าอาหารปลา 30 บาท และก็เช่าวัตถุมงคลจากทางวัด 500 บาท” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “เหมาะสม เพราะ ชอบ ความสงบ และความสะอาด และได้ทําบุญตามที่ตั้งใจไว้” ความสะอาด “ถือว่าสะอาดใช้ได้” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “ความสนุกสนาน ความสบายใจ และมีความสุข” ข้อเสนอแนะ “ไม่มี ทางวัดทําดีอยู่แล้ว” ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 2 คุณสุรสิทธิ์ จันทร์สุข (วันที่สัมภาษณ์ 7 สิงหาคม 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศชาย อายุ 21 ปี ระดับการศึกษาอนุปริญญา สถานภาพโสด อาศัยอยู่ ในเขตบางซื่อ กรุงเทพฯ ปัจจุบันเป็นนักศึกษา รายได้ต่อเดือน 5,001-10,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้

178

เดินทาง รถรับจ้างทั่วไป รับทราบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจากคาบอกเล่าจากคนรู้จัก และหนังสือ แนะนาการท่องเที่ยว สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “มาไหว้พระ มาทําบุญถวายข้าวพระ” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ ค่ารถแท็กซี่ประมาณจากบ้าน 200 บาท ค่าอาหารถวายพระ 600 บาท คําบุญถวายพระ 500 บาท ก็จะมีค่าสังฆทาน 200 บาท ทําบุญหยอดตู้ค่าน้ําค่าไฟ ประมาณ 200-300 บาท” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “มาคนเดียวครับ” ใช้เวลาท่องเที่ยว “30-40 นาที” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “ครั้งแรก” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “กลับมา ชอบนะ ติดใจ ห้องน้ําสะอาดดี ชอบ บ่อปลา พระเทศนาให้พรดี” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ก็มีค่าอาหารปลา 100 บาท” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “ก็ยังไม่ตรงหมดนะ สถานที่ให้อาหารปลายังไม่ค่อยดี” ความสะอาด “ความสะอาดก็ใช้ได้ ร่มรื่นดี” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “ได้บุญ” ข้อเสนอแนะ “อยากให้มีที่ให้อาหารปลา” ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 3 คุณอภิเดช ประสาทศิลปะพงษ์ (วันที่สัมภาษณ์ 7 สิงหาคม 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศชาย อายุ 22 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรี สถานภาพโสด อาศัยอยู่ ในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ปัจจุบันเป็นนักศึกษา รายได้ต่อเดือนต่ากว่า 5,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถโดยสารประจาทาง และรถรับจ้างทั่วไป รับทราบข้อมูลสถานที่ ท่องเที่ยวจากอินเตอร์เน็ต สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “อยากมาทําบุญใส่บาตรเพื่อให้จิตใจผ่องใส มาไหว้พระ มานั่งสมาธิ และมาทําบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว อีกอย่างอยากมาชมบริเวณวัด วัดมีศิลปวัฒนธรรมเก่าแก่ มีโบสถ์เก่า มีภาพวาดเก่า บริเวณวัดมีความเงียบสงบ จิตใจสงบดี” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ นั่งรถเมล์ประมาณ 6.50 บาท (ต่อคน) มาลงที่วิทยาลัยราช พฤกษ์ ต่อแท็กซี่เข้าวัดประมาณ 50-60 บาท ไม่ไกลมาก ค่าอาหาร ค่าน้ํา ค่าขนมประมาณ 300 บาท ทําบุญถวายพระค่าสังฆทาน 160 บาท”

179

จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “4 คน มีพ่อ แม่ พี่ กับตัวผม” ใช้เวลาท่องเที่ยว “40 นาที” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “สองครั้ง” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “อยากกลับมา เพราะชอบบรรยากาศ ลมเย็น เงียบสงบ” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “จ่ายซื้อยาดม 10 บาท ผ้าเย็น 5 บาท” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “ตรง มีบรรยากาศที่ดี มีความเงียบสงบ เหมาะสมกับการทําบุญ” ความสะอาด “มีความสะอาดที่พอใช้” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “ได้ความสงบจิตใจผ่องใส และความสบายใจ ได้บุญอิ่มใจ” ข้อเสนอแนะ “ไม่มี” ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 4 คุณสมศักดิ์ ลลิตสกุล (วันที่สัมภาษณ์ 7 สิงหาคม 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศชาย อายุ 65 ปี ระดับการศึกษาประถมศึกษา สถานภาพโสด อาศัย อยู่ในอาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ปัจจุบันเป็นพ่อบ้าน รายได้ต่อเดือนต่ากว่า 5,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถรับจ้างทั่วไป รับทราบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจากป้ายประชาสัมพันธ์ ตามไหล่ทาง และคาบอกเล่าจากคนรู้จัก สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “มาไหว้พระ สวดมนต์ มาทําบุญ ให้อาหารปลา ถวาย สังฆทาน” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ เดินทางด้วยรถแท็กซี่เสียค่าใช้จ่ายประมาณ 270 บาท เสียค่าเครื่องดื่มแก้วละ 10 บาท ซื้อสังฆทานชุดละ 299 บาท และทําบุญกระเบื้องมุงหลังโบสถ์ แผ่นละ 20 บาท” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “เดินทางมากับคนในครอบครัว รวม 3 คน มีตนเอง แม่ น้อง” ใช้เวลาท่องเที่ยว “30-40 นาที” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “มาครั้งแรก” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “ผมว่าไม่นะ ไม่กลับมา เดินทางค่อนข้าง ลําบาก ไม่ค่อยสะดวก” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ไม่มีค่าใช้จ่ายอื่น ส่วนมากใช้ในการทําบุญ ดอกไม้ ธูปเทียน และใช้เป็น ค่าปัจจัยในการทําบุญ”

180

ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “ตรงกับวัตถุประสงค์ เพราะต้องการไปทําบุญในวัดที่เงียบสงบ คนน้อย ไม่พลุกพล่าน” ความสะอาด “สะอาด พอใช้ได้” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “ได้ความสบายใจ สงบ ได้กระชับความสัมพันธ์กับคนใน ครอบครัว” ข้อเสนอแนะ “ไม่มี” ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 5 คุณชยุตพล หาญวงศ์จิรวัฒน์ (วันที่สัมภาษณ์ 7 สิงหาคม 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศชาย อายุ 44 ปี ระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น สถานภาพสมรส อาศัยอยู่ในอาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ปัจจุบันประกอบธุรกิจส่วนตัว รายได้ต่อเดือน 10,00120,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถยนต์ส่วนตัว รับทราบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจาก หนังสือ แนะนาการท่องเที่ยว และคาบอกเล่าจากคนรู้จัก สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “มาทําบุญ ถวายสังฆทาน ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ทําจิตใจให้สงบ มาให้อาหารปลา” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางเป็นค่าน้ํามันประมาณ 400 บาท พักทานอาหารและเครื่องดื่มประมาณ 100 บาท ค่าทําบุญถวายสังฆทานชุดละ 100 บาท” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “2 คนกับเพื่อน” ใช้เวลาท่องเที่ยว “40-50 นาที” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “มาเป็นครั้งแรก” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “ถ้ามีโอกาสก็มาอีกนะ” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ไม่มีค่าใช้จ่ายอื่น เนื่องจากใช้เพียงเงินในการทําบุญกับรับประทาน อาหาร” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “ตรงตามวัตถุประสงค์ ไปเพื่อต้องการทําบุญ ต้องการความสงบ พักผ่อนจิตใจ” ความสะอาด “วัดมีความสะอาดดี” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “ความสนุกที่ได้มาท่องเที่ยว สบายใจ ข้อเสนอแนะ “ไม่มี”

181

วัดชลอ จานวน 5 ราย ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 1 คุณสุจิดา จิณวงษ์ (วันที่สัมภาษณ์ 29 มิถุนายน 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศหญิง อายุ 30 ปี ระดับการศึกษาระดับปริญญาตรี สถานภาพสมรส อาศัยอยู่ในเขตบางพลัด กรุงเทพฯ ปัจจุบันเป็นพนักงานหน่วยงานเอกชน รายได้ต่อเดือน 10,00120,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถยนต์ส่วนตัว รับทราบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจาก คาบอก เล่าจากคนรู้จัก และเป็นทางผ่านเพื่อเดินทางไปทางาน สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “รู้จักวัดนี้ดี ผ่านอยู่เกือบทุกวัน บ้านก็ไม่ไกลจากนี้ พอดีพา ครอบครัวมาทําบุญ ในวันหยุดด้วย ไม่ไกลดี” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “มีแต่ค่าน้ํามัน จากบ้านมานี้ก็ประมาณ 5 กิโลเอง ถ้าประมาณ ให้เติมน้ํามันไปกลับไม่เกิน 200 บาทก็พอ และก็มีค่าดอกไม้ไหว้พระ ค่าทําบุญในตู้ที่ไหว้พระ ในโบสถ์เก่า และก็ค่าอาหารปลา ทําบุญไปประมาณ 200 บาท” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “มากัน 5 คน อีก 4 คนก็มี แฟน และก็ลูกอีก 2 คน กับหลาน อีก 1 คน” ใช้เวลาท่องเที่ยว “50 นาทีถึงชั่วโมง” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “เคยมาแล้วครั้งหนึ่ง มาทําบุญแบบนี้หละ” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “มาค่ะ เพราะไม่ไกลจากบ้าน อีกอย่างตรง ริมน้ําร่มรื่นดี เด็ก ๆ มาเที่ยวได้ ให้อาหารปลาได้ะ” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ก็มีแวะซื้อขนมไปฝากที่บ้าน จ่ายไป 200 บาท” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “ก็เหมาะสมดี มาที่เดียว ได้ครบหมด” ความสะอาด “ยังไม่ค่อยสะอาด” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “สบายใจ สนุกดี เด็ก ๆ ชอบ” ข้อเสนอแนะ “อยากให้มีการเก็บขยะ เพิ่มถังขยะ ไม่อยากให้มีคนมากกว่านี้กลัวมีมาก แล้วจะวุ่นวาย ความเงียบสงบจะหายไป” ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 2 คุณขวัญสุดา ศรีสกุล (วันที่สัมภาษณ์ 29 มิถุนายน 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศหญิง อายุ 15 ปี ระดับการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สถานภาพโสด อาศัยอยู่ในเขตบางซื่อ กรุงเทพฯ ปัจจุบันเป็นนักเรียนยังศึกษาอยู่ในโรงเรียนรัฐ แห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี รายได้ต่อเดือน 3,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถโดยสารประจา

182

ทาง รับทราบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจาก คาบอกเล่าจากคนรู้จัก อินเตอร์เน็ต และเป็นเส้นทางผ่าน เดินทางไปโรงเรียน สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “อยากมาทําบุญกับเพื่อน ๆ และก็ชอบบรรยากาศของวัดนี้ ชอบมากินก๋วยเตี๋ยวกับเพื่อน ๆ อร่อย ไม่แพงค่ะ” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ก็มีค่ารถโดยสารจากบ้านก็ประมาณ 40 บาท ค่าก๋วยเตี๋ยว 35 บาท ค่าน้ําประมาณ 15 บาท เงินทําบุญค่าดอกไม้ไหว้พระ 20 บาท ค่าทําบุญในตู้ในโบสถ์ ทําบุญ ไปประมาณ 30 บาท และก็ค่าอาหารปลา 20 บาท” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “วันนี้มา 5 คน กับเพื่อน ๆ ที่โรงเรียน มาทําบุญ ให้อาหาร ปลา และก็มาถ่ายรูปกัน” ใช้เวลาท่องเที่ยว “1 ชั่วโมง” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “ประมาณสองถึงสามครั้งแล้วค่ะ” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “มาอีก ชอบทานก๋วยเตี๋ยว มาให้อาหารปลา มาทําบุญ” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ไม่มีค่ะ” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “ยังไม่ครบนะค่ะ ยังไม่ เคยขึ้นไปดูโบสถ์เรือหงษ์ เห็นเขากําลังก่อสร้างกันอยู่ ไม่รู้ว่าเสร็จยัง ขึ้นไปชมได้หรือเปล่า” ความสะอาด “ก็ถือว่าสะอาดนะค่ะ หนู่ว่า” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “สนุกดีค่ะ ผ่อนคลายดี” ข้อเสนอแนะ “อยากให้ทําโบสถ์ให้เสร็จไว ๆ จะได้เข้าไปไหว้พระ อยากให้มีร้านค้าเยอะ กว่านี้ อยากให้มีต้นไม้ มีที่ร่มมากกว่านี้ค่ะ” ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 3 คุณอานาจ จันทร์สุภา (วันที่สัมภาษณ์ 29 มิถุนายน 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศชาย อายุ 34 ปี ระดับการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สถานภาพสมรส อาศัยอยู่ที่อาเภอภาชี จังหวัดอยุธยา ปัจจุบันเป็นพนักงานบริษัทเอกชน รายได้ต่อ เดือน 10,001-20,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถยนต์ส่วนตัว รับทราบข้อมูลสถานที่ ท่องเที่ยวจาก คาบอกเล่าจากคนรู้จัก (พี่สาว) ขับรถผ่านเวลามาบ้านพี่สาว สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “พอดีพาแม่มาเยี่ยมพี่สาวที่พักอยู่แถวนี้ ขับรถผ่านเห็นโบสถ์ เลยสะดุดตาโบสถ์เป็นรูปเรือหงส์ ชอบโบสถ์ เลยพาครอบครัวเข้ามาทําบุญ ให้อาหารปลาด้วย” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ ก็มีค่าน้ํามันรถขับมาจากบ้านเติมมาประมาณ 500 บาท (ประมาณ 110 กิโลเมตร) ทําบุญใส่ตู้ไปประมาณ 100 บาท ค่าอาหารปลาจ่ายไป 40 บาท สองถุง”

183

จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “4 คน พาแม่มา กับ ลูก และก็หลาน รวมตัวเองด้วยก็ 4 คน” ใช้เวลาท่องเที่ยว “1 ชั่วโมง” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “ครั้งนี้ครั้งที่สองที่แวะเข้ามา” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “เข้ามาอีก เพราะต้องเข้ามาหาพี่สาว จะพาลูก เข้ามาให้อาหารปลา และก็มาทําบุญ” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ไม่มี เพราะอยู่ใกล้บ้านพี่สาว ของกินไปกินที่บ้านพี่สาว” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “ก็ใช้ได้นะ ผมถือว่าเข้า มาพักผ่อน พาลูกมาเที่ยว” ความสะอาด “ยังไม่ค่อยสะอาดนะ” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “พักผ่อน ทําบุญ” ข้อเสนอแนะ “ให้เพิ่มห้องน้ํา ถังขยะ ป้ายให้ความรู้แก่คนทั่วไปได้อ่านพวก ประวัติความ เป็นมา พื้นถนนอยากให้ทําให้ดีกว่านี้” ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 4 คุณปวิตา สุทธิศรานันท์ (วันที่สัมภาษณ์ 13 กรกฏาคม 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศหญิง อายุ 36 ปี ระดับการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สถานภาพสมรส อาศัยอยู่ในเขตสวนหลวง กรุงเทพฯ ปัจจุบันประกอบธุรกิจส่วนตัว รายได้ต่อ เดือน 20,001-30,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถรับจ้างทั่วไป รับทราบข้อมูลสถานที่ ท่องเที่ยวจาก คาบอกเล่าจากคนรู้จัก สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “รู้จักวัดนี้จากเพื่อน อีกอย่างวันนี้เป็นวัดหยุด เพื่อนก็เลยชวน มา แต่เดิมก็ตั้งใจอยู่แล้วว่าอยากจะมาทําบุญไหว้พระ ให้ทาน ให้อาหารปลา ซึ่งก็ตรงใจตามที่ ตั้งใจไว้ เพราะเพื่อนเล่าให้ฟังว่า วัดนี้เป็นวัดเก่า มีโบสถ์อยู่บนเรือหงส์ ยิ่งทําให้อยากมา” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ มีค่ารถแท็กซี่ที่นั่งไปกลับประมาณ 500-600 บาท จากบ้าน อีกอย่างวัดนี้มีตลาดริมน้ําในวันหยุด มีของกินเยอะดี เลยคุยกับเพื่อนว่ามากินอาหารกลางวันที่วัด นี้ดีกว่า ก็ประมาณตกค่าใช้จ่ายต่อคนมีค่าก๋วยเตี๋ยวอร่อยดีนะ ค่าเครื่องดื่ม ประมาณคนละ 50-60 บาท เงินทําบุญค่าดอกไม้ไหว้พระ ค่าทําบุญในตู้ที่ไหว้พระในโบสถ์เก่า ทําบุญไปประมาณ 60 บาท และก็ค่าอาหารปลา ซื้อไป 2 ถุง 40 บาท” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “วันนี้มากัน 3 คน ก็มีตัวพี่ และก็เพื่อนอีก 1 คน กับลูกสาว เพื่อนอีก 1 คน นั่งรถมาจากบ้านด้วยกัน” ใช้เวลาท่องเที่ยว “40-50 นาที” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “มาเป็นครั้งแรก ยังไม่เคยมาก่อนหน้านี้”

184

จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “ถ้ามีโอกาสจะกลับมานะ อันนี้ไม่กล้ารับปาก เพราะว่าไกลจากบ้าน บ้านอยู่แถวสวนหลวง หรือถ้าผ่านเข้ามาจะแวะเข้ามานะ จะมาดูโบสถ์ว่า เสร็จหรือยัง แต่ชอบนะ บรรยากาศเงียบดี คนไม่ค่อยเยอะ” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ก็มีแวะซื้อขนมไปฝากที่บ้าน จ่ายไป 200 บาท” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “ก็ถือว่าตรงนะ ร่มรื่น มีคลองติดกับวัด มีให้อาหารปลา มีร้านค้าขายอาหารในบริเวณวัด มีโบสถ์ที่เก่า และแปลก มีจุดให้ ทําบุญไหว้พระ ถวายสังฆทานด้วย” ความสะอาด “อืมๆๆ ยังไม่ค่อยสะอาดนะ อยากให้สะอาดมากกว่านี้ อาจเป็นเพราะ กําลัง ปรับปรุงสถานที่อยู่มั้ง” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “รู้สึกสบายใจ ได้ทําบุญ ผ่อนคลายดี ทํางานมาทั้งสัปดาห์ อีกอย่างค่าใช้จ่ายก็ไม่มาก คนน้อยดี” ข้อเสนอแนะ “อยากให้เพิ่มจุดล้างมือ เพิ่มห้องน้ําให้มากกว่านี้ และก็ปรับปรุงพื้นที่ในวัด ให้เรียบ” ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 5 คุณอรอุมา ชัชวาลชาติ (วันที่สัมภาษณ์ 13 กรกฏาคม 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศหญิง อายุ 25 ปี ระดับการศึกษาระดับปริญญาตรี สถานภาพโสด อาศัยอยู่ในเขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ ปัจจุบันเป็นพนักงานราชการ มหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่ง รายได้ ต่อเดือน 5,001-10,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถยนต์ส่วนตัว รับทราบข้อมูลสถานที่ ท่องเที่ยวจาก คาบอกเล่าจากคนรู้จัก และอินเตอร์เน็ต สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “เดิมอยากทําบุญอยู่แล้ว พอดีเคยผ่านวัดนี้ เคยเรียนอยู่แถว ๆ นี้ เคยแวะเข้ามาครั้งหนึ่ง ก็เลยหาข้อมูลจากทางอินเตอร์เน็ต ดูบริเวณวัดสวยดี น่าท่องเที่ยว อีกอย่างทราบจากเพื่อน ๆ ให้มาท่องเที่ยววัดนี้ มีโบสถ์เรือหงษ์” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “มีค่าน้ํามันประมาณ 500 บาท เติมจากปั๊มแถวบ้าน ใช้ไม่หมด นะยังเหลืออีกขับไปได้อีกหลายวัน และก็มีค่าก๋วยเตี๋ยว 35 บาท ค่าน้ําประมาณ 15 บาท เงินทําบุญ ค่าดอกไม้ไหว้พระ 20 บาท ค่าทําบุญในตู้ในโบสถ์ ทําบุญไปประมาณ 40 บาท และก็ค่าอาหาร ปลา 40 บาท” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “วันนี้มา 2 คน กับพี่ชาย เป็นคนขับรถมาให้” ใช้เวลาท่องเที่ยว “40-50 นาที” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “มาเป็นครั้งที่สอง”

185

จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “กลับมานะ จะกลับมาทําบุญ มากินก๋วยเตี๋ยว จะกลับมาดูโบสถ์เรือหงษ์ว่าสร้างเสร็จหรือยัง” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ซื้อขนมไปฝากแม่ จ่ายไป 120 บาท” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “เหมาะสมนะ มีโบสถ์ เก่า มีโบสถ์เรือหงส์ อยู่ติดริมน้ํา มีปลา มีจุดให้อาหารปลา มีตลาดมีของกิน ของฝาก” ความสะอาด “ยังไม่ค่อยสะอาดเท่าที่ควร” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “สุขใจที่ได้ทําบุญ และก็ถือว่ามาพักผ่อนไม่ต้องไปไกลถึง ต่างจังหวัด” ข้อเสนอแนะ “อยากให้สะอาดมากกว่านี้ เพิ่มถังขยะ บางจุดยังมีขยะอยู่ที่พื้น อยากให้มี ตลาด มีร้านค้ามากกว่านี้” วัดบางขนุน จานวน 5 ราย ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 1 คุณวสุพงศ์ ชานเฮงโทน (วันที่สัมภาษณ์ 16 สิงหาคม 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศชาย อายุ 43 ปี ระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย สถานภาพ สมรส อาศัยอยู่ในเขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ปัจจุบันประกอบธุรกิจส่วนตัว รายได้ต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถยนต์ส่วนตัว รับทราบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจาก ป้ายประชาสัมพันธ์ตามไหล่ทาง และคาบอกเล่าจากคนรู้จัก สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “ตั้งใจแต่แรกว่าจะมาทําบุญที่วัดนี้ เคยขับรถผ่านวัดนี้ เห็นป้ายบอก รู้สึกว่าวัดนี้สวยดี สะอาด ร่มรื่น” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ มารถส่วนตัวก็จะมีค่าน้ํามันประมาณ 300 บาท จากบ้าน ค่าอาหารประมาณ 150 บาท เครื่องดื่มอีก 50 บาท และก็ทําบุญถวายเครื่องสังฆทานไปอีก 100 บาท เงินทําบุญอีก 100 บาท มีประมาณนี้” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “มากัน 4 คน พาที่บ้านมา” ใช้เวลาท่องเที่ยว “1 ชั่วโมงถึงชั่วโมงครึ่ง” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “มาเป็นครั้งแรก ยังไม่เคยมาเลย” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “กลับ เพราะชอบสถานที่ร่มรื่น สะอาด เข้ามา ทําบุญแล้วสบายใจ” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ไม่มีนะ”

186

ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว ตั้งใจมาทําบุญ ถวายสังฆทาน” ความสะอาด “สถานที่ก็ถือว่าสะอาดดี ไม่มีขยะให้เห็นนะ” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “ได้ความสบายใจ อิ่มอกอิ่มใจ” ข้อเสนอแนะ “ไม่มีครับ”

“เหมาะสมนะ เพราะ

ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 2 คุณมาลัย แจ่มแจ้ง (วันที่สัมภาษณ์ 16 สิงหาคม 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศหญิง อายุ 65 ปี ระดับการศึกษาประถมศึกษา สถานภาพหย่าร้าง อาศัยอยู่ในอาเภอท่าวาสุกรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันเป็นแม่บ้าน รายได้ต่อเดือน 5,00110,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถรับจ้างทั่วไป รับทราบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจาก คาบอก เล่าจากคนรู้จัก สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “รู้จักวัดนี้จากเพื่อนแนะนํา เพราะอยากจะมาปฏิบัติธรรมด้วย อยากมาไหว้พระทําบุญ จะได้มีสติ มีความรอบคอบ เวลาทําอะไรหลาย ๆ อย่างจะได้มีความ รอบคอบ” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ นั่งรถโดยสาร ต่อรถเอา ค่าใช้จ่ายมาถึงก็ประมาณ 440 บาท ค่าอาหารก็จะมีค่าข้าว 35 บาท ค่าน้ําประมาณ 8 บาท และก็ค่าขนม วันหนึ่งก็ประมาณ 120 บาท เงินทําบุญก็ประมาณ 150 บาท ช่วยเป็นเงินทําบุญค่าน้ําค่าไฟวัด” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “มากัน 5 คน กับเพื่อน ๆ แถวบ้าน” ใช้เวลาท่องเที่ยว “1 ชั่วโมง” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “ครั้งนี้ครั้งที่ 4 แล้ว” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “กลับมาอีก เพราะชอบสถานที่ สงบร่มเย็นดี” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ขากลับแวะซื้อของฝาก ขนม ของกิน ก็ประมาณ 500 บาท” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “เหมาะสมนะ เพราะมา ทําบุญ เพื่อมาทําจิตใจให้สงบ” ความสะอาด “ดี พอสมควร” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “กลับไปทํางาน ทํากิจกรรมต่าง ๆ มีความสบายใจ มีสมาธิ มีสติในการทํางานต่อได้” ข้อเสนอแนะ “ไม่มี”

187

ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 3 คุณประสงค์ เสนียวงศ์ ณ อยุธยา (วันที่สัมภาษณ์ 16 สิงหาคม 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศชาย อายุ 35 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรี สถานภาพโสด อาศัยอยู่ ในเขตบางกอกน้อย ซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 กรุงเทพฯ ปัจจุบันประกอบธุรกิจส่วนตัว รายได้ ต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถรับจ้างทั่วไป รับทราบข้อมูลสถานที่ ท่องเที่ยวจาก คาบอกเล่าจากคนรู้จัก สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “พอดีเคยเป็นคนท้องที่แถวนี้ รู้จักวัดนี้ตั้งแต่เด็ก ส่วนใหญ่ ที่มาวัดก็ตั้งใจมาทําบุญ ชอบมาทําบุญวัดนี้ นาน ๆ มาที” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ นั่งรถรับจ้างโดยสารมาประมาณ 20 บาท ค่าใช้จ่ายในการ ทําบุญ ซื้อกับข้าวถวายเพลพระบ้าง ก็ประมาณ 200 บาท ถวายตอนวันพระ ค่าสังฆทาน 200 บาท ทางวัดมีสังฆทานไว้บริการญาติโยม” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “5 คน มากับครอบครัว” ใช้เวลาท่องเที่ยว “1 ชั่วโมง” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “10 ครั้งแล้ว” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “กลับมาอีก เพราะเดินทางสะดวก ชอบวัดนี้” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ไม่มีครับ” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “ตรงตามวัตถุประสงค์ เพราะตั้งใจมาทําบุญ” ความสะอาด “สะอาด มีคนทําความสะอาด” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “ทําให้จิตใจสงบ สบายใจ ที่ได้มาทําบุญ” ข้อเสนอแนะ “อยากเพิ่มคนทําความสะอาดห้องน้ํา” ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 4 คุณพงษ์ศักดิ์ เพ็งพิต (วันที่สัมภาษณ์ 16 สิงหาคม 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศชาย อายุ 43 ปี ระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น สถานภาพสมรส อาศัยอยู่ในอาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ปัจจุบันรับจ้างทั่วไป รายได้ต่อเดือน 5,00110,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถยนต์ส่วนตัว รับทราบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจาก คาบอก เล่าจากคนรู้จัก และหนังสือแนะนาการท่องเที่ยว สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “ตั้งใจมาทําบุญเนื่องในวันเข้าพรรษา มาถวายสังฆทาน อีก อย่างเห็นจากหนังสือแนะนําการท่องเที่ยว ดูแล้วว่าวัดนี้น่าสนใจจึงมาที่วัดนี้”

188

ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ ใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางมีค่าใช้จ่าย ค่าน้ํามันรถ ประมาณ 500 บาท ค่าอาหารซื้อจากข้างนอกเข้ามา ประมาณ 100-200 บาท ซื้อสังฆทานเข้ามาเอง ประมาณ 300-400 บาทต่อชุด” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “2 คน มากับแฟน” ใช้เวลาท่องเที่ยว “40-50 นาที” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “มาครั้งแรก” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “กลับมา เพราะที่วัดนี้บรรยากาศร่มเย็น เงียบ สงบดี เหมาะแก่การทําบุญ” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ไม่มี” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “มีความเหมาะสม เพราะมาวัดมาทําบุญ ถวายสังฆทาน” ความสะอาด “ถือว่ามีความสะอาดมากพอควร” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “ได้ความสบายใจ มาทําบุญแล้วใจสงบ ไม่ต้องคิดอะไรมาก ข้อเสนอแนะ “ไม่มี” ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 5 คุณสุมล แซ่เฮง พิสิษฐ์สังฆการ (วันที่สัมภาษณ์ 16 สิงหาคม 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศหญิง อายุ 38 ปี ระดับการศึกษาปริญญาเอก สถานภาพสมรส อาศัย อยู่ในอาเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ปัจจุบันรับราชการ มหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่ง รายได้ต่อเดือน 30,000 บาทขึ้นไป ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถยนต์ส่วนตัว รับทราบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจาก ป้ายประชาสัมพันธ์ตามไหล่ทาง และคาบอกเล่าจากคนรู้จัก สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “ทราบมาว่าวัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ มีชื่อเสียง มีคนรู้จัก ก็เลยอยาก มาทําบุญ ไหว้พระในวันหยุด” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ค่าน้ํามันรถประมาณ 150-200 บาทจากบ้านมาไม่ไกล และก็ จะมีค่าอาหารประมาณ 70-100 บาท ค่าน้ําเปล่า น้ําอัดลมประมาณไม่เกิน 50 บาท ค่าดอกไม้ธูป เทียน ทางวัดมีพร้อมให้แล้วแต่เราจะทําบุญบริจาคตามศรัทธา ก็จะทําไปประมาณ 100-200 บาท” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “มากัน 2 คน” ใช้เวลาท่องเที่ยว “1 ชั่วโมง” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “ครั้งที่ 2”

189

จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “ถ้ามีโอกาสจะกลับมาวัดบางขนุนอีก แต่ว่า ต้องหาวันว่างก่อน จะได้เข้ามาทําบุญ ไหว้พระ” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ไม่ค่อยมีค่ะ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ทําบุญเพิ่มบ้าง ประมาณ 50-100 บาท” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะมาทําบุญ ไหว้พระ” ความสะอาด “สะอาด อยู่ในระดับพอใจ” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “ความสบายใจ สงบใจ ได้บุญสร้างกุศล” ข้อเสนอแนะ “ไม่มี” วัดบางไกรใน จานวน 5 ราย ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 1 สิบเอกวรวุฒิ เสาให้สกุณีย์ (วันที่สัมภาษณ์ 30 มิถุนายน 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศชาย อายุ 34 ปี ระดับการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สถานภาพสมรส อาศัยอยู่ในเขตบางซื่อ กรุงเทพฯ ปัจจุบันรับราชการทหาร รายได้ต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถยนต์ส่วนตัว รับทราบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจาก ป้ายประชาสัมพันธ์ตามไหล่ทาง สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “พอดีชวนที่บ้านมาทําบุญ ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดี กะขับรถมา เรื่อย ๆ พอดีเห็นป้ายวัด เที่ยวโบราณสถาน ก็เลยขับเข้ามา เพราะตั้งใจจะมาทําบุญและไหว้พระ และก็พาเด็ก ๆ มาชมโบราณสถานด้วย” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “มีค่าน้ํามันประมาณ 200 บาท ขับมาจากบ้าน และก็มีค่าอาหาร กลางวันแวะกินที่ร้านค้าประมาณ 700-800 บาท ทําบุญให้กับทางวัดไป 20-100 บาท ก็ใส่ตู้ทั่วไป ค่าน้ําค่าไฟวัด ธูปเทียนเขามีให้” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “5 คน มาทั้งครอบครัว” ใช้เวลาท่องเที่ยว “40-50 นาที” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “มาเป็นครั้งแรก” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “กลับมา จะกลับมาทําบุญ ไหว้พระ มาดู โบราณสถาน” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ไม่มี”

190

ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “ก็ตรงนะ ไม่ค่อยชอบ วัดที่มีคนเยอะ ดูไม่ค่อยสงบ ชอบวัดเล็ก ๆ คนน้อย ๆ เงียบ ๆ สงบดี” ความสะอาด “ตามสภาพนะ ไม่โทรมมาก ก็เป็นแบบโบราณสถานดี” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “พักผ่อน ได้ศึกษาเชิงประวัติศาสตร์ โบราณสถาน” ข้อเสนอแนะ “ไม่มีนะ อยากให้คงสภาพเก่า ๆ ไว้แบบนี้” ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 2 คุณคัมภีร์ สีชมภู (วันที่สัมภาษณ์ 6 สิงหาคม 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศชาย อายุ 38 ปี ระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น สถานภาพโสด อาศัยอยู่ในเขตบางซื่อ กรุงเทพฯ ปัจจุบันเป็นพนักงานหน่วยงานเอกชน รายได้ต่อเดือน 5,00110,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถจักรยานยนต์ รับทราบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจาก คาบอกเล่าจากคนรู้จัก สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “มาทําบุญในวันคล้ายวันเกิดประจําปี เพราะปกติทุก ๆ วันใน วันคล้ายวัดเกิดก็จะพาครอบครัวมาทําบุญ ถวายสังฆทาน ให้ทานครับ และอีกอย่างคือผมชอบพา ครอบครัวมาทําบุญที่วัด โดยจะเลือกวันที่สงบ ๆ ไม่ค่อยชอบที่อ ยู่ในเขตชุมชน ส่วนตัวแล้วชอบ บรรยากาศที่เงียบสงบ ไม่ชอบที่มีคนเยอะครับ” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ ใช้รถมอเตอร์ไซด์ส่วนตัวครับ ประมาณค่าใช้จ่าย 100200 บาท ทั้งไปและกลับ ส่วนค่าข้าวก็กินมาระหว่างทางที่เดินทางมาวัดครับ ก็ราว ๆ 300-400 บาท โดยประมาณ เงินทําบุญก็ตามกําลังทรัพย์ มีเท่าไหร่ก็ทําเท่านั้น ทําด้วยใจครับ ก็ประมาณ 20100 บาท” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “3 คน ครับ มีลูกกับแฟนด้วย” ใช้เวลาท่องเที่ยว “สักชั่วโมงถึงจะได้” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “มาเป็นครั้งที่สอง” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “ถ้ามีโอกาสก็จะกลับมาท่องเที่ยวอีกครับ เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่า ชอบทําบุญครับ” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ไม่มีครับ เพราะส่วนใหญ่จะไม่เสียค่าใช้จ่ายซื้อดอกไม้ ธูปเทียนแต่ อย่างใด ชุดสังฆทานก็มีให้บูชา แล้วแต่จะทําบุญครับ” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “ตรงตามวัตถุประสงค์ ครับ เพราะครอบครัวเรามีความตั้งใจที่จะมาไหว้พระ ถวายสังฆทาน” ความสะอาด “ดูสะอาดดีครับ ปกติไปวัดอื่น ๆ จะเห็นใบไม้แห้ง กองขี้หมา เยอะแยะ ไปหมด”

191

สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “ความเป็นสิริมงคลครับ ผมเชื่ออย่างนั้นนะ” ข้อเสนอแนะ “สําหรับวัดบางไกรใน มีความสะอาด บรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ เหมาะ สําหรับการถือศีล ปฏิบัติธรรมมากครับ” ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 3 คุณบางอร ท้วมอ่วม (วันที่สัมภาษณ์ 6 สิงหาคม 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศหญิง อายุ 65 ปี ระดับการศึกษาประถมศึกษา สถานภาพสมรส อาศัยอยู่ในอาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ปัจจุบันเป็นแม่บ้าน รายได้ต่อเดือนต่ากว่า 5,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถยนต์ส่วนตัว รับทราบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจาก คาบอกเล่าจากคน รู้จัก สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “เป็นคนพื้นที่ ชอบมาวัดนี้ ชอบมาทําบุญ ไหว้หลวงพ่อโต มาปฏิบัติธรรม ฟังเทศน์” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไม่มีนะเพราะอยู่ใกล้บ้าน มีแต่ค่า กับข้าวประมาณ 500-600 บาท ที่จะนํามาถวายเพล ในวันพระ ส่วนเงินทําบุญก็ประมาณ 500 บาท สังฆทานประมาณ 300-400 บาท ทางวัดมีบริการชุดสังฆทานให้บูชา แล้วแต่เราจะทําบุญ” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “3 คน ตัวเองกับลูกอีก 2” ใช้เวลาท่องเที่ยว “ถ้ามาไหว้พระทําบุญอย่างเดียวก็สัก 40-50 นาที” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “มาไม่ต่ํากว่า 30 ครั้งแล้ว ถ้าเฉลี่ยเป็นรายปีประมาณ 5 4-5 ครั้งน่าจะได้” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “กลับ เพราะจะมาทําบุญ จะมาปฏิบัติธรรม มาฟังเทศน์ ไม่ไกลจากบ้านมากนัก มาไหว้พระด้วย” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ไม่มี” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “ตรงตามวัตถุประสงค์ สะดวก มีพร้อมทุกอย่าง” ความสะอาด “สะอาดนะ มีคนคอยทําความสะอาดทุกวัน” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “ความสบายใจ อิ่มบุญ” ข้อเสนอแนะ “วัดกําลังก่อสร้าง สร้างศาลา อยากให้เสร็จไว ๆ อยากให้คนเข้ามาทําบุญจะ ได้มีเงินมาสร้างต่อให้เสร็จเร็ว ๆ”

192

ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 4 คุณแสง ปัญจศิริ (วันที่สัมภาษณ์ 6 สิงหาคม 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศหญิง อายุ 67 ปี ระดับการศึกษาต่ากว่าระดับประถมศึกษา สถานภาพสมรส อาศัยอยู่ในอาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ปัจจุบันประกอบธุรกิจส่วนตัว รายได้ต่อเดือนต่ากว่า 5,001-10,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถยนต์ส่วนตัว รับทราบข้อมูล สถานที่ท่องเที่ยวจาก คาบอกเล่าจากคนรู้จัก สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “มาทําบุญ มาฟังเทศน์ฟังธรรม มาปฏิบัติธรรม มาถือศีล มา ช่วยเหลือวัด อะไรช่วยได้ก็ช่วยวัดตามที่ตัวเองช่วยได้ บางทีก็มากวาดลานวัด” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ มีแต่เงินทําบุญอย่างเดียวประมาณ 300-400 บาท ทางวัดมี ดอกไม้ ธูปเทียน เครื่องสังฆทาน แล้วแต่จะทําบุญ” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “ส่วนใหญ่มาคนเดียว” ใช้เวลาท่องเที่ยว “ประมาณชั่วโมงหนึ่ง” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “ประมาณ 40 ครั้งได้แล้ว คิดเป็นปีก็ 5-6 ครั้ง” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “กลับ เพราะจะมาทําบุญ จะมาถือศีล มาฟัง เทศน์ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ไม่มี” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “มีความสะดวกสบาย ตรงตามวัตถุประสงค์” ความสะอาด “สะอาดดี มีการเกณฑ์พระลูกวัดมาทําความสะอาด” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “อิ่มบุญ อิ่มใจ สบายใจ ไม่ต้องกังวลอะไร” ข้อเสนอแนะ “ไม่มี” ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 5 คุณศิริ เกตุมี (วันที่สัมภาษณ์ 6 สิงหาคม 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศชาย อายุ 67 ปี ระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น สถานภาพ สมรส อาศัยอยู่ในอาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ปัจจุบันเป็นประธานสภาชุมชนบางขุนกอง รายได้ต่อเดือนต่ากว่า 5,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง เดินทางเองมาจากบ้าน (เดินเท้า) รับทราบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจาก คาบอกเล่าจากคนรู้จัก สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “เวลามา วัดนี้ ทีก็จะเข้ามาไหว้พระ หลวงพ่อ โตในโบสถ์ ศักดิ์สิทธิ์นะ มาสวดมนต์บ้าง มาฟังธรรมบ้าง” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “เข้ามาครั้งหนึ่งก็จะทําบุญรวม ๆ หลาย ๆ อย่างประมาณ 300 บาท ใส่ตู้ที่วัดตั้งไว้ ค่าดอกไม้ ธูปเทียน สังฆทาน กับข้าวถวายพระ”

193

จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “ส่วนใหญ่จะมา 2 คน ตัวเองกับลูก” ใช้เวลาท่องเที่ยว “40-50 นาที” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “ประมาณ 40 กว่าครั้งแล้ว เฉลี่ยปีหนึ่งก็ 4-6 ครั้ง” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “กลับมา เพราะวัดอยู่ในละแวกบ้าน อยากมา ทําบุญ มาไหว้พระ” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ไม่มี” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “รู้สึกดีนะ วัดนี้ สะดวกสบาย มีการดูแลบริการดี” ความสะอาด “สะอาดนะ สะอาดทุกวัน สะอาดดี” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “ทําให้มีศีล สมาธิ ปัญญา ได้การมีจิตอาสา เพื่อพัฒนาตนเอง มีคุณธรรมจริยธรรม” ข้อเสนอแนะ “ไม่มี” วัดบางอ้อยช้าง จานวน 5 ราย ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 1 นาวาโทรณชัย หอมสุวรรณ (วันที่สัมภาษณ์ 7 สิงหาคม 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศชาย อายุ 62 ปี ระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น สถานภาพสมรส อาศัยอยู่ในเขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ ปัจจุบันเป็นข้าราชการบานาญ รายได้ต่อเดือน 20,00130,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถยนต์ส่วนตัวและรถ โดยสารนาเที่ยว รับทราบข้อมูล สถานที่ท่องเที่ยวจากคาบอกเล่าจากคนรู้จัก สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “เป็นกิจกรรมทัศนศึกษาที่ทางกลุ่มเพื่อน ๆ หลังจากเกษียณ จัดขึ้น เพื่อนํามาท่องเที่ยว ไหว้พระ เยี่ยมชมวัดวาอารามต่าง ๆ” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ก็มีค่าทัวร์ 200 บาท ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 200 บาท ทําบุญ ค่าดอกไม้ธูปเทียนหยอดตู้ไป 200 บาท” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “มาคนเดียว แต่ไปกันเป็นกลุ่มใหญ่ 50 กว่าคน” ใช้เวลาท่องเที่ยว “30-40 นาที” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “มาเป็นครั้งแรก” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “ถ้ามีการจัดอีกก็จะกลับมา สนุกดี” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ค่าใช้จ่ายซื้อของฝาก ซื้อขนม 200 บาท”

194

ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “ดีนะ วัดมาได้ทั้งทางน้ํา หรือจะขับรถมาก็ได้ เข้าถึงวัดได้หมด ก็ถือว่าเหมาะสมนะ” ความสะอาด “สะอาดเรียบร้อยดี” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “ได้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เก่า ๆ ประวัติความเป็นมา มีคนบรรยาย บรรยายดี” ข้อเสนอแนะ “ควรประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวให้มากขึ้น” ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 2 คุณบุญเรือน ศรีเมือง (วันที่สัมภาษณ์ 7 สิงหาคม 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศหญิง อายุ 46 ปี ระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น สถานภาพโสด อาศัยอยู่ในเขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ปัจจุบันประกอบธุรกิจส่วนตัว รายได้ต่อเดือน 5,00110,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถยนต์ส่วนตัวมากับน้าข้างบ้านและรถ โดยสารนาเที่ยว รับทราบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจาก คาบอกเล่าจากคนรู้จัก กรุ๊ปทัวร์การนาเที่ยว สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “รู้จักจากคนรู้จักแนะนํา ชวนมาท่องเที่ยววัด มาทําบุญ ล่องเรือ อีกอย่างก็อยากทําบุญอยู่แล้ว ชอบท่องเที่ยวแบบนี้” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ค่าใช้จ่ายทัวร์ประมาณ 200-300 ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 300 บาท ค่าทําบุญ200 ก็มีค่าดอกไม้ บริจาคตามตู้ สังฆทาน ค่าน้ําค่าไฟวัด” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “มากับน้าข้างบ้านอีก 2 คน” ใช้เวลาท่องเที่ยว “30-40 นาที” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “ไม่เคยมา” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “ไป ชอบเพราะ อยากไปเที่ยวเองจะใช้เวลาให้ มากกว่านี้ วัดนี้ไม่ค่อยเหมือนวัดอื่นมีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นด้วย สัก 1 ชั่วโมงกําลังดี” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “มีค่าขนมขบเคี้ยว น้ําสมุนไพร ซื้อพวกเครื่องหอมเทียน ก็หมดไป ประมาณ 200 บาท” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “ตรงตามวัตถุประสงค์ นะ ไม่คิดว่าจะมีวัดแบบนี้ ทําให้ได้ศึกษาประวัติทางพุทธศาสนา” ความสะอาด “สะอาดดี ร่มรื่น ร่มเย็น อุทยานพุทธศาสนามีความเก่า อนุรักษ์ได้ดี” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “ได้เห็นวัดริมน้ํา ที่มีความร่มรื่น มีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม มีชุมชนโดยรอบที่ร่วมกันดูแล และบูรณะวัด” ข้อเสนอแนะ “อยากให้พัฒนาบริเวณโป๊ะเรือเทียบท่าต้องจัดไว้สําหรับผู้สูงอายุ และคน พิการ ทางลาด ทางขึ้น ห้องน้ํา ควรจะมีเพิ่ม ถังขยะควรเพิ่ม อยากให้มีของพื้นบ้านมาขาย พวก

195

ผลิตภัณฑ์ตําบล งานฝีมือชุมชน งานหัตถกรรม อยากให้การใช้วัสดุแบบเดิม ๆ เป็นของธรรมชาติ ในการใช้งาน เช่น วัสดุใส่อาหารพวกใบตอง เป็นต้น” ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 3 นาวาตรีพิชัย แก้วคา (วันที่สัมภาษณ์ 7 สิงหาคม 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศชาย อายุ 54 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรี สถานภาพสมรส อาศัยอยู่ ในอาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ปัจจุบันรับราชการทหาร รายได้ต่อเดือน 30,000 บาทขึ้นไป ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถทัวร์ของขนส่งทหารเรือ รับทราบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจาก ป้าย ประชาสัมพันธ์ตามไหล่ทาง และอินเตอร์เน็ต สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “เป็นกิจกรรมนันทนาการของชมรม นาวีสัมพันธ์” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ใช้เงินชมรมส่วนหนึ่ง เงินจากผู้สนับสนุนชมรม เงินรายหัว คนละ 200 บาท ค่าอาหารเช้าใช้งบของชมรม ส่วนค่าเครื่องดื่มและอื่น ๆ 200 บาทต่อคน เงิน ทําบุญก็ประมาณ 200 บาท” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “มาคนเดียว มากับชมรมฯ ประมาณ 60 คน” ใช้เวลาท่องเที่ยว “40 นาที” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “เคยมาแล้วครั้งหนึ่ง” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “มาอีกแน่ ๆ เพราะมีอะไรที่น่าสนใจอีกเยอะ” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ไม่มี” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “เหมาะสมดีแล้ว” สะอาด “สะอาดมาก” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “ความรู้ ความบันเทิง” ข้อเสนอแนะ “ควรจัดอีกแต่ให้มีเวลามากกว่านี้” ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 4 เรือเอกดุสิต ทองประเจียด (วันที่สัมภาษณ์ 7 สิงหาคม 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศชาย อายุ 63 ปี ระดับการศึกษาประถมศึกษา สถานภาพสมรส อาศัย อยู่ในเขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ปัจจุบันเป็นข้าราชการบานาญ รายได้ต่อเดือน 5,001-10,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถทัวร์ของขนส่งทหารเรือ รับทราบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจาก คาบอกเล่าจากคนรู้จัก สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “ต้องการมาทัศนศึกษา ทําบุญ สังสรรค์กับเพื่อนร่วมรุ่น ซึ่งเป็นกิจกรรมนันทนาการของชมรม นาวีสัมพันธ์”

196

ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ คนละ 200 บาท รวมค่าอาหารและค่าเครื่องดื่ม ทําบุญ 100 บาท” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “คนเดียว” ใช้เวลาท่องเที่ยว “30-40 นาทีโดยประมาณ” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “หนึ่งครั้ง” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “ถ้ามีเวลาก็จะกลับมานะ” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ซื้อของฝากที่บ้านไป 300 บาท” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “เหมาะสมดี” สะอาด “สะอาด เรียบร้อยดี” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “ได้รับความรู้ เป็นวัดเก่าแก่ มีเรื่องให้น่าศึกษา” ข้อเสนอแนะ “ไม่มี” ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 5 คุณวิภา หรรษาเวก (วันที่สัมภาษณ์ 7 สิงหาคม 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศหญิง อายุ 63 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรี สถานภาพสมรส อาศัย อยู่ในอาเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ปัจจุบันเป็นข้าราชการบานาญ รายได้ต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถทัวร์ของขนส่งทหารเรือ กองทัพเรือ รับทราบ ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจาก การประชาสัมพันธ์ของชมรมนาวีสัมพันธ์ สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “ชมรมนาวีสัมพันธ์จัดให้สมาชิกได้ท่องเที่ยวเพื่อให้ความรู้ ในด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมของชุมชน ตลอดจนให้สมาชิกได้จัดกิจกรรมร่วมกัน ได้ทําบุญในวัดต่าง ๆ” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “คนละ 200 บาท รวมค่าอาหารและค่าเครื่องดื่ม ส่วนเงินทําบุญ แล้วแต่ศรัทธาทําไปประมาณ 1,000 บาท มีค่าถวายสังฆทาน ค่าบริจาคค่าน้ําค่าไฟใส่ตู้บริจาคไป” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “มากัน 2 คนกับสามี” ใช้เวลาท่องเที่ยว “30-40 นาทีโดยประมาณ” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “ครั้งนี้เป็นครั้งแรก” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “ต้องการกลับมาท่องเที่ยวอีก เพราะตลอด เส้นทางลําคลองที่เรือวิ่งผ่าน มีวัดจํานวนมากที่มีความสวยงาม ถ้าทําการศึกษาจะได้ความรู้ เพราะ วัดบางวัดไม่เคยได้รู้จักมาก่อน” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ประมาณ 500 บาท ซื้อของทั่วไป ขนมบ้าง ของฝากบ้าง”

197

ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “มีความเหมาะสม ตรง ตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว” สะอาด “สะอาด พอใช้ได้ ตามสภาพของสถานที่” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “ได้ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ ซึ่งบางเรื่องไม่เคยทราบมา ก่อน” ข้อเสนอแนะ “ขอให้ทางชมรมนาวีสัมพันธ์ จัดกิจกรรมเช่นนี้อีก โดยกําหนดเส้นทางหรือ สถานที่ให้หลากหลาย” ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับบางกรวย (ถนนบางกรวย-จงถนอม) จานวน 5 ราย ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 1 คุณธนพล วุฒยากรณ์ (วันที่สัมภาษณ์ 4 กันยายน 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศชาย อายุ 48 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรี สถานภาพสมรส อาศัยอยู่ ในอาเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ปัจจุบันประกอบธุรกิจส่วนตัว (ค้าขาย) รายได้ต่อเดือน 20,00130,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถยนต์ส่วนตัว รับทราบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจาก คาบอก เล่าจากคนรู้จัก สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “มาเที่ยวดูต้นไม้ ต้องการไปซื้อดอกไม้ ต้นไม้ เดินชมพันธุ์ ไม้” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ ก็มีค่าน้ํามันประมาณ 500 บาท ซื้อดอกไม้ไปประมาณ 200 บาท ต้นไม้อีก 500 บาท” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “มากับกลุ่มเพื่อน ๆ 5 คน” ใช้เวลาท่องเที่ยว “1 ชั่วโมง 1 ชั่วโมงครึ่งประมาณนี้” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “มาประจํา ปีที่แล้วมาเกือบสิบกว่าครั้ง ปีนี้ก็น่าจะ ประมาณนี้นะ” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “กลับ เพราะต้องการไปเลือกซื้อพันธุ์ไม้และ ปุ๋ย แถวนี้ถูกดี” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ไม่มี” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “เหมาะสม สําหรับการ เดินเลือกซื้อพันธุ์ไม้ในสถานที่ตรงนี้นะ” สะอาด “สะอาด” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “ได้รู้จักพันธุ์ไม้ ดอกไม้ สถานที่ใหม่ ๆ มีให้เลือกเยอะดี”

198

ข้อเสนอแนะ “ไม่มี” ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 2 คุณรัศมีจันทร์ เตชะวิเชียร (วันที่สัมภาษณ์ 4 กันยายน 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศหญิง อายุ 38 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรี สถานภาพโสด อาศัยอยู่ ในเขตพระนคร กรุงเทพฯ ปัจจุบันประกอบธุรกิจส่วนตัว รายได้ต่อเดือน 30,000 บาทขึ้นไป ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถยนต์ส่วนตัว รับทราบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจาก อินเตอร์เน็ต และ คาบอกเล่าจากคนรู้จัก สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “เพื่อซื้อต้นไม้ ดอกไม้ และไปชมดอกไม้ พันธุ์ไม้ต่าง ๆ” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ ก็มีค่าน้ํามันประมาณ 500 บาท ซื้อต้นพุทธซ้อน 50 บาท ปุ๋ย 120 บาท ดิน 80 บาท กระถาง 50 บาท ค่าน้ําดื่ม 12 บาท” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “มา 2 คน” ใช้เวลาท่องเที่ยว “1 ชั่วโมงครึ่ง” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “เฉลี่ยแล้วก็เดือนละครั้ง ชอบมาซื้อต้นไม้” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “กลับ เพราะ จะต้องมาซื้อต้นไม้เป็นประจํา ทุกเดือน” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ไม่มี” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “ถนนหนทางยังไม่ดีสัก เท่าไหร่ แต่ร้านขายต้นไม้มีหลายร้านให้ได้เลือกซื้อ” สะอาด “ความสะอาด ปานกลาง ยังมีบางร้านไม่ค่อยสะอาดสักเท่าไหร่” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “ศึกษาพันธุ์ไม้ต้นไม้ เรียนรู้ดอกไม้ต่าง ๆ และได้ต้นไม้ ดอกไม้กลับมาประดับบ้าน” ข้อเสนอแนะ “ควรปรับปรุงถนนหนทางให้มากกว่านี้ และความสะอาดอีกนิดหน่อย” ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 3 คุณกฤษณา เงินสว่าง (วันที่สัมภาษณ์ 4 กันยายน 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศหญิง อายุ 53 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรี สถานภาพสมรส อาศัย อยู่ในเขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ปัจจุบันประกอบธุรกิจส่วนตัว รายได้ต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ขึ้นไป ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถยนต์ส่วนตัว รับทราบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจากคาบอกเล่า จากคนรู้จัก สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “เพื่อซื้อต้นไม้ไปขายต่อที่ร้าน”

199

ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ประมาณ 3,000 บาท เป็นค่าเหมารถมาซื้อต้นไม้ ไปกลับ และ ก็ค่าซื้อดอกไม้ ต้นไม้อีกประมาณ 4,000 บาท ค่าปุ๋ยประมาณ 5,000 บาท ค่าดินปลูกประมาณ 5,000 บาท แถวนี้ถูกดี คนไม่ค่อยเยอะ” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “มา 2 คน ตัวเองกับสามี” ใช้เวลาท่องเที่ยว “2-3 ชั่วโมงได้ แล้วแต่” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “ประมาณไม่ต่ํากว่า 20 ครั้งต่อปี” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “กลับมา เพราะเป็นแหล่งซื้อต้นไม้ และ ดอกไม้ใกล้บ้าน เป็นลูกค้าประจํา” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ไม่มี” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “เหมาะสม เพราะมี ดอกไม้ต้นไม้ให้เลือกมากมาย และยังมีราคาที่ถูกเมื่อซื้อเยอะ ๆ จะได้ราคาส่ง” สะอาด “ความสะอาดยังควรปรับปรุง เพราะถนนที่ยังทําไม่เสร็จทําให้มีฝุ่นเยอะ” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “การได้ต้นไม้ ดอกไม้นํากลับไปขายที่ร้านตัวเองต่อ” ข้อเสนอแนะ “ไม่มี” ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 4 คุณอมร พวงมณี (วันที่สัมภาษณ์ 4 กันยายน 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศชาย อายุ 65 ปี ระดับการศึกษาประถมศึกษา สถานภาพสมรส อาศัย อยู่ในอาเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ปัจจุบันประกอบธุรกิจส่วนตัว รายได้ต่อเดือน 20,00130,000 บาท ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถยนต์ส่วนตัว รับทราบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจาก คาบอก เล่าจากคนรู้จัก สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “ซื้อต้นไม้นําไปประดับบ้าน เลือกหาต้นไม้นําไปปลูก” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ค่าน้ํามันประมาณ 500-1,000 บาท ซื้อต้นไม้ 500 บาท ปุ๋ย 200 บาท ดิน 300 บาท” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “มาคนเดียว” ใช้เวลาท่องเที่ยว “1 ชั่วโมงครึ่ง” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “เกือบสิบครั้งแล้ว” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “กลับมา เพราะเป็นแหล่งที่ซื้อไม้ดอกไม้ ประดับ เป็นศูนย์รวมดี ราคาไม่แพงมาก” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ไม่มี”

200

ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “มีความเหมาะสมพอใช้ เพราะว่าทางถนนยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ควรปรับปรุงถนนให้ดีกว่านี้” สะอาด “ความสะอาดพอใช้ ยังมีขยะให้เห็นอยู่บ้างตามถนน” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “การได้สิ่งที่ต้องการ คือ ต้นไม้นํากลับไปปลูกที่บ้าน” ข้อเสนอแนะ “ไม่มี” ผู้รับการสัมภาษณ์รายที่ 5 คุณรัฐกาล กิจชนะภูมิ (วันที่สัมภาษณ์ 4 กันยายน 2556) ข้อมูลส่วนบุคคล เพศชาย อายุ 43 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรี สถานภาพโสด อาศัยอยู่ ในเขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ปัจจุบันประกอบธุรกิจส่วนตัว รายได้ต่อเดือน 30,000 บาทขึ้นไป ยานพาหนะที่ใช้เดินทาง รถยนต์ส่วนตัว รับทราบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวจาก คาบอกเล่าจากคน รู้จัก สาเหตุของการมาท่องเที่ยว “เพื่อไปซื้อดอกไม้ ไม้ประดับ ที่เราต้องการจะซื้อและนําไป ตกแต่งสวนที่บ้าน หรือที่ทํางาน บริษัท หรือที่ต่าง ๆ” ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว “ค่าน้ํามันประมาณ 500 บาท น้ําดื่ม 10 บาท ซื้อต้นไม้ 100 บาท ปุ๋ย 50 บาท ดิน 100 บาท กระถาง 300 บาท” จานวนสมาชิกร่วมเดินทาง “มากับเพื่อน 2-3 คน” ใช้เวลาท่องเที่ยว “1 ชั่วโมง” จานวนครั้งที่เคยมาท่องเที่ยวที่นี้ “2 เดือนครั้ง” จะกลับมาท่องเที่ยวอีกหรือไม่ เพราะอะไร “กลับ เพราะต้องไปใช้บริการอีก บริการถูกใจ เจ้าของร้านพูดดี สินค้าดีมีคุณภาพ ราคากันเอง” ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ “ไม่มี” ความเหมาะสมของสถานที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่มาท่องเที่ยว “ถนนยังสร้างไม่เสร็จ สมบูรณ์ดี ที่จอดรถไม่ค่อยมี ต้องจอดข้างถนน” สะอาด “ก็พอดูได้ ไม่ถึงกับสกปรก” สิ่งที่ได้จากการมาท่องเที่ยว “นํามาประดับตกแต่งสวนที่บ้าน” ข้อเสนอแนะ “ไม่มี”

201

ภาคผนวก ค ภาพถ่ายสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างและผู้ที่เกี่ยวข้อง

202

รูปที่ 1 สัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับบางกรวย (ถนนบางกรวย-จงถนอม) ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2556

203

รูปที่ 2 สัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง วัดชลอ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2556

รูปที่ 3 สัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง วัดบางไกรใน ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2556

204

รูปที่ 4 สัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง วัดบางขนุน ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2556

รูปที่ 5 สัมภาษณ์ผู้นาชุมชน ผู้ใหญ่ดา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ตาบลบางสีทอง อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี วิทยากรประจาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นวัดบางอ้อยช้าง ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2556

205

รูปที่ 6 สัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง วัดเพลง ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2556

รูปที่ 7 สัมภาษณ์ผู้ดูแลวัดเพลง คุณลุงนันท์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2556

206

รูปที่ 8 สัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง วัดโพธิ์บางโอ ที่มา: บันทึกภาพถ่ายเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2556

207

ภาคผนวก ง สรุปรายชื่อผู้รับการสัมภาษณ์

208

สรุปรายชื่อผู้รับการสัมภาษณ์ วัดเพลง จานวน 5 ราย 1. คุณจิระพัชร์ ไวยุพัฒนธี 2. คุณพิมพ์ภาภรณ์ จันทร์นิมิตศรี 3. คุณชนัญชิตา แย้มเงิน 4. คุณบัญชา พิษวงษ์ 5. คุณดารารัตน์ กระนีจิตร วัดโพธิ์บางโอ จานวน 5 ราย 1. คุณสมหญิง ยิ้มกลิ่ม 2. คุณสุรสิทธิ์ จันทร์สุข 3. คุณอภิเดช ประสาทศิลปะพงษ์ 4. คุณสมศักดิ์ ลลิตสกุล 5. คุณชยุตพล หาญวงศ์จิรวัฒน์ วัดชลอ จานวน 5 ราย 1. คุณสุจิดา จิณวงษ์ 2. คุณขวัญสุดา ศรีสกุล 3. คุณอานาจ จันทร์สุภา 4. คุณปวิตา สุทธิศรานันท์ 5. คุณอรอุมา ชัชวาลชาติ วัดบางขนุน จานวน 5 ราย 1. คุณวสุพงศ์ ชานเฮงโทน 2. คุณมาลัย แจ่มแจ้ง 3. คุณประสงค์ เสนียวงศ์ ณ อยุธยา 4. คุณพงษ์ศักดิ์ เพ็งพิต 5. คุณสุมล แซ่เฮง พิสิษฐ์สังฆการ

209

วัดบางไกรใน จานวน 5 ราย 1. สิบเอกวรวุฒิ เสาให้สกุณีย์ 2. คุณคัมภีร์ สีชมภู 3. คุณบางอร ท้วมอ่วม 4. คุณแสง ปัญจศิริ 5. คุณศิริ เกตุมี วัดบางอ้อยช้าง จานวน 5 ราย 1. นาวาโทรณชัย หอมสุวรรณ 2. คุณบุญเรือน ศรีเมือง 3. นาวาตรีพิชัย แก้วคา 4. เรือเอกดุสิต ทองประเจียด 5. คุณวิภา หรรษาเวก ถนนสายไม้ดอกไม้ประดับบางกรวย (ถนนบางกรวย-จงถนอม) จานวน 5 ราย 1. คุณธนพล วุฒยากรณ์ 2. คุณรัศมีจันทร์ เตชะวิเชียร 3. คุณกฤษณา เงินสว่าง 4. คุณอมร พวงมณี 5. คุณรัฐกาล กิจชนะภูมิ ผู้นาชุมชน วัดบางอ้อยช้าง ผู้ใหญ่ดา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ตาบลบางสีทอง อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ผู้ดูแลวัด (เจ้าของที่) วัดเพลง คุณลุงนันท์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา

210

ภาคผนวก จ ประวัติผู้วิจัย

211

ประวัติผู้วิจัย นายชุมพล รอดแจ่ม สาเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชา การบัญชี จากมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และเศรษฐศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชา เศรษฐศาสตร์ทรัพยากรมนุษย์ จากมหาวิทยาลัยรามคาแหง หลังจากนั้นได้ศึกษาต่อในระดับ ปริญญาโททางด้านเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยรามคาแหง และสาขาวิชาพัฒนาแรงงานและ สวัสดิการมหาบัณฑิตที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อมาได้ศึกษาเพิ่มเติมในระดับปริญญาตรีอีก สองสาขา คือ ศิลปศาสตร์ สาขาไทยคดีศึกษา และรัฐประศาสนศาสตร์ สาขาวิชาบริหารทรัพยากร มนุษย์ จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในด้านการทางาน ได้ทางานที่แรกเป็นนักวิเคราะห์นโยบายข้อมูลทางการตลาด ณ บริษัท โกล้เด้นท์ครีม จากัด ต่อจากนั้นได้มาทางานเป็นนักวิชาการเงินและบัญชี งานคลัง โรงพยาบาล ศิริราช และปัจจุบันได้เป็นอาจารย์ประจาสาขาวิชาการบัญชี คณะบัญชี วิทยาลัยราชพฤกษ์ จนถึง ปัจจุบัน โดยได้รับการแต่งตั้งเป็นรองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและทานุบารุงศิลปวัฒนธรรม และได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ นอกเหนือจากนี้ได้เป็น วิทยากรภายใน และภายนอกสถาบัน ในการบรรยายให้ความรู้ในด้านต่าง ๆ แก่หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนทั่วไป